อาการปวดเอวและร้าวลงขาเป็นปัญหาที่หลายคนต้องเผชิญ แต่หลายครั้งสาเหตุอาจไม่ได้มาจากกระดูกสันหลังอย่างที่หลายคนเข้าใจ หนึ่งในสาเหตุที่พบได้บ่อยคือ กล้ามเนื้อสะโพกอักเสบ ภาวะที่ส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวและการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งหากไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกต้อง อาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพที่รุนแรงตามมาได้ บทความนี้ PYONG Rehabilitation Clinic จะชวนทุกคนมาทำความเข้าใจกับภาวะกล้ามเนื้อสะโพกอักเสบให้มากขึ้น เพื่อการป้องกันและรักษาอย่างถูกวิธี

รู้จักกับอาการกล้ามเนื้อสะโพกอักเสบ

กล้ามเนื้อสะโพกอักเสบ (Hip Tendonitis) เป็นภาวะที่เกิดการอักเสบของเอ็นและกล้ามเนื้อบริเวณสะโพก โดยเฉพาะเอ็น iliopsoas เป็นกล้ามเนื้อสำคัญที่ช่วยในการเคลื่อนไหวของสะโพกและขา ซึ่งอาการเหล่านี้สามารถส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้ เนื่องจากสะโพกเป็นข้อต่อที่รับน้ำหนักทำหน้าที่สำคัญในการเคลื่อนไหวร่างกาย

กล้ามเนื้อสะโพกสำคัญต่อร่างกายอย่างไร

กล้ามเนื้อสะโพกสำคัญต่อร่างกายอย่างไร

กล้ามเนื้อสะโพก เป็นกลุ่มกล้ามเนื้อที่มีความสำคัญต่อการเคลื่อนไหวและการทรงตัวของร่างกาย เมื่อเกิดภาวะกล้ามเนื้อสะโพกอักเสบ จะส่งผลกระทบต่อการทำกิจวัตรประจำวันหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการเดิน การนั่ง การยืน หรือแม้แต่การนอน เพราะกล้ามเนื้อสะโพกทำหน้าที่เป็นเหมือนสะพานเชื่อมระหว่างร่างกายส่วนบนและส่วนล่าง ช่วยในการรักษาสมดุลและการกระจายน้ำหนักของร่างกาย

กล้ามเนื้อสะโพกมีส่วนใดบ้าง

กล้ามเนื้อสะโพกสามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ๆ ได้แก่ 1. กล้ามเนื้อกลุ่มเหยียดสะโพก 2. กล้ามเนื้อกลุ่มกางสะโพก และ 3. กล้ามเนื้อกลุ่มงอสะโพก ซึ่งกล้ามเนื้อทั้งสามส่วนก็จะมีการทำงานที่แตกต่างกัน ดังนี้

1. กล้ามเนื้อกลุ่มเหยียดสะโพก

กล้ามเนื้อสะโพกอักเสบ มักเกิดขึ้นในกลุ่มกล้ามเนื้อเหยียดสะโพก โดยเฉพาะกล้ามเนื้อ Gluteus Maximus ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อที่ใหญ่ที่สุดในร่างกาย ทำหน้าที่ในการเหยียดสะโพกและช่วยในการทรงตัวขณะยืนและเดิน

2. กล้ามเนื้อกลุ่มกางสะโพก

กลุ่มกล้ามเนื้อกางสะโพกประกอบด้วย Gluteus Medius และ Gluteus Minimus ซึ่งทำหน้าที่ในการกางขาและควบคุมการเคลื่อนไหวของสะโพก นอกจากนี้ยังมีหน้าที่สำคัญในการรักษาศูนย์กลางของลำตัวและการทรงตัวให้มีความมั่นคงอีกด้วย เมื่อเกิดกล้ามเนื้อสะโพกอักเสบ ในกลุ่มนี้จะส่งผลให้การเดินผิดปกติและและหากมีพังผืดในชั้นกล้ามเนื้อร่วมด้วย (Trigger point, Taut band) สามารถทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดร้าวไปตามขาคล้ายอาการปวดจากเสื้อประสาทได้อีกด้วย (Pseudo Sciatica)

3. กล้ามเนื้อกลุ่มงอสะโพก

กล้ามเนื้องอสะโพก (iliopsoas muscle) เป็นกล้ามเนื้อที่สำคัญสำหรับการเคลื่อนไหวและการทรงตัว กล้ามเนื้อกลุ่มงอสะโพกประกอบไปด้วยสองกล้ามเนื้อหลัก คือ psoas major และ iliacus ซึ่งทำงานร่วมกันเพื่อช่วยในการเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องกับการงอสะโพกและการเคลื่อนกระดูกสันหลังส่วนล่าง

สาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหากล้ามเนื้อสะโพกอักเสบ

สาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหากล้ามเนื้อสะโพกอักเสบ
  • เคลื่อนไหวร่างกายผิดท่าฉับพลัน : การเคลื่อนไหวที่ไม่เหมาะสม เช่น การหมุนตัวหรือยกขาในท่าที่ผิดปกติ สามารถทำให้กล้ามเนื้อสะโพกได้รับความเครียดและเกิดการอักเสบได้
  • กระดูกอ่อนข้อสะโพกฉีกขาด : การใช้งานสะโพกที่หนักหรือไม่ถูกวิธี เช่น การวิ่งหรือการกระโดดอาจทำให้กระดูกอ่อนบริเวณข้อสะโพกฉีกขาดและเกิดการอักเสบ
  • อุบัติเหตุบริเวณสะโพก : การล้ม ตกจากที่สูง หรือถูกกระแทกโดยตรงที่สะโพก สามารถทำให้เกิดการบาดเจ็บและอักเสบที่กล้ามเนื้อสะโพกได้
  • การใช้งานมากเกินไป (Overuse) : กล้ามเนื้อสะโพกอักเสบ มักเกิดจากการใช้งานกล้ามเนื้อซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน โดยเฉพาะในนักกีฬาหรือผู้ที่ต้องยืนทำงานเป็นเวลานาน ๆ
  • กล้ามเนื้อไม่มีความสมดุล : การมีกล้ามเนื้อบางส่วนแข็งแรงเกินไปหรืออ่อนแอเกินไป ทำให้เกิดการกดทับและอักเสบได้
  • น้ำหนักตัวมากเกินไป : การมีน้ำหนักเกินทำให้ข้อต่อและกล้ามเนื้อสะโพกต้องรับน้ำหนักมากขึ้น ส่งผลทำให้กล้ามเนื้อสะโพกอักเสบได้

อาการกล้ามเนื้อสะโพกอักเสบมีอะไรบ้าง

อาการของกล้ามเนื้อสะโพกอักเสบ มักเริ่มต้นด้วยความรู้สึกไม่สบายเล็กน้อยบริเวณสะโพก ซึ่งหลายคนมักมองข้ามในระยะแรก แต่อาการจะค่อย ๆ เจ็บขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมีการเคลื่อนไหวหรือออกแรง ผู้ป่วยอาจรู้สึกปวดตึงบริเวณสะโพกในตอนเช้าหลังตื่นนอน หรือหลังจากนั่งอยู่ท่าเดิมเป็นเวลานาน ๆ

เมื่ออาการกล้ามเนื้อสะโพกอักเสบรุนแรงขึ้น จะทำให้เกิดอาการปวดร้าวลงไปตามต้นขา บางครั้งอาจรู้สึกชาหรือรู้สึกเสียวแปลบ ๆ ส่งผลให้การเดินลำบากขึ้น หากปล่อยทิ้งไว้ไม่ทำการรักษา ในระยะยาวอาจส่งผลต่อการทรงตัวและเพิ่มความเสี่ยงต่อการหกล้มได้

นอกจากอาการปวดบริเวณสะโพกที่เกิดจากกล้ามเนื้อสะโพกอักเสบแล้ว ยังมีอาการปวดสะโพกที่เรียกว่า สลักเพชรจม (Piriformis syndrome) เป็นภาวะที่เกิดจากการใช้กล้ามเนื้อ Piriformis มากเกินไป จนเกิดการตึงตัวหรือหดเกร็ง ทำให้กล้ามเนื้อสะโพกที่ชื่อว่า Piriformis กดทับเส้นประสาท Sciatic ซึ่งเป็นเส้นประสาทที่ยาวที่สุดในร่างกาย ส่งผลให้เกิดอาการปวดสะโพก ก้น และร้าวลงไปถึงขา

ทั้งนี้ อาการของสลักเพชรจม มักจะเกิดรู้สึกปวดลึก ๆ บริเวณแก้มก้น สะโพก หรือเอว และอาจมีอาการชาร้าวลงขา โดยอาการปวดมักจะรุนแรงขึ้นเมื่อกล้ามเนื้อสะโพกหดเกร็งจากการใช้งานที่มากเกินไป เช่น การนั่งนาน ๆ หรือการยืดสะโพกในบางท่า ในขณะที่ กล้ามเนื้อสะโพกอักเสบ มักจะเจ็บปวดเมื่อมีการเคลื่อนไหวรุนแรงหรือใช้กล้ามเนื้อสะโพกในระยะเวลานาน และจะรู้สึกเจ็บในขณะที่สะโพกหรือนั่งนิ่งนานเกินไป

ใครเสี่ยงกล้ามเนื้อสะโพกอักเสบบ้าง

  • นักกีฬา โดยเฉพาะผู้ที่เล่นกีฬาที่ต้องมีการวิ่ง กระโดด หรือเปลี่ยนทิศทางกะทันหัน เช่น นักบาสเกตบอล นักฟุตบอล นักวิ่ง
  • ผู้ที่ทำงานต้องยืนนาน เช่น พนักงานขาย พนักงานในโรงงาน หรือบุคลากรทางการแพทย์
  • ผู้สูงอายุ เมื่ออายุมากขึ้นความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อและเอ็นลดลงตามอายุ ทำให้เสี่ยงกล้ามเนื้อสะโพกอักเสบได้ง่าย
  • ผู้ที่มีน้ำหนักเกิน การมีน้ำหนักมากเกินไปทำให้กล้ามเนื้อสะโพกต้องรับภาระหนักขึ้น
  • ผู้ที่ออกกำลังกายหนักเกินไป โดยเฉพาะผู้ที่เพิ่งเริ่มออกกำลังกายและหักโหมมากเกินไป

แนวทางการรักษากล้ามเนื้อสะโพกอักเสบ

แนวทางการรักษากล้ามเนื้อสะโพกอักเสบ

แนวทางการรักษากล้ามเนื้อสะโพกอักเสบนั้นขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ โดยแพทย์จะทำการพิจารณาความรุนแรงของอาการก่อน แล้วเลือกวิธีการรักษากล้ามเนื้อสะโพกอักเสบที่เหมาะกับคนไข้มากที่สุด ซึ่งแนวทางในการรักษาหลัก ๆ มี ดังนี้

รับประทานยาแก้ปวด ฉีดยาแก้ปวด

การรักษากล้ามเนื้อสะโพกอักเสบ ในระยะแรกมักเริ่มด้วยการใช้ยาแก้ปวดและลดการอักเสบ ทั้งชนิดรับประทานและชนิดทา ในกรณีที่มีอาการรุนแรง แพทย์อาจพิจารณาฉีดยาสเตียรอยด์เฉพาะที่เพื่อลดการอักเสบ

กายภาพบำบัด

การทำกายภาพบำบัดเป็นส่วนสำคัญในการรักษา กล้ามเนื้อสะโพกอักเสบ โดยแพทย์จะออกแบบโปรแกรมการรักษาที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล ซึ่งอาจรวมถึงการยืดกล้ามเนื้อ การนวด และการใช้เครื่องมือทางกายภาพบำบัด เช่น การปักเข็มแบบตะวันตก (Dry Needling) กระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อและเส้นประสาทด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (PMS) และ หรือการใช้แสงเลเซอร์กำลังสูง (High Power Laser) เพื่อช่วยบรรเทาอาการและเร่งฟื้นฟูซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่ได้รับความเสียหาย

ผ่าตัด

การผ่าตัดจะพิจารณาเฉพาะในกรณีที่อาการรุนแรงและการรักษาทางกายภาพบำบัดและการรับประทานยาไม่ได้ผล โดยเฉพาะเมื่อมีการฉีกขาดของเอ็นหรือกล้ามเนื้อที่รุนแรง

สรุป

กล้ามเนื้อสะโพกอักเสบ เป็นภาวะที่สามารถส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก แต่สามารถป้องกันได้ด้วยการดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม การออกกำลังกายอย่างถูกวิธี และการรักษาท่าทางที่ถูกต้องในชีวิตประจำวัน หากมีอาการผิดปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันไม่ให้อาการลุกลามจนเรื้อรังและยากต่อการรักษา