[rank_math_breadcrumb]

วิธีรักษาเส้นประสาทอักเสบ จบปัญหาปวด ชา อ่อนแรง พร้อมแนวทางบำรุงให้แข็งแรง

อาการเกี่ยวกับเส้นประสาทที่พบได้บ่อย
สารบัญ

ปัญหาเส้นประสาทอักเสบเป็นภาวะที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นอาการปวด ชา หรืออ่อนแรง ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสมอาจทำให้อาการแย่ลงและส่งผลต่อการทำงานของร่างกาย ในปัจจุบันมีวิธีรักษาเส้นประสาทที่หลากหลาย ตั้งแต่การดูแลตัวเองเพื่อบำรุงเส้นประสาทไปจนถึงการใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่อย่างเวชศาสตร์ฟื้นฟู

ทำความเข้าใจ “โรคเกี่ยวกับเส้นประสาท” คืออะไร?

โรคที่เกี่ยวข้องกับเส้นประสาทหรือที่เรียกว่านิวโรพาธี (Neuropathy) เป็นภาวะที่เส้นประสาททำงานผิดปกติ ส่งผลให้การส่งสัญญาณไฟฟ้าจากสมองไปยังอวัยวะต่างๆ ในร่างกายมีปัญหา ทำให้เกิดอาการต่างๆ เช่น ปวดขา มือชา หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง

เส้นประสาทสำคัญต่อร่างกายอย่างไร?

เส้นประสาทเปรียบเสมือนสายไฟของร่างกายที่ทำหน้าที่ส่งสัญญาณจากสมองและไขสันหลังไปยังกล้ามเนื้อ อวัยวะ และผิวหนัง เมื่อเส้นประสาทเสียหาย การส่งสัญญาณเหล่านี้จะผิดปกติ ส่งผลให้เกิดอาการความผิดปกติต่างๆ ขึ้น การทำงานของเส้นประสาทจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการใช้ชีวิตประจำวันของเรา

สาเหตุของอาการผิดปกติที่เส้นประสาท เกิดจากอะไรได้บ้าง?

การเกิดปัญหาเส้นประสาทมีสาเหตุที่หลากหลาย ซึ่งการทราบสาเหตุที่แท้จริงจะช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยสาเหตุหลักๆ แบ่งออกเป็นหลายประเภท

สาเหตุจากโรคประจำตัว 

โรคเบาหวานเป็นสาเหตุหลักของปัญหาเส้นประสาท เนื่องจากระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงเป็นเวลานานจะทำลายเส้นประสาทส่วนปลาย นอกจากนี้ โรคงูสวัด (Herpes Zoster) ยังสามารถทำลายเส้นประสาทและก่อให้เกิดอาการปวดเรื้อรังได้

สาเหตุจากการขาดวิตามิน 

วิตามินบีรวม โดยเฉพาะ B1, B6, และ B12 มีความสำคัญต่อสุขภาพเส้นประสาท การขาดวิตามินเหล่านี้จะทำให้เส้นประสาททำงานผิดปกติ โดยเฉพาะผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำหรือมีการดูดซึมอาหารที่ไม่ดี

สาเหตุจากอุบัติเหตุและการกดทับ

การบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ การกดทับเส้นประสาทจากหมอนรองกระดูกเสื่อม หรือการบีบรัดของเนื้อเยื่อรอบข้าง สามารถทำให้เส้นประสาทเสียหายและเกิดอาการต่างๆ ได้

สาเหตุจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต 

การดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ การทำงานที่ต้องใช้ท่าทางซ้ำ

อาการเกี่ยวกับเส้นประสาทที่พบได้บ่อย

อาการเกี่ยวกับเส้นประสาทที่พบได้บ่อย

อาการที่เกิดจากปัญหาเส้นประสาทมักจะแสดงออกในรูปแบบต่างๆ เช่น ความรู้สึกชา เสียวซ่า เหมือนมีมดคลานบนผิวหนัง ปวดแสบปวดร้อน หรืออ่อนแรงของกล้ามเนื้อ อาการเหล่านี้อาจเริ่มต้นจากปลายมือปลายเท้าและค่อยๆ ลุกลามขึ้นมา หรืออาจเกิดเฉพาะบริเวณที่เส้นประสาทเสียหาย

รวมแนวทางการรักษาและฟื้นฟูเส้นประสาท

การรักษาปัญหาเส้นประสาทในปัจจุบันมีแนวทางที่หลากหลาย ขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของอาการ การเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมจะช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วขึ้นและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

การรักษาตามแนวทางแพทย์แผนปัจจุบัน

การรักษาด้วยยาต้านอักเสบ ยาลดอาการปวดเส้นประสาท และการให้วิตามินบีรวมเป็นแนวทางพื้นฐานที่แพทย์นิยมใช้ นอกจากนี้ การกายภาพบำบัดและการออกกำลังกายเฉพาะส่วนก็มีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูเส้นประสาท สำหรับกรณีที่มีการกดทับเส้นประสาทหรือกล้ามเนื้อตึงตัว แพทย์อาจใช้เทคนิค Dry Needling โดยการปักเข็มขนาดเล็กเข้าไปในจุด Trigger points ที่กล้ามเนื้อ เพื่อคลายความตึงตัวและลดแรงกดทับที่ส่งผลต่อเส้นประสาท วิธีนี้ช่วยปรับปรุงการไหลเวียนเลือดและลดอาการปวดได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือใช้วิธี Hydrodissection โดยการฉีดสารละลายเข้าไปรอบๆ เส้นประสาทเพื่อแยกเนื้อเยื่อที่ติดกันและสร้างพื้นที่ว่างรอบเส้นประสาท ช่วยลดการอักเสบ ลดแรงกดทับ และเพิ่มพื้นที่ให้เส้นประสาททำงานได้ปกติ เทคนิคนี้มีประสิทธิภาพสูงในกรณีพังผืดทับเส้นประสาท (Carpal tunnel syndrome) 

เทคโนโลยีฟื้นฟูเส้นประสาทด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า PMS (Peripheral Magnetic Stimulation) ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงในการรักษาอาการปวดจากเส้นประสาท เครื่อง PMS ขนาด 3 Tesla ทำงานโดยการสร้างสนามแม่เหล็กที่มีความแรงสูง ช่วยกระตุ้นการทำงานของเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ ลดการอักเสบ และเร่งกระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ การรักษาด้วยวิธีนี้สามารถใช้ร่วมกับ Dry Needling และ Hydrodissection เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา เหมาะกับผู้ที่มีอาการปวดเรื้อรัง อาการชา หรืออ่อนแรงจากปัญหาเส้นประสาท โดยไม่ก่อให้เกิดอาการเจ็บปวดระหว่างการรักษา

7 วิธีดูแลและบำรุงเส้นประสาทด้วยตัวเอง

การดูแลตัวเองเป็นส่วนสำคัญในการรักษาและป้องกันปัญหาเส้นประสาท โดยมีแนวทางที่สามารถปฏิบัติได้ในชีวิตประจำวัน

  1. ทานอาหารบำรุงเส้นประสาท (เน้นปลา, ไข่, ผักใบเขียว)
  2. เสริมด้วยวิตามินที่จำเป็น (วิตามิน B รวม, อัลฟาไลโปอิก แอซิด)
  3. ออกกำลังกายเบาๆ เพิ่มการไหลเวียนเลือด
  4. ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
  5. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลดการกดทับเส้นประสาท
  6. งดดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่
  7. การจัดการความเครียดและการพักผ่อนให้เพียงพอ

สัญญาณอันตราย! อาการแบบไหนที่ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

มีอาการบางอย่างที่ต้องได้รับการรักษาทันที เช่น อาการชาหรืออ่อนแรงอย่างฉับพลัน การสูญเสียการรับรู้สัมผัสอย่างรุนแรง หรืออาการปวดที่รุนแรงและไม่หยุด อาการเหล่านี้อาจบ่งบอกถึงความเสียหายของเส้นประสาทที่รุนแรงและต้องการการรักษาเร่งด่วน

สรุป

ปัญหาเส้นประสาทอักเสบเป็นภาวะที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยอย่างมาก การรักษาที่มีประสิทธิภาพต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างการรักษาทางการแพทย์สมัยใหม่และการดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม เทคโนโลยี PMS เป็นทางเลือกใหม่ที่มีประสิทธิภาพในการฟื้นฟูเส้นประสาท ประกอบกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการบำรุงสุขภาพด้วยวิธีธรรมชาติ จะช่วยให้ผู้ป่วยลดอาการปวด ชา อ่อนแรง และกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้

สำหรับผู้ที่มีปัญหาเส้นประสาทอักเสบหรืออาการปวดเรื้อรังจากเส้นประสาท สามารถปรึกษาคุณหมอและรับการรักษาโดยทีมแพทย์เฉพาะทาง ที่ PYONG Rehabilitation Clinic เปียง รีแฮบบิลิเทชัน คลินิก เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู พร้อมดูแลและรักษาอาการปวดจากเส้นประสาทด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่าง PMS, เทคนิค Dry Needling และ Hydrodissection ตลอดจนวิธีการรักษาแบบองค์รวมที่ตรงจุด ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อได้ตั้งแต่วันนี้

📞 ติดต่อสอบถามหรือจองคิวนัดหมาย: 097-468-7990

💬  Line Official: @pyongrehab

ทีมแพทย์จาก PYONG REHABILITATION

นายแพทย์กันตพงศ์ ทองรงค์

อาจารย์นายแพทย์กันตพงศ์ ทองรงค์ (แพทย์เปียง หรือหมอเปียง) เป็นแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟู (Rehabilitation Medicine) ผู้มีความสนใจในการดูแลรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยที่มีปัญหาการเคลื่อนไหว อาการปวด การบาดเจ็บจากกีฬา และความผิดปกติของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ

ปัจจุบันดำรงตำแหน่งอาจารย์  คณะแพทยศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง และแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟูประจำ ณ โรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร

ความรู้สุขภาพ
Lannalynn Thipkwan

ท่าแนะนำสำหรับนั่งในรถ

การใช้เวลาบนรถนานๆ อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพไม่ต่างจากการนั่งทำงาน แต่เราสามารถลดความเสี่ยงและอาการปวดเมื่อยได้ด้วยการ “ปรับ 5 จุดสำคัญ” ทั้งระยะห่างเบาะ ความเอียงพนักพิง (100-110 องศา) ความสูงหมอนรองศีรษะ ระดับเบาะนั่ง และองศาพวงมาลัยให้สัมพันธ์กันเพื่อลดการเกร็งกล้ามเนื้อ ที่สำคัญต้องควบคู่ไปกับการปรับกระจกมองข้างให้ทัศนวิสัยชัดเจน และควรจอดพักเพื่อยืดเส้นยืดสายเป็นระยะเพื่อถนอมร่างกายให้พร้อมลุยทุกเส้นทาง

อ่านต่อ »

Discover more from PYONG Rehabilitation Clinic & Penthouse

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading

WhatsApp

Messenger

Line

Call

Email

Map

รับคำปรึกษา หรือ นัดพบแพทย์

ยินดีดูแลให้คำปรึกษาทุกวัน เวลา 10.00 – 20.00 น.

 L Floor, Gaysorn Village

รักษาอาการปวดด้วยเทคนิค
เฉพาะทางเวชศาสตร์ฟื้นฟู

จันทร์ – ศุกร์ 16.30 – 20.00 น.

เสาร์ – อาทิตย์ 10.00 – 20.00 น.

11th Floor, Gaysorn Tower

ฟื้นฟูผู้ป่วยและผู้สูงอายุโรคระบบประสาทและสมอง

ทุกวัน 10.00 – 20.00 น.

Pain Management
Advanced Injection
Screening

Muscles and Sport

Brain Stimulation

Robotics and Motion