[rank_math_breadcrumb]

วิธีจับเมาส์ที่ถูกต้อง แก้ปวดข้อมือจากการใช้เมาส์ พร้อมท่าบริหารที่ทำได้เอง

ปวดข้อมือจากการใช้เมาส์
สารบัญ

ในยุคดิจิทัลที่การทำงานหน้าคอมพิวเตอร์กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน าการปวดข้อมือจากการใช้เมาส์ถือเป็นหนึ่งในปัญหาออฟฟิศซินโดรมที่พบได้บ่อย แต่หลายคนอาจไม่ทราบว่าอาการปวดธรรมดาอาจพัฒนาไปสู่โรคร้ายแรงอย่าง Carpal Tunnel Syndrome (CTS) ได้ หากไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจสาเหตุ วิธีการรักษา และเทคนิคการป้องกันอาการปวดข้อมือจากการใช้เมาส์อย่างมีประสิทธิภาพ 

ปวดข้อมือจากการใช้เมาส์

ปวดข้อมือจากการใช้เมาส์คืออะไร มีอาการอย่างไร

อาการปวดข้อมือจากการใช้เมาส์ หรือที่บางครั้งเรียกว่า “Mouse Hand Syndrome” เป็นอาการที่เกิดจากการใช้เมาส์คอมพิวเตอร์เป็นเวลานานในท่าทางที่ไม่เหมาะสม ทำให้เกิดการอักเสบของกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และเนื้อเยื่อโดยรอบข้อมือ อาจนำไปสู่อาการปวดข้อมือที่พบบ่อย เช่น รู้สึกปวดตื้อบริเวณข้อมือซึ่งอาจร้าวไปถึงนิ้วมือหรือแขน ร่วมกับอาการมือชา หรือมักรู้สึกว่ากำลังในการจับวัตถุลดลง มือไม่มีแรง และอาการจะรุนแรงขึ้นเมื่อมีการใช้งานซ้ำ ๆ ต่อเนื่องละ

หากอาการนี้ไม่ได้รับการแก้ไขอาจพัฒนาไปสู่โรค Carpal Tunnel Syndrome ซึ่งเป็นภาวะที่เส้นประสาทมีเดียน (Median Nerve) ถูกกดทับบริเวณอุโมงค์ข้อมือ (Carpal Tunnel) ที่เป็นช่องแคบๆ ด้านหน้าข้อมือ

สาเหตุสำคัญของอาการปวดข้อมือจากการใช้เมาส์

อาการปวดข้อมือจากการใช้เมาส์เป็นหนึ่งในปัญหาที่พบได้บ่อยในกลุ่มคนทำงานออฟฟิศ ซึ่งเกิดจากพฤติกรรมการทำงานที่ไม่เหมาะสม เช่น 

  1. ท่าทางการใช้เมาส์ที่ไม่ถูกต้อง งอข้อมือมากเกินไป หรือเอียงข้อมือไปด้านข้าง 
  2. การใช้เมาส์เป็นเวลานานโดยไม่พัก
  3. รูปแบบเมาส์ที่ไม่เหมาะกับสรีระมือ
  4. โต๊ะและเก้าอี้ทำงานที่ไม่เอื้อต่อการวางมือที่ถูกต้อง
  5. อาการเกร็งของกล้ามเนื้อและการขาดการยืดเหยียด

รูปแบบของการจับเมาส์

รูปแบบการจับเมาสืหรือ Mouse grip มี 3 รูปแบบหลัก ที่ส่งผลต่อการกระจายแรงและท่าทางของมือและข้อมือ แต่ละแบบมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกัน ทำความเข้าใจรูปแบบการจับเมาส์จะช่วยให้คุณเลือกรูปแบบที่เหมาะสมกับงานที่ทำและสรีระของมือ

1. Palm Grip (การจับแบบฝ่ามือ)

การจับแบบนี้คือการวางฝ่ามือทั้งหมดบนเมาส์ ให้เมาส์รองรับน้ำหนักของมือทั้งหมด ข้อดีคือช่วยลดอาการเมื่อยที่นิ้วและข้อมือ เพราะน้ำหนักมือกระจายบนเมาส์ทั้งหมด เหมาะสำหรับการใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานาน แต่ข้อเสียคือการเคลื่อนไหวอาจช้ากว่าแบบอื่น

2. Fingertip Grip (การจับแบบปลายนิ้ว) 

เป็นการจับเมาส์โดยใช้ปลายนิ้วสัมผัสเมาส์เพียงเบาๆ ไม่ได้วางฝ่ามือทั้งหมดลงบนเมาส์ ข้อดีคือควบคุมการเคลื่อนไหวได้รวดเร็ว เหมาะสำหรับการทำงานที่ต้องการความละเอียดสูง แต่ข้อเสียคืออาจทำให้เมื่อยที่นิ้วมือและข้อมือมากกว่ารูปแบบอื่น ไม่เหมาะกับการใช้งานเป็นเวลานาน เพราะกล้ามเนื้อนิ้วต้องทำงานหนัก

3. Claw Grip (การจับแบบกรงเล็บ)

เป็นการผสมผสานระหว่าง Fingertip Grip และ Palm Grip โดยวางฝ่ามือบนส่วนหลังของเมาส์ แต่ยกนิ้วขึ้นและใช้ปลายนิ้วในการคลิก ข้อดีคือมีความยืดหยุ่นในการใช้งานสูง แบ่งสมดุลระหว่างความแม่นยำกับการลดอาการเมื่อยที่นิ้วได้ดี แต่ข้อเสียคือบางคนอาจรู้สึกไม่เป็นธรรมชาติในการจับแบบนี้

การเลือกรูปแบบการจับเมาส์ที่เหมาะสมควรคำนึงถึงลักษณะงาน ขนาดมือ และความสบายส่วนบุคคล ซึ่ง Palm Grip ถือเป็นท่าจับที่ดีที่สุด เนื่องจากให้ความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของข้อมือในระดับต่ำที่สุด อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเลือกใช้รูปแบบใด การพักมือเป็นระยะและการเปลี่ยนอิริยาบถยังคงเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันอาการปวดข้อมือ 

วิธีจับเมาส์ที่ถูกต้อง เพื่อลดอาการปวด

การจับเมาส์อย่างถูกวิธีเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยป้องกันและลดอาการปวดข้อมือจากการใช้เมาส์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต่อไปนี้คือแนวทางการจับเมาส์ที่ถูกต้อง

  1. วางข้อมือในแนวตรง ไม่งอขึ้น งอลง หรือบิดไปด้านข้าง เพื่อลดแรงกดที่อุโมงค์ข้อมือ
  2. วางเมาส์ในระยะที่เอื้อมถึงได้สบาย โดยไม่ต้องยืดแขนหรือหมุนไหล่
  3. ใช้การเคลื่อนไหวทั้งแขน แทนการขยับเฉพาะข้อมือเพื่อกระจายแรงให้ทั่วแขน
  4. เลือกเมาส์ที่เหมาะกับขนาดมือ และรูปแบบการจับเมาส์ที่ถนัด
  5. ใช้ที่รองข้อมือ (Wrist Rest) ช่วยให้ข้อมืออยู่ในระดับเดียวกับเมาส์
  6. ปรับความสูงเก้าอี้ ให้แขนวางในระดับที่ไม่ต้องยกไหล่ขึ้นเมื่อใช้เมาส์

ท่าบริหารข้อมือ เพื่อป้องกันและบรรเทาอาการปวดจากการใช้เมาส์

ท่าบริหารข้อมือเพื่อป้องกันและบรรเทาอาการปวดจากการใช้เมาส์

เมื่อรู้วิธีจับเมาส์ที่ถูกต้องแล้ว อย่าลืมดูแลข้อมือด้วยการบริหารและพักมือทุกๆ 1-2 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการบาดเจ็บระยะยาว ซึ่งสามารถทำตามง่ายๆ ได้ดังนี้

  1. ท่ายืดข้อมือขึ้น-ลง ยืดแขนตรง ใช้มืออีกข้างดึงนิ้วมือเข้าหาลำตัว จากนั้นพลิกฝ่ามือลงและดึงนิ้วลง ค้างไว้ท่าละ 15 วินาที
  2. ท่าหมุนข้อมือ กำมือหลวมๆ หมุนข้อมือเป็นวงกลมตามเข็มและทวนเข็มนาฬิกาข้างละ 10 รอบ
  3. ท่ายืดนิ้วมือ แบมือและเหยียดนิ้วให้ตึง สลับกับการกำมือแน่นๆ ทำซ้ำ 10 ครั้ง
  4. ท่านวดจุดกดเจ็บ ใช้นิ้วหัวแม่มือนวดบริเวณใจกลางฝ่ามือ โคนนิ้วหัวแม่มือ และกล้ามเนื้อระหว่างนิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้
  5. การสั่นมือคลายเกร็ง ปล่อยมือให้ผ่อนคลาย สั่นมือเบาๆ เหมือนกำลังสะบัดน้ำออกจากมือประมาณ 10 วินาที

การรักษาอาการปวดข้อมือจากการใช้เมาส์ด้วยเวชศาสตร์ฟื้นฟู

หากอาการปวดข้อมือจากการใช้เมาส์กระทบต่อชีวิตประจำวัน การรักษาด้วยเวชศาสตร์ฟื้นฟู ก็สามารถช่วยแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การปักเข็มแบบตะวันตก (Dry Needling) ที่ช่วยคลายกล้ามเนื้อที่ตึงตัวจากการจับเมาส์ในท่าเดิมเป็นเวลานาน  การฟื้นฟูด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (PMS) ที่ช่วยฟื้นฟูการทำงานของเส้นประสาทที่ได้รับผลกระทบจากการใช้เมาส์ในท่าที่ไม่ถูกต้อง  การกระตุ้นการซ่อมแซมในระดับเซลล์ ลดอาการอักเสบเรื้อรังของเส้นเอ็นข้อมือและนิ้วด้วยเครื่อง High Power Laser และการบำบัดด้วยเครื่อง Shock Wave อย่าง Focused Shock Wave Therapy ที่ช่วยฟื้นฟูเส้นเอ็นที่อักเสบจากการใช้เมาส์มากเกินไป

สรุป

อาการปวดข้อมือจากการใช้เมาส์ เป็นอีกหนึ่งอาการที่พบบ่อยในยุคที่ทุกคนต้องนั่งทำงานผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นหลัก การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การป้องกัน และการรักษาได้อย่างตรงจุด จะช่วยลดอาการปวดและคงประสิทธิภาพการทำงานของเราต่อไปได้

สำหรับผู้ที่มีอาการปวดข้อมือจากการใช้เมาส์สามารถปรึกษาคุณหมอและรับการรักษาโดยทีมแพทย์เฉพาะทาง ที่ PYONG Rehabilitation Clinic เปียง รีแฮบบิลิเทชัน คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรม สาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟู พร้อมดูแลทุกอาการปวด ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อได้ตั้งแต่วันนี้

📞  ติดต่อสอบถามหรือจองคิวนัดหมาย: 097-468-7990

💬  Line Official: @pyongrehab

ทีมแพทย์จาก PYONG REHABILITATION

นายแพทย์กันตพงศ์ ทองรงค์

อาจารย์นายแพทย์กันตพงศ์ ทองรงค์ (แพทย์เปียง หรือหมอเปียง) เป็นแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟู (Rehabilitation Medicine) ผู้มีความสนใจในการดูแลรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยที่มีปัญหาการเคลื่อนไหว อาการปวด การบาดเจ็บจากกีฬา และความผิดปกติของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ

ปัจจุบันดำรงตำแหน่งอาจารย์  คณะแพทยศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง และแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟูประจำ ณ โรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร

ความรู้สุขภาพ
Lannalynn Thipkwan

ท่าแนะนำสำหรับนั่งในรถ

การใช้เวลาบนรถนานๆ อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพไม่ต่างจากการนั่งทำงาน แต่เราสามารถลดความเสี่ยงและอาการปวดเมื่อยได้ด้วยการ “ปรับ 5 จุดสำคัญ” ทั้งระยะห่างเบาะ ความเอียงพนักพิง (100-110 องศา) ความสูงหมอนรองศีรษะ ระดับเบาะนั่ง และองศาพวงมาลัยให้สัมพันธ์กันเพื่อลดการเกร็งกล้ามเนื้อ ที่สำคัญต้องควบคู่ไปกับการปรับกระจกมองข้างให้ทัศนวิสัยชัดเจน และควรจอดพักเพื่อยืดเส้นยืดสายเป็นระยะเพื่อถนอมร่างกายให้พร้อมลุยทุกเส้นทาง

อ่านต่อ »

Discover more from PYONG Rehabilitation Clinic & Penthouse

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading

WhatsApp

Messenger

Line

Call

Email

Map

รับคำปรึกษา หรือ นัดพบแพทย์

ยินดีดูแลให้คำปรึกษาทุกวัน เวลา 10.00 – 20.00 น.

 L Floor, Gaysorn Village

รักษาอาการปวดด้วยเทคนิค
เฉพาะทางเวชศาสตร์ฟื้นฟู

จันทร์ – ศุกร์ 16.30 – 20.00 น.

เสาร์ – อาทิตย์ 10.00 – 20.00 น.

11th Floor, Gaysorn Tower

ฟื้นฟูผู้ป่วยและผู้สูงอายุโรคระบบประสาทและสมอง

ทุกวัน 10.00 – 20.00 น.

Pain Management
Advanced Injection
Screening

Muscles and Sport

Brain Stimulation

Robotics and Motion