พังผืดทับเส้นประสาทที่ข้อมือ (Carpal Tunnel Syndrome) เป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่ต้องใช้มือและข้อมือเป็นประจำ เป็นหนึ่งในโรคออฟฟิศซินโดรมที่เจอมากในคนทำงาน นักกีฬา หรือแม้แต่ผู้ที่ใช้สมาร์ตโฟนเป็นเวลานาน ๆ บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับอาการ สาเหตุ และวิธีการรักษาพังผืดทับเส้นประสาทที่ข้อมือ เพื่อให้คุณสามารถดูแลสุขภาพมือและข้อมือได้อย่างถูกต้อง
พังผืดทับเส้นประสาท คืออะไร
พังผืดทับเส้นประสาท หรือ โรคพังผืดกดทับเส้นประสาท (Carpal Tunnel Syndrome) เป็นภาวะที่เกิดจากการกดทับของเส้นประสาทบริเวณข้อมือ ซึ่งเป็นเส้นประสาทสำคัญที่ควบคุมการทำงานของนิ้วมือ เมื่อเส้นประสาทถูกกดทับ จะส่งผลให้มือเกิดอาการชา ปวด และอ่อนแรง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันและการทำงานได้
โรคนี้มักพบในผู้ที่ประกอบอาชีพที่ต้องใช้งานมือหนัก หรือผู้ที่มีพฤติกรรมการใช้ข้อมือในท่าเดิมเป็นเวลานาน ๆ เช่น พนักงานออฟฟิศที่ใช้คอมพิวเตอร์ตลอดเวลา ชาวไร่ชาวสวน หรือนักกีฬาที่ต้องใช้งานข้อมือหนัก การใช้งานมือและข้อมือในท่าเดิมซ้ำ ๆ เป็นเวลานานจะทำให้พังผืดกดทับเส้นประสาทในที่สุด
อาการพังผืดทับเส้นประสาทเบื้องต้นที่พบได้บ่อย

อาการพังผืดทับเส้นประสาทจะมีอาการค่อยเป็น ค่อยไป และมักจะแสดงอาการชัดเจนในตอนกลางคืน อย่างไรก็ตาม โรคนี้สามารถรักษาให้หายได้ ยิ่งเข้ารับการรักษาเร็วเท่าไร การรักษาก็จะยิ่งใช้เวลาน้อยลงเท่านั้น ซึ่งอาการของโรคพังผืดทับเส้นประสาทที่พบได้บ่อยมี ดังนี้
- ชา ปวด แสบร้อน บริเวณฝ่ามือหรือนิ้วมือ โดยเฉพาะนิ้วโป้งและนิ้วชี้
- มีอาการเหน็บชาไล่ตั้งแต่ปลายแขนขึ้นไปยังหัวไหล่
- รู้สึกเหมือนชาแปล๊บ ๆ เหมือนโดนไฟช็อตที่นิ้วเป็นบางครั้ง
- รู้สึกเจ็บเหมือนมีเข็มทิ่มที่มือ
- บริเวณมือจะออกร้อน หรือมีอุณหภูมิอุ่น ๆ
- มืออ่อนแรง ไม่มีแรงที่มือ หรือทำของตกบ่อย ๆ
- กล้ามเนื้อที่ฝ่ามือลีบ
- ผู้ป่วยบางรายที่เส้นประสาทถูกกดทับเป็นเวลานานอาจไม่สามารถหยิบจับของได้
พังผืดทับเส้นประสาทมีสาเหตุมาจากอะไร
สาเหตุหลักของพังผืดทับเส้นประสาทที่ข้อมือมาจากพังผืดบริเวณข้อมือมีขนาดใหญ่และหนามากขึ้น จนไปดันบริเวณข้อมือให้สูงขึ้น โดยมักเกิดจากการใช้ข้อมือซ้ำ ๆ ติดต่อกันเป็นเวลานาน หรือใช้งานมากเกินไป เช่น การงอข้อมือ หรือการแอ่นข้อมือบ่อย ๆ สำหรับอาชีพที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ ผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นประจำ ชาวไร่ชาวสวน หรือนักกีฬาที่ต้องใช้ข้อมือมาก
ปัจจัยที่ทำให้เกิดพังผืดทับเส้นประสาท
นอกจากการใช้งานข้อมือและมือหนักจนทำให้พังผืดหนาตัวขึ้นแล้ว ยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ที่อาจกระตุ้นให้เกิดโรคพังผืดทับเส้นประสาท ดังนี้
พิมพ์งานหรือใช้มือในท่าเดิมนาน ๆ

ผู้ที่ประกอบอาชีพที่ต้องใช้ข้อมือในการทำงานเป็นหลัก หรือทำงานในท่าเดิมเป็นเวลานาน ๆ มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดอาการพังผืดทับเส้นประสาทที่ข้อมือ เช่น พนักงานออฟฟิศที่ต้องพิมพ์งานหรือใช้เมาส์เป็นเวลานาน การทำงานในลักษณะนี้อาจทำให้เส้นเอ็นที่ข้อมือเกิดการอักเสบและบวม จนไปกดทับเส้นประสาท การพักเป็นระยะและการปรับท่าทางการทำงานให้เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันปัญหาพังผืดทับเส้นประสาทที่ข้อมือ
นักกีฬา
นักกีฬาบางประเภท โดยเฉพาะกีฬาที่ต้องใช้ข้อมือมาก เช่น เทนนิส แบดมินตัน หรือปิงปอง มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดอาการพังผืดทับเส้นประสาทที่ข้อมือ เนื่องจากต้องงอหรือยืดมือและข้อมืออย่างรุนแรงเป็นประจำ การเล่นกีฬาเหล่านี้อย่างหักโหมโดยไม่มีการพักและการดูแลที่เหมาะสม อาจเพิ่มแรงกดทับบนเส้นประสาทที่บริเวณข้อมือได้ ดังนั้นนักกีฬาจึงควรให้ความสำคัญกับการอบอุ่นร่างกาย การยืดกล้ามเนื้อ และการพักฟื้นที่เพียงพอ
การตั้งครรภ์
ในระหว่างการตั้งครรภ์ ฮอร์โมนในร่างกายของคุณแม่จะเกิดการเปลี่ยนแปลง ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการบวมบริเวณมือและข้อมือ และส่งผลให้เกิดแรงกดทับต่อเส้นประสาทที่ข้อมือได้ นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักตัวและการกระจายของน้ำในร่างกายระหว่างตั้งครรภ์ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดพังผืดทับเส้นประสาทที่ข้อมือได้ ดังนั้นคุณแม่ตั้งครรภ์จึงควรสังเกตอาการผิดปกติและปรึกษาแพทย์หากมีอาการชาหรือปวดที่มือและข้อมือ
โรคประจำตัว
ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวบางชนิดมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดพังผืดทับเส้นประสาท โดยเฉพาะผู้ที่ป่วยโรคเหล่านี้
- เบาหวาน ผู้ป่วยเบาหวานมีความเสี่ยงสูงเนื่องจากระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงอาจทำให้เกิดการอักเสบและบวมของเนื้อเยื่อ รวมถึงเส้นประสาทบริเวณข้อมือ
- โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ โรคนี้ทำให้เกิดการอักเสบของข้อต่อ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการบวมและกดทับเส้นประสาทที่ข้อมือ
- โรคไทรอยด์ ความผิดปกติของต่อมไทรอยด์อาจส่งผลต่อการทำงานของเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ เพิ่มความเสี่ยงของการเกิดพังผืดทับเส้นประสาท
กรรมพันธุ์
ผู้ป่วยบางคนที่เป็นโรคพังผืดทับเส้นประสาทอาจมีสาเหตุมาจากกรรมพันธุ์ ที่มีลักษณะข้อมือที่ต่างจากคนอื่น ๆ โดยมีช่องที่อยู่ด้านหน้าของข้อมือ หรือที่เรียกว่า โพรงข้อมือ (Carpal Tunnel) เล็กกว่าปกติ ส่งผลให้มีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคพังผืดทับเส้นประสาทที่ข้อมือได้มากกว่าคนทั่วไป สำหรับใครที่มีคนในครอบครัวเป็นโรคนี้ก็มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคนี้ได้ง่าย
กลุ่มเสี่ยงที่ควรระวังปัญหาพังผืดกดทับเส้นประสาท
- ผู้ประกอบอาชีพที่ต้องใช้ข้อมือมาก เช่น นักเขียน พนักงานออฟฟิศ และเกมเมอร์
- ผู้ที่เคยประสบอุบัติเหตุบริเวณข้อมือ
- ผู้ที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์
- ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรครูมาตอยด์ และไฮโปไทรอยด์
- นักกีฬาบางประเภท เช่น นักเทนนิส ปิงปอง
เมื่อไรที่ควรพบแพทย์
เมื่อความเจ็บปวดที่เกิดจากพังผืดทับเส้นประสาทที่ข้อมือกลายเป็นอุปสรรคในชีวิตประจำวัน เช่น การทำของตกบ่อย ๆ ขับรถแล้วรู้สึกปวดจนทนไม่ไหว หรือการพิมพ์งานเพียงไม่กี่นาทีก็ทำให้รู้สึกปวดข้อมือจนทนไม่ไหว อาการต่าง ๆ เหล่านี้ถือเป็นสัญญาณที่บอกว่าคุณควรพบแพทย์ในทันที อย่าปล่อยให้อาการลุกลามจนรุนแรงกว่านี้ เพื่อที่จะได้ทำการรักษาที่ถูกต้องและทันท่วงที?
แนวทางการรักษาพังผืดทับเส้นประสาทข้อมือแบบทั่วไป
การรักษาพังผืดทับเส้นประสาทที่ข้อมือมีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการและสาเหตุ โดยทั่วไป เมื่อแพทย์พิจารณาแล้วว่าอาการไม่หนักมากก็จะรักษาตามอาการ แต่หากอาการไม่ดีขึ้นจึงจะพิจารณาการผ่าตัด
ปรับพฤติกรรมการใช้ข้อมือ
การปรับพฤติกรรมการใช้ข้อมือเป็นสิ่งแรก ๆ ที่ควรทำ โดยการหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้อาการแย่ลง เช่น การใช้คอมพิวเตอร์ต่อเนื่องเป็นเวลานาน ควรพักการใช้งานข้อมือเป็นระยะ และหลีกเลี่ยงการอยู่ในท่าเดิมนาน ๆ นอกจากนี้ ควรระมัดระวังไม่ให้เกิดแรงกระแทกที่ข้อมือ เพราะอาจทำให้ความดันในโพรงข้อมือเพิ่มขึ้นและส่งผลทำให้เส้นประสาทเกิดความเสียหาย
การใช้เฝือกดามข้อมือ
การใช้เฝือกดามข้อมือ (Wrist Splint) เป็นแนวทางในการรักษาพังผืดทับเส้นประสาทที่ใช้อุปกรณ์ช่วยจัดท่าทางของข้อมือให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ช่วยลดแรงกดทับต่อเส้นประสาท โดยเฉพาะในเวลากลางคืนหรือขณะทำกิจกรรมที่ต้องใช้ข้อมือมาก ซึ่งการใช้เฝือกดามช่วยให้ข้อมืออยู่ในท่าตรง ลดการงอหรือเหยียดข้อมือมากเกินไป ซึ่งเป็นสาเหตุของการเพิ่มแรงกดในอุโมงค์ข้อมือ แต่ควรใช้เฝือกดามตามคำแนะนำของแพทย์เท่านั้น
ทำกายภาพบำบัด
การทำกายภาพบำบัดเป็นวิธีที่ช่วยฟื้นฟูการทำงานของข้อมือและเส้นประสาท โดยแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูหรือนักกายภาพบำบัดจะแนะนำท่าบริหารและการยืดกล้ามเนื้อที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของเนื้อเยื่อและลดแรงกดทับต่อเส้นประสาท นอกจากนี้ ยังสามารถใช้เครื่องมือทางกายภาพบำบัดในการรักษา เช่น ) การรักษาด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Magnetic Stimulation) ด้วยเครื่อง PMS และ การรักษาด้วยเลเซอร์กำลังสูง (High Power Laser) การทำกายภาพบำบัดอย่างสม่ำเสมอช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดและลดอาการปวด ชา ที่เกิดจากพังผืดทับเส้นประสาทที่ข้อมือ
ฉีดยาสเตียรอยด์
การฉีดยาสเตียรอยด์เข้าไปในโพรงข้อมือเป็นวิธีที่ช่วยลดการอักเสบและบรรเทาอาการปวดได้อย่างรวดเร็ว โดยแพทย์จะฉีดยาเข้าไปบริเวณรอบ ๆ เส้นประสาทที่ถูกกดทับ วิธีนี้สามารถช่วยให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการที่ดีขึ้นได้
การผ่าตัด
การผ่าตัดเป็นทางเลือกสุดท้ายสำหรับผู้ป่วยพังผืดทับเส้นประสาทที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาแบบอื่น ๆ หรือมีอาการรุนแรง การผ่าตัดมีสองวิธีหลัก คือ การผ่าตัดแบบเปิด และการผ่าตัดแบบส่องกล้อง ในการผ่าตัดแบบเปิด แพทย์จะทำการเปิดแผลขนาดประมาณ 5-6 เซนติเมตรเพื่อตัดพังผืดที่กดทับเส้นประสาท ส่วนการผ่าตัดแบบส่องกล้องใช้แผลเล็กกว่าและฟื้นตัวเร็วกว่า ทั้งสองวิธีมีประสิทธิภาพในการรักษาใกล้เคียงกัน
แนวทางและจุดเด่นของการรักษาพังผืดทับเส้นประสาทที่ PYONG Rehabilitation Clinic
การเข้ารับการรักษาพังผืดทับเส้นประสาทข้อมือที่ PYONG Rehabilitation Clinic สามารถรักษาได้ด้วยเครื่อง PMS หรือ เครื่อง High power laser ที่จะช่วยบรรเทาอาการปวดได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่อย่างไรก็ตามแนะนำเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย แพทย์จะเป็นผู้ประเมินและแนะนำวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับอาการของแต่ละคนได้อย่างเหมาะสม นอกจากการรักษาที่ช่วยบรรเทาอาการปวดได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ที่ PYONG Rehabilitation Clinic ยังมุ่งเน้นการรักษาแบบองค์รวม ที่ผสานการรักษาแบบเวชศาสตร์ฟื้นฟูควบคู่ไปกับการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต เพื่อช่วยให้อาการพังผืดทับเส้นประสาทที่ข้อมือค่อย ๆ ดีขึ้น และไม่กลับมาเป็นซ้ำอีกครั้ง
วิธีป้องกันโรคพังผืดทับเส้นประสาทที่ข้อมือ

การป้องกันโรคพังผืดทับเส้นประสาทที่ข้อมือเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากสาเหตุหลักมักมาจากการใช้งานข้อมือหนักเกินไป ทำให้เกิดอาการบวมและกดทับเส้นประสาท การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยป้องกันโรคพังผืดทับเส้นประสาทที่ข้อมือได้ดี นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการใช้งานข้อมือหนักและพักเป็นระยะ ทำกายบริหารเพื่อคลายกล้ามเนื้อ หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องงอข้อมือมาก ปรับท่าทางการวางข้อมือให้แขนและมืออยู่ในแนวเดียวกัน ไม่งอและไม่กระดกมากเกินไป และใช้อุปกรณ์ช่วยลดการหักงอข้อมือ เช่น เมาส์หรือคีย์บอร์ดเพื่อสุขภาพ เพียงปฏิบัติตามวิธีที่ได้แนะนำไปเหล่านี้ ก็จะช่วยป้องกัน และลดความเสี่ยงในการเกิดโรคพังผืดทับเส้นประสาทที่ข้อมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ
FAQ
สำหรับท่านใดที่อ่านมาถึงตรงนี้ แต่ยังคงมีคำถามเกี่ยวกับโรคพังผืดกดทับเส้นประสาทที่ข้อมือ PYONG Rehabilitation Clinic ได้รวบรวมคำถามที่พบได้บ่อยมาตอบคำถามให้ทุกคนหายสงสัยกันแล้ว
พังผืดทับเส้นประสาทที่ข้อมือรักษาแล้วหายขาดหรือไม่
โรคพังผืดทับเส้นประสาทที่ข้อมือรักษาเป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ยิ่งเริ่มรักษาเร็วเท่าไรก็ยิ่งใช้เวลารักษาน้อยเท่านั้น ที่สำคัญโรคพังผืดทับเส้นประสาทที่ข้อมือควรปรับเปลี่ยนรูปแบบในการใช้ชีวิตควบคู่ไปกับการรักษา เพื่อไม่ให้อาการกลับมาเป็นซ้ำอีก
โรคพังผืดกดทับเส้นประสาทที่ข้อมือจำเป็นต้องผ่าตัดหรือไม่
โรคพังผืดทับเส้นประสาทที่ข้อมือสามารถรักษาได้ด้วยวิธีอื่น ๆ โดยไม่ต้องทำการผ่าตัด เช่น การทำกายภาพบำบัด การใช้ยาบรรเทาอาการปวด หรือการปรับพฤติกรรมบางอย่าง แต่ในกรณีที่ได้ลองรักษาวิธีการต่าง ๆ ดังกล่าวมาแล้วแต่ไม่ดีขึ้น คุณหมออาจจะพิจารณาการผ่าตัด
ราคาเท่าไรหากจะรักษาที่ PYONG Rehabilitation Clinic
- ปักเข็มแพทย์แผนตะวันตก (Dry Needling) คอร์สละ 5 ครั้ง ราคา 24,000 บาท
- ลดอาการปวดระดับลึกด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Magnetic Stimulation) คอร์สละ 5 ครั้ง ราคา 16,000 บาท
- รักษาอาการเจ็บด้วยแสงเลเซอร์ (High Power Laser) คอร์สละ 5 ครั้ง ราคา 16,000 บาท
สรุป
ปัจจุบันเราอยู่ในยุคที่มีการใช้งานคอมพิวเตอร์กันแทบจะทุกวัน ทำให้ภาวะพังผืดทับเส้นประสาทที่มือเป็นภาวะที่พบได้บ่อย ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากการใช้งานข้อมือซ้ำ ๆ ในท่าเดิม หรือมีการใช้งานข้อมือในท่าทางที่ไม่เหมาะสม ทำให้เกิดอาการชา ปวด และอ่อนแรงที่มือ สำหรับแนวทางในการรักษานั้นมีตั้งแต่การปรับพฤติกรรม การใช้ยาบรรเทาอาการปวด ทำกายภาพบำบัด และการผ่าตัดในกรณีที่รุนแรง การป้องกันภาวะพังผืดทับเส้นประสาทที่มือทำได้โดยการใช้ข้อมืออย่างถูกวิธี พักเป็นระยะ และใช้อุปกรณ์ช่วยที่เหมาะสม สำหรับใครที่มีอาการปวดชาบริเวณที่ข้อมือ สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่เจ้าหน้าที่คลินิก ชั้น L เกษรวิลเลจ หรือสอบถามข้อมูลผ่านทาง LINE @pyongrehab หรือโทร 097 468 7990 เราพร้อมดูแลคุณอย่างดีที่สุด



You must be logged in to post a comment.