ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

การจัดการอาการปวด

กายภาพบำบัดด้วยการดึงคอ ดึงหลัง | Traction ที่ PYONG Rehabilitation Penthouse

ผู้ป่วยรับการดึงกระดูกสันหลังส่วนคอด้วยเครื่อง
ช่วงราคา
2,500 บาท/ครั้ง
ทั้งนี้ แผนการรักษาที่เหมาะสมจะถูกพิจารณาโดยแพทย์หลังการประเมิน เพื่อให้สอดคล้องกับผู้รับบริการและเป้าหมายการรักษา

การดึงคอ–ดึงหลัง (Spinal Traction) เป็นเทคนิคกายภาพบำบัดที่ใช้แรงดึงอย่างแม่นยำเพื่อ “ยืด” โครงสร้างกระดูกสันหลังและเนื้อเยื่อรอบๆ ช่วยลดแรงกดที่หมอนรองกระดูกและรูทางออกของเส้นประสาท จึงอาจบรรเทาอาการปวดร้าว ชา หรืออ่อนแรงที่เกิดจากเส้นประสาทถูกกดทับ เทคนิคนี้เหมาะกับผู้ที่มีอาการปวดคอ/หลังจากภาวะเสื่อม ท่าทางซ้ำๆ หรือหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท ทั้งนี้ผลลัพธ์ขึ้นกับสาเหตุและความรุนแรงของโรค ทีมแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูที่ PYONG Rehabilitation Penthouse จะตรวจประเมินก่อนทุกเคส ปรับแรงดึงและท่าทางให้เหมาะรายบุคคล และผสานการรักษาอื่น เช่น โปรแกรมออกกำลังเพื่อเสริมเสถียรภาพกระดูกสันหลัง รวมถึง PMS, therapeutic ultrasound และ dry needling ตามข้อบ่งชี้ ผู้รับบริการสะดวกด้วยทำเลใจกลางเมือง อาคารเกษรทาวเวอร์ ชั้น 11 ใกล้ BTS ชิดลม

ดึงคอ–ดึงหลัง (Traction) คืออะไร

Traction คือการใช้แรงดึงแบบต่อเนื่องหรือเป็นจังหวะกับคอหรือเอว เพื่อเพิ่มช่องว่างระหว่างกระดูกสันหลัง คลายแรงอัดของหมอนรองกระดูก และลดการกดรูทางออกเส้นประสาท แนวคิดคือเมื่อช่องแคบถูก “เปิด” มากขึ้น อาการปวดร้าว ชา หรืออ่อนแรงจากการกดทับอาจลดลง เทคนิคนี้ทำโดยเครื่องดึงที่ควบคุมแรงดึง เวลา และท่าทางอย่างแม่นยำ ภายใต้การดูแลของบุคลากรทางการแพทย์ที่ผ่านการฝึกฝน ทั้งนี้ Traction มักใช้เป็น “ส่วนหนึ่ง” ของแผนรักษา โดยจะจับคู่กับการออกกำลังบำบัด การปรับท่าทาง การฝึกกล้ามเนื้อแกนกลาง และเทคโนโลยีฟื้นฟูอื่นตามความจำเป็น เพื่อให้ผลลัพธ์สอดคล้องกับเป้าหมายการใช้งานจริงในชีวิตประจำวันของแต่ละคน

ทำไมควรทำ Traction ที่ PYONG Rehabilitation Penthouse

  • แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูกำกับทุกขั้นตอน: ตั้งแต่คัดกรองข้อห้าม–กำหนดแรงดึง–ปรับท่า ไปจนถึงเลือกการบำบัดเสริม
  • เทคโนโลยีและโปรแกรมการรักษาที่ครบวงจร: เช่นผสาน Traction กับ Peripheral Magnetic Stimulation (PMS)Therapeutic UltrasoundDry Needling เพื่อเสริมการลดปวดและการฟื้นตัวของกล้ามเนื้อ/เส้นประสาทให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
  • ทำเลสะดวก: อาคารเกษรทาวเวอร์ ชั้น 11 (BTS ชิดลม) เดินทางง่าย เหมาะกับการนัดต่อเนื่อง

ดึงคอ–ดึงหลังทำงานอย่างไร (กลไก + ขั้นตอนรับบริการ)

กลไกหลัก: แรงดึงที่เหมาะสมช่วยลดแรงอัดของหมอนรองกระดูกและข้อต่อระหว่างกระดูกสันหลัง ทำให้ทางออกเส้นประสาทกว้างขึ้น จึงอาจลดการระคายเคืองของเส้นประสาทและอาการปวดร้าวได้ โดยเฉพาะในภาวะกดทับจากหมอนรองกระดูกและการเสื่อมบางชนิด

ขั้นตอนโดยสรุป (Step-by-step):

  1. พบแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู: ซักประวัติ ตรวจระบบประสาท ประเมินความเสี่ยง (เช่น ภาวะกระดูกพรุนรุนแรง การติดเชื้อเนื้อเยื่อกระดูกสันหลัง เนื้องอก ฯลฯ) และกำหนดแผน
  2. ทดลองแรงดึง: เริ่มแรงดึงต่ำ ทดสอบท่าที่เหมาะ (นอนหงาย/คว่ำสำหรับเอว, ศีรษะ-คอสำหรับคอ)
  3. ดึงจริง: ปรับแรงดึง–เวลาเป็นช่วงๆ หรือคงที่ ตามการตอบสนอง (โดยทั่วไป 10–20 นาทีต่อครั้ง) ภายใต้การเฝ้าติดตามอาการ
  4. ปิดท้ายด้วยการออกกำลังบำบัด/ท่าบริหารเฉพาะจุด และคำแนะนำการใช้ชีวิต
    ความรู้สึกระหว่างทำ: รู้สึกตึงยืดแต่ไม่ควรปวดรุนแรง หากมีปวดมาก เวียนศีรษะ ชาหรืออ่อนแรงเพิ่ม ต้องแจ้งผู้ดูแลทันที

อาการ/ภาวะที่เหมาะกับการดึงคอ–ดึงหลัง

  • ปวดคอร้าวแขน/ชามือจากเส้นประสาทคอถูกกดทับ (cervical radiculopathy)
  • ปวดหลังร้าวลงก้น–ขา/ชาขา (sciatica) จากเส้นประสาทหลังส่วนเอวถูกกดทับ (lumbar radiculopathy)
  • หมอนรองกระดูกสันหลังยื่นหรือกดทับเส้นประสาท (คอ/เอว)
  • ภาวะรูสันหลังแคบ (spinal stenosis) บางกรณีที่แพทย์เห็นว่าเหมาะ
  • ปวดคอ–บ่าจากท่าทาง/ทำงานหน้าจอ ร่วมกับอาการตึงติดข้อต่อคอ
  • ปวดหลังจากข้อต่อกระดูกสันหลังติดตึง (facet-related)
  • กระดูกสันหลังเสื่อมตามวัยที่มีอาการปวดร้าวร่วม
  • อาการกลับมาเป็นซ้ำหลังใช้งาน/เดินทางนาน (ภายใต้การประเมินความเสี่ยงรายบุคคล)
  • หลังผ่าตัดกระดูกสันหลังบางชนิด “เมื่อถึงระยะปลอดภัย” และแพทย์เห็นสมควร
  • ผู้สูงวัยที่มีอาการปวดร้าวจากการกดทับเส้นประสาท แต่ต้องคัดกรองความเสี่ยงกระดูกพรุนก่อน

หลักฐานเชิงวิชาการเกี่ยวกับ Traction

ภาพรวมหลักฐานบ่งชี้ว่า การดึงคอ เมื่อ “ผสานกับการออกกำลังบำบัด” อาจให้ผลเหนือกว่าออกกำลังอย่างเดียวในผู้ป่วย cervical radiculopathy โดยการทดลองแบบสุ่มปี 2014 รายงานว่าการเติม mechanical traction ลดความปวดได้ดีกว่าในระยะติดตามระยะยาว (JOSPT (เปิดในแท็บใหม่)) สำหรับอาการ ปวดหลังร้าวลงขา (lumbar radiculopathy) งานทบทวนและเมตาอะนาลิสส์ล่าสุดเสนอว่า traction อาจช่วยลดปวดระยะสั้น เมื่อใช้ร่วมกับกายภาพบำบัดแบบมาตรฐาน (PubMed (เปิดในแท็บใหม่), PMC (เปิดในแท็บใหม่))

Tractionควรใช้ร่วมกับโปรแกรมออกกำลังบำบัดและการปรับพฤติกรรม

ควรทำบ่อยแค่ไหน

ความถี่ของการทำ Traction ขึ้นกับสาเหตุและการตอบสนองของอาการ โดยทั่วไปในระยะเริ่มต้นการรักษาอาจทำนัดหมาย สัปดาห์ละ 1–2 ครั้งต่อเนื่อง 2–4 สัปดาห์ พร้อมโปรแกรมออกกำลังบำบัดที่บ้านทุกวัน จากนั้นทำการประเมินซ้ำเพื่อปรับแผน ลด/เพิ่มความถี่ หรือเปลี่ยนรูปแบบการดูแล หากเป็นภาวะที่สงสัยว่าอาจมีอาการเส้นประสาทถูกกดทับ จะมีการเน้นการฟื้นตัวเชิงรุกผ่านการออกกำลังกายเพื่อเสริมเสถียรภาพของร่างกายและแก้ไขท่าทางการทำงาน รวมถึงมีการใช้อุปกรณ์อื่นๆเพื่อช่วยฟื้นฟูตามความเหมาะสม ทั้งนี้แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูจะเป็นผู้กำหนดความถี่ ระยะเวลา และการผสานการรักษากับเทคนิคอื่นแบบ เฉพาะบุคคล หลังประเมินความปลอดภัยและเป้าหมายการรักษาของผู้รับบริการ

ผลลัพธ์ที่คาดหวัง

ระยะสั้น (ครั้งแรก–สัปดาห์แรก): ในหลายเคส ผู้รับบริการอาจรู้สึกตึงน้อยลง เคลื่อนไหวคอ/หลังสะดวกขึ้น อาการปวดร้าวลดลงบ้างหลังทำ (ชั่วคราว) โดยเฉพาะเมื่อทำควบคู่กับการบริหารที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม หากมีอาการปวดมากขึ้น เวียนศีรษะ หรือชารุนแรง ควรหยุดและแจ้งทีมทันที

ระยะยาว (4–6 สัปดาห์ขึ้นไป): การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนขึ้นอยู่กับการผสาน โปรแกรมออกกำลังบำบัดและการปรับพฤติกรรม อย่างเคร่งครัด ในกลุ่มคัดเลือก เช่น cervical radiculopathy อาจเห็นการลดปวดและความพิการที่ชัดขึ้นเมื่อทำพร้อมการออกกำลังต่อเนื่อง ขณะที่กลุ่มปวดหลังไม่ร้าวลงขามักไม่เห็นประโยชน์ของ traction เดี่ยวๆ ตามหลักฐานปัจจุบัน

ข้อห้ามและข้อควรระวังในการทำหัตถการ

ก่อนทำทุกครั้ง แพทย์จะคัดกรองข้อห้ามและปัจจัยเสี่ยงอย่างละเอียด ภาวะที่ ห้าม/ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ การติดเชื้อกระดูกสันหลัง เนื้องอก/กระจายสันหลัง กระดูกหักหรือหลังอุบัติเหตุเฉียบพลัน ภาวะไม่มั่นคงของเอ็นข้อสันหลัง ไขสันหลังถูกกด (myelopathy) กระดูกพรุนรุนแรง ตั้งครรภ์ (โดยเฉพาะการดึงเอวด้วยสายรัด) ความดันโลหิตสูงที่ยังควบคุมไม่ได้ โรคหลอดเลือดคอ (vertebrobasilar insufficiency) และภาวะอื่นที่แพทย์เห็นว่าไม่ปลอดภัย รวมถึงบางชนิดของไส้เลื่อน/โรคปอดจำกัด เป็นต้น

หมายเหตุ: หากมีเครื่องกระตุ้นหัวใจ/อิเล็กทรอนิกส์ในร่างกาย แม้ traction เองไม่ใช่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า แต่หากจะผสาน PMS หรือเทคโนโลยีอื่นร่วม แพทย์จะพิจารณาความเหมาะสมเป็นรายบุคคล

ค่าใช้จ่าย

ค่าบริการ ดึงคอ/ดึงหลังครั้งละ 2,000 บาท (THB) หรือ อาจรวมอยู่ในโปรแกรมกายภาพบำบัด ตามแผนที่แพทย์กำหนด ทั้งนี้ผู้ที่ยังไม่เคยรับบริการจำเป็นต้องตรวจประเมินระบบกระดูกสันหลังและระบบประสาทโดยแพทย์ก่อน เพื่อความปลอดภัยและกำหนดข้อบ่งชี้ที่เหมาะสม (อัตราค่าประเมินเป็นไปตามระเบียบของคลินิก)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1) ดึงคอ–ดึงหลังต่างจาก “จัดกระดูก” อย่างไร?

Traction คือการยืดแบบควบคุมด้วยเครื่องมือ ปรับแรง–เวลาอย่างเป็นระบบ ต่างจากการทำให้เกิดเสียง “ลั่น” ข้อต่อ เทคนิคและเป้าหมายต่างกัน และแพทย์จะใช้ traction เป็นส่วนหนึ่งของแผนรักษา ไม่ใช่การรักษาเดี่ยวๆ

2) เจ็บไหม และใช้เวลานานแค่ไหน?

โดยทั่วไปจะรู้สึกตึงยืด ไม่ควรปวดรุนแรง ใช้เวลาเฉลี่ย 10–20 นาที/ครั้ง ขึ้นกับตำแหน่งและการตอบสนองของแต่ละคน

3) ถ้ามีหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท จะช่วยได้หรือไม่?

ในกลุ่มที่คัดเลือก (เช่น cervical radiculopathy และบางเคสของ lumbar radiculopathy) traction อาจช่วยลดปวดระยะสั้น เมื่อทำคู่กับโปรแกรมออกกำลังบำบัด ผลระยะยาวขึ้นกับการฟื้นฟูโดยรวม (JOSPT (เปิดในแท็บใหม่), PubMed (เปิดในแท็บใหม่))

4) ใครบ้างที่ไม่ควรทำ?

ผู้ที่มีการติดเชื้อ/เนื้องอกกระดูกสันหลัง กระดูกหัก ความไม่มั่นคงของเอ็น ข้อห้ามทางหลอดเลือดคอ ตั้งครรภ์ (โดยเฉพาะการดึงเอว) กระดูกพรุนรุนแรง หรือความดันโลหิตสูงที่ยังควบคุมไม่ได้ เป็นต้น ต้องให้แพทย์ประเมินก่อนเสมอ (StatPearls (เปิดในแท็บใหม่))

5) ต้องเตรียมตัวอย่างไร?

สวมเสื้อผ้าสบาย งดเครื่องประดับคอ/เอว แจ้งโรคประจำตัว ยา และอุปกรณ์ในร่างกาย (เช่น pacemaker) ให้ครบ โดยเฉพาะหากจะผสานเทคโนโลยีอื่นร่วม

การเลือกสถานที่รักษาอาการปวดและโรคทางสมองจากคลินิกที่ดูแลโดยทีมแพทย์เฉพาะทางที่มีความเชี่ยวชาญอย่าง PYONG Rehabilitation Clinic และ PYONG Rehabilitation Penthouse จะช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสฟื้นตัวและกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้อย่างรวดเร็ว สำหรับใครที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่

เทคโนโลยีอื่นในกลุ่มนี้ — การจัดการอาการปวด

ปรึกษาทีม PYONG

สอบถามข้อมูลหรือวางแผนการรักษากับทีมของเรา

โทร(+66) 2 124 3388

รับคำปรึกษา หรือ นัดพบแพทย์

ยินดีดูแลให้คำปรึกษาทุกวัน เวลา 10.00 – 20.00 น.

สาขาของเรา

  • 11th Floor, Gaysorn Tower

    PYONG Rehabilitation Center Ratchaprasong

    ชั้น 11 อาคารเกษรทาวเวอร์ (Gaysorn Tower) ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

    ทุกวัน 10.00 – 20.00 น.

    ดูเส้นทาง (เปิดในแท็บใหม่)
  • L Floor, Gaysorn Village

    PYONG Rehabilitation Primary Care Unit

    ชั้น L อาคารเกษรวิลเลจ (Gaysorn Village) ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

    ทุกวัน 10.00 – 20.00 น.

    ดูเส้นทาง (เปิดในแท็บใหม่)
  • 2nd Floor, Gaysorn Amarin

    PYONG MEN

    ชั้น 2 อาคารเกษรอัมรินทร์ (Gaysorn Amarin) ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

    ทุกวัน 10.00 – 20.00 น.

    ดูเส้นทาง (เปิดในแท็บใหม่)