อาการปวดหัวไมเกรนไม่เพียงเป็นความเจ็บปวดที่รบกวนชีวิตประจำวัน แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพการนอนหลับ โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่มีอาการออฟฟิศซินโดรมและผู้ที่มีความเครียดสูง การเข้าใจว่าปวดหัวไมเกรนนอนไม่หลับมีสาเหตุมาจากอะไร จะช่วยให้คุณจัดการกับปัญหานี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ปวดหัวไมเกรนส่งผลต่อการนอนอย่างไร

โดยปกติแล้วผู้ที่มีอาการปวดหัวไมเกรน มักจะมีปัญหานอนไม่หลับมากกว่าผู้ที่มีอาการปวดหัวแบบทั่วไป เนื่องจากไมเกรนเป็นอาการปวดศีรษะชนิดหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการทำงานผิดปกติของระบบประสาทและสารสื่อประสาทในสมอง เช่น ซีโรโทนิน (Serotonin) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการควบคุมอาการปวดและวงจรการนอนหลับ ทำให้ผู้ที่เป็นไมเกรนไวต่อสิ่งเร้ามากกว่าปกติ เช่น แสง เสียง หรือความเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม ส่งผลให้หลับยาก สะดุ้งตื่นบ่อย และนอนหลับไม่สนิท

นอกจากนี้ ความเครียด ความวิตกกังวล และการปวดอย่างรุนแรงจากไมเกรนยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คุณภาพการนอนแย่ลงอีกด้วย

8 คำแนะนำเพื่อการนอนหลับที่มีคุณภาพ สำหรับผู้ที่มีอาการไมเกรน

การนอนหลับอย่างมีคุณภาพไม่เพียงช่วยให้ร่างกายฟื้นตัว แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการลดความถี่และความรุนแรงของไมเกรนได้ ลองทำตาม 8 คำแนะนำเหล่านี้เพื่อช่วยลดอาการปวดหัวไมเกรนแล้วนอนไม่หลับได้ดียิ่งขึ้น

1.งดการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

หยุดใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนนอน เนื่องจากแสงสีฟ้าจากหน้าจอยับยั้งการผลิตเมลาโทนิน หากจำเป็นต้องใช้ ให้เปิดโหมดกลางคืนหรือใช้แว่นกรองแสงสีฟ้า

2.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

ออกกำลังแบบแอโรบิกเบาๆ อย่างน้อย 30 นาที 3-5 วันต่อสัปดาห์ โดยสามารถเลือกการออกกำลังที่ตนเองชื่นชอบ เช่น โยคะ ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน แต่ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังที่หักโหมจนเกินไป เพราะอาจทำให้ไมเกรนกำเริบได้

3.จัดห้องนอนให้เอื้อต่อการนอนหลับ

ควรจัดห้องให้มืดสนิทด้วยผ้าม่านกันแสงหรือที่ปิดตา รักษาอุณหภูมิเย็นสบาย และมีความเงียบจะช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น

4.ใช้หมอนและเตียงที่เหมาะสม

เลือกหมอนและเตียงที่รองรับศีรษะและคอ หากมีท่านอนและการรองรับที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้เกิดความตึงที่คอและไหล่ ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นอาการปวดไมเกรนได้

5.รักษาตารางเข้านอนอย่างสม่ำเสมอ

ควรเข้านอนและตื่นนอนในเวลาเดียวกันทุกวัน เพราะการเปลี่ยนแปลงเวลานอนอย่างกะทันหันเป็นหนึ่งในปัจจัยกระตุ้นไมเกรนที่พบบ่อย และควรตั้งเป้าหมายในการนอนหลับให้ได้วันละ 7-8 ชั่วโมงต่อคืน

6.หลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นไมเกรนก่อนนอน

ควรหลีกเลี่ยง แอลกอฮอล์ คาเฟอีน อาหารหมัก ไวน์แดง และของหวานที่มีน้ำตาลสูง เนื่องจากปัจจัยกระตุ้นไมเกรนเหล่านี้สามารถทำให้เกิดไมเกรนในช่วงกลางคืนได้

7.จัดการความเครียดก่อนเข้านอน

ความเครียดเป็นตัวกระตุ้นสำคัญที่ส่งผลทั้งต่อไมเกรนและปัญหาการนอน การฝึกเทคนิคผ่อนคลายก่อนนอน เช่น การหายใจลึก ๆ หรือการฝึกสมาธิช่วงสั้น ๆ สามารถช่วยลดความเครียดและส่งเสริมการนอนหลับที่มีคุณภาพได้

8.รักษาไมเกรนอย่างถูกวิธีโดยแพทย์เฉพาะทาง

การปรึกษาและรักษาไมเกรนโดยแพทย์เฉพาะทางสามารถปรับปรุงคุณภาพการนอนหลับได้อย่างมีนัยสำคัญ แพทย์จะช่วยวินิจฉัยและแนะนำแนวทางการรักษาที่ถูกต้องและเหมาะสมกับลักษณะอาการได้ ทั้งการให้ยา การทำกายภาพบำบัดและเวชศาสตร์ฟื้นฟู เป็นต้น

สรุป

การดูแลคุณภาพการนอนหลับอย่างจริงจังถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยจัดการกับอาการไมเกรนได้ ไม่ว่าจะเป็นการปรับพฤติกรรมก่อนนอน การหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น หรือการรับการรักษาอย่างถูกต้องจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ที่ PYONG Rehabilitation Clinic คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรม สาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟู เรามีการรักษาไมเกรนด้วยวิธีทางกายภาพและเวชศาสตร์ฟื้นฟูด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การปักเข็มแผนตะวันตก (Dry Needling), การบำบัดด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (PMS), การรักษาด้วยแสงเลเซอร์พลังงานสูง (High Power Laser), การบำบัดด้วยเครื่อง Shockwave ซึ่งที่ เปียง รีแฮบบิลิเทชัน จะเป็นการบำบัดด้วย Focused Shockwave Therapy พร้อม 3D Dynamic Focusing