[rank_math_breadcrumb]

นิ้วมือสั่นเกิดจากอะไร? 10 สาเหตุยอดฮิตและสัญญาณเตือนที่ต้องรีบไปพบแพทย์

สารบัญ

หลายคนอาจเคยสังเกตว่านิ้วมือของตัวเองมีอาการสั่นเล็กน้อย โดยเฉพาะเมื่อถือแก้วน้ำหรือใช้มือทำงานละเอียด บางทีอาจเป็นแค่ความเหนื่อยล้าหรือความเครียด แต่บางครั้งก็อาจเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายที่ไม่ควรมองข้าม การเข้าใจสาเหตุและรู้จักสังเกตอาการที่ผิดปกติจะช่วยให้เราสามารถดูแลสุขภาพได้อย่างทันท่วงที ในบทความนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับสาเหตุต่างๆ ของอาการนิ้วมือสั่น ตั้งแต่สาเหตุทั่วไปที่ไม่น่ากังวล ไปจนถึงสัญญาณเตือนที่ควรรีบพบแพทย์

อาการมือสั่น

อาการนิ้วมือสั่นเป็นอย่างไร? แบบไหนที่ควรสังเกต

ก่อนที่จะเข้าใจสาเหตุของอาการนิ้วมือสั่น เราควรรู้จักลักษณะของอาการก่อน เพราะการสั่นแต่ละประเภทอาจบ่งบอกถึงสาเหตุที่แตกต่างกัน การสังเกตอาการอย่างละเอียดจะช่วยให้แพทย์วินิจฉัยได้แม่นยำยิ่งขึ้น

ลักษณะการสั่น: สั่นตอนอยู่นิ่ง หรือสั่นตอนใช้งาน

อาการสั่นของนิ้วมือสามารถแบ่งออกได้เป็นสองลักษณะหลัก ได้แก่ การสั่นขณะพัก (Resting Tremor) ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อมือวางนิ่งและไม่ได้ใช้งาน มักพบในผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน และการสั่นขณะใช้งาน (Action Tremor) ที่เกิดขึ้นเมื่อเรากำลังเคลื่อนไหวมือ เช่น ตอนยกแก้วน้ำ เขียนหนังสือ หรือชี้นิ้ว ซึ่งมักพบในโรคสั่นพ้อง การสังเกตว่าอาการเกิดขึ้นตอนไหนจะช่วยให้ทราบแนวทางการรักษาได้ชัดเจนขึ้น

อาการร่วมอื่นๆ ที่ควรสังเกต

นอกจากลักษณะการสั่นแล้ว ยังควรสังเกตอาการอื่นที่เกิดร่วมด้วย เช่น ความแข็งของกล้ามเนื้อ การเดินที่ผิดปกติ อาการปวดศีรษะ ความอ่อนแรง หรือปัญหาการทรงตัว อาการเหล่านี้อาจบ่งบอกถึงปัญหาทางระบบประสาทหรือภาวะสุขภาพอื่นๆ ที่ต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ การจดบันทึกอาการที่เกิดขึ้นจะเป็นประโยชน์อย่างมากในการให้ข้อมูลแก่แพทย์

10 สาเหตุที่ทำให้นิ้วมือสั่น

อาการนิ้วมือสั่นอาจเกิดจากหลายปัจจัย ตั้งแต่สาเหตุง่ายๆ ที่สามารถแก้ไขได้เองในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงโรคร้ายแรงที่ต้องได้รับการรักษาจากแพทย์ การทำความเข้าใจสาเหตุเหล่านี้จะช่วยให้เราสามารถดูแลตัวเองได้อย่างเหมาะสม

อาการนิ้วมือสั่น

1. การดื่มคาเฟอีนมากเกินไป

คาเฟอีนเป็นสารกระตุ้นที่พบได้ทั่วไปในกาแฟ ชา เครื่องดื่มชูกำลัง และช็อกโกแลต เมื่อรับประทานมากเกินไป คาเฟอีนจะกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้เกิดอาการสั่นชั่วคราว โดยเฉพาะที่นิ้วมือและมือ อาการมักเกิดขึ้นภายใน 30-60 นาทีหลังดื่ม และจะค่อยๆ หายไปเมื่อร่างกายขับคาเฟอีนออกไปแล้ว การลดปริมาณคาเฟอีนหรือหลีกเลี่ยงในช่วงเวลาที่ต้องใช้มือทำงานละเอียดจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้

2. การดื่มแอลกอฮอล์

แอลกอฮอล์ส่งผลกระทบต่อระบบประสาทในหลายระดับ ทั้งขณะดื่มและหลังหยุดดื่ม ในผู้ที่ดื่มเป็นประจำหรือดื่มมาก อาการสั่นอาจเกิดขึ้นเมื่อระดับแอลกอฮอล์ในเลือดลดลง ซึ่งเรียกว่าอาการถอนแอลกอฮอล์ (Alcohol Withdrawal Tremor) นอกจากนี้ การดื่มแอลกอฮอล์เรื้อรังยังทำลายเส้นประสาทส่วนปลาย ส่งผลให้เกิดอาการสั่นถาวรได้

3. ความเครียด วิตกกังวล และความเหนื่อยล้า

ความเครียดและความวิตกกังวลเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยแต่มักถูกมองข้าม เมื่อร่างกายอยู่ในภาวะเครียด ระบบประสาทซิมพาเทติกจะถูกกระตุ้นมากเกินไป ทำให้หัวใจเต้นเร็ว กล้ามเนื้อตึงตัว และเกิดอาการสั่น โดยเฉพาะที่มือและนิ้วมือ ความเหนื่อยล้าจากการนอนไม่เพียงพอหรือทำงานหนักเกินไปก็ส่งผลให้กล้ามเนื้อควบคุมการเคลื่อนไหวได้ไม่ดี การพักผ่อนให้เพียงพอ ฝึกสมาธิ และจัดการความเครียดจะช่วยลดอาการได้อย่างมาก 

4. ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ (Hypoglycemia)

เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดต่ำเกินไป สมองและกล้ามเนื้อจะขาดพลังงาน ทำให้ร่างกายปล่อยฮอร์โมนอะดรีนาลีนออกมาเพื่อเพิ่มระดับน้ำตาล ซึ่งส่งผลให้เกิดอาการสั่น หงุดหงิด เหงื่อออก ใจสั่น และอ่อนเพลีย สาเหตุมาจากการงดอาหารนานเกินไป การออกกำลังกายหนักโดยไม่ได้รับประทานอาหาร หรือในผู้ป่วยเบาหวานที่ใช้ยาลดน้ำตาลมากเกินไป การรับประทานอาหารให้ตรงเวลาและมีคาร์โบไฮเดรตที่ดีต่อสุขภาพจะช่วยป้องกันปัญหานี้

5. การขาดวิตามินและแร่ธาตุ

วิตามินและแร่ธาตุบางชนิดมีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ การขาดวิตามิน B12 ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเส้นประสาท ทำให้เกิดอาการชา อ่อนแรง และสั่นได้ การขาดแมกนีเซียมและแคลเซียมก็ส่งผลต่อการหดตัวของกล้ามเนื้อ ทำให้เกิดอาการเกร็ง ตะคริว และสั่น กลุ่มเสี่ยงได้แก่ผู้ที่รับประทานอาหารไม่ครบห้าหมู่ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยที่มีปัญหาการดูดซึมในระบบทางเดินอาหาร และมังสวิรัติที่ไม่ได้เสริมวิตามิน B12

6. โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)

โรคหลอดเลือดสมองเกิดจากการที่เส้นเลือดในสมองอุดตันหรือแตก ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ หากบริเวณสมองที่ได้รับผลกระทบเป็นส่วนที่ควบคุมการเคลื่อนไหว อาจทำให้เกิดอาการสั่นของนิ้วมือหรือมือข้างใดข้างหนึ่ง นอกจากอาการสั่นแล้ว ยังมักมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น อ่อนแรงครึ่งซีก ชาครึ่งซีก พูดไม่ชัด ปากเบี้ยว เดินเซ หรือมองเห็นภาพไม่ชัด หากมีอาการเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ต้องรีบพบแพทย์ทันทีเพราะเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องได้รับการรักษาโดยด่วนเพื่อป้องกันความพิการถาวรหรือเสียชีวิต การฟื้นฟูหลังเกิดโรคหลอดเลือดสมองด้วยกายภาพบำบัดจะช่วยลดอาการสั่นและฟื้นฟูการใช้งานมือได้ 

7. โรคพาร์กินสัน (Parkinson’s Disease)

โรคพาร์กินสันเกิดจากความเสื่อมของเซลล์สมองที่ผลิตสารโดปามีน ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่ควบคุมการเคลื่อนไหว ลักษณะเด่นของอาการสั่นในโรคนี้คือ จะสั่นขณะพัก (Resting Tremor) โดยเฉพาะเมื่อวางมือนิ่งๆ มักเริ่มจากมือข้างเดียวก่อนแล้วค่อยลุกลามไปอีกข้าง นอกจากนี้ยังมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น กล้ามเนื้อแข็ง การเคลื่อนไหวช้าลง การทรงตัวไม่ดี และใบหน้าแข็งทื่อ โรคนี้พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ แต่บางรายอาจเริ่มมีอาการตั้งแต่อายุ 40-50 ปี การรักษาโรคพาร์กินสันต้องอาศัยทีมสหสาขาวิชาชีพ ที่ เปียง รีแฮบบิลิเทชัน คลินิก (PYONG Rehabilitation Clinic) เราใช้เทคนิคการรักษาที่ทันสมัย เช่น Transcranial Magnetic Stimulation (TMS) และโปรแกรมกายภาพบำบัดเฉพาะทางเพื่อปรับปรุงการเคลื่อนไหวและคุณภาพชีวิต

8. โรคสั่นพ้อง (Essential Tremor)

โรคสั่นพ้องเป็นภาวะทางระบบประสาทที่พบได้บ่อยที่สุดของอาการสั่น มักส่งผลกระทบต่อมือ แขน และศีรษะ ลักษณะเด่นคืออาการจะสั่นมากขึ้นเมื่อใช้งาน เช่น ตอนหยิบจับสิ่งของ เขียนหนังสือ หรือรับประทานอาหาร และจะลดลงเมื่อพักมือ โรคนี้มักมีปัจจัยทางพันธุกรรม อาการค่อยๆ แย่ลงตามอายุ และอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตในการทำงานละเอียด แม้จะรักษาไม่หายขาด แต่สามารถควบคุมอาการด้วยยา กายภาพบำบัด และการปรับเปลี่ยงพฤติกรรมได้ สำหรับผู้ป่วยโรคสั่นพ้อง ที่ เปียง รีแฮบบิลิเทชัน คลินิก (PYONG Rehabilitation Clinic) เรามีแพทย์เฉพาะทางเวชศาสตร์ฟื้นฟู พร้อมทำงานร่วมกับแพทย์เฉพาะทางอายุรกรรมประสาท (หมอสมอง) เพื่อวางแผนการรักษาที่ครอบคลุม ทั้งการให้ยา การทำกายภาพบำบัด และการใช้เทคโนโลยี Peripheral Magnetic Stimulation (PMS) ที่ช่วยกระตุ้นเส้นประสาทและลดอาการสั่นได้

9. ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน (Hyperthyroidism)

เมื่อต่อมไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนไทรอยด์มากเกินไป ร่างกายจะมีอัตราการเผาผลาญที่เร็วขึ้น ส่งผลให้เกิดอาการต่างๆ เช่น นิ้วมือสั่น มือสั่น ใจสั่น น้ำหนักลดแม้จะรับประทานอาหารเป็นปกติ เหงื่อออกง่าย หงุดหงิดง่าย นอนไม่หลับ และอ่อนเพลีย การตรวจเลือดเพื่อวัดระดับฮอร์โมนไทรอยด์จะช่วยยืนยันการวินิจฉัย และสามารถรักษาด้วยยา การใช้ไอโอดีนกัมมันตรังสี หรือการผ่าตัดตามความเหมาะสม

10. การใช้นิ้วมือซ้ำๆ มากเกินไป (Repetitive Strain)

การใช้นิ้วมือทำงานซ้ำๆ เป็นเวลานาน เช่น พิมพ์งาน ใช้เมาส์ เล่นเกม หรือเล่นดนตรี อาจทำให้กล้ามเนื้อและนิ้วมือและเส้นเอ็นบริเวณมือเกิดการอักเสบ ตึงตัว และล้า ส่งผลให้เกิดอาการสั่นเล็กน้อยเมื่อใช้งาน นอกจากนี้ยังอาจมีอาการปวด ชา หรือมือไม่แข็งแรง ในกรณีที่รุนแรงอาจพัฒนาเป็นภาวะอื่นๆ เช่น อาการนิ้วล็อค (Trigger Finger) หรืออาการมือชาจากข้อมือ (Carpal Tunnel Syndrome) การพักมือเป็นระยะ ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ และปรับท่าทางการทำงานให้ถูกต้องจะช่วยป้องกันและลดอาการได้

ที่ เปียง รีแฮบบิลิเทชัน คลินิก (PYONG Rehabilitation Clinic) เรามีบริการตรวจวินิจฉัยและรักษาอาการปวดจากการใช้งานซ้ำๆ รวมถึงปัญหากล้ามเนื้อและเส้นประสาทที่อาจเป็นสาเหตุของอาการนิ้วมือสั่น ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและทีมแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟู เราพร้อมให้คำปรึกษาและแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับคุณ

“นิ้วมือสั่น” ต่างกับ “มือสั่น” อย่างไร?

หลายคนอาจสับสนระหว่างอาการนิ้วมือสั่นกับมือสั่น แต่ทั้งสองอาการนี้มีความแตกต่างกันในเรื่องของบริเวณที่ได้รับผลกระทบ อาการนิ้วมือสั่นมักจะเกิดขึ้นเฉพาะที่นิ้วมือเท่านั้น โดยอาจเป็นนิ้วเดียวหรือหลายนิ้ว ส่วน “มือสั่น” จะหมายถึงอาการสั่นที่เกิดขึ้นกับมือทั้งข้างหรือทั้งสองข้าง รวมถึงข้อมือและแขน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการใช้งานมือในชีวิตประจำวันมากกว่า

การแยกความแตกต่างนี้มีความสำคัญในการวินิจฉัย เพราะอาการนิ้วมือสั่นเฉพาะจุดอาจบ่งบอกถึงปัญหาเฉพาะส่วน เช่น อาการนิ้วล็อค หรือการใช้นิ้วซ้ำๆ มากเกินไป ในขณะที่มือสั่นทั้งข้างมักเกี่ยวข้องกับปัญหาระบบประสาทหรือโรคที่มีผลกระทบกว้างขวางมากกว่า การสังเกตอาการอย่างละเอียดและแจ้งแพทย์ให้ชัดเจนจะช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น

สัญญาณเตือน! อาการนิ้วสั่นแบบไหนที่ควรรีบไปพบแพทย์

แม้ว่าอาการนิ้วมือสั่นหลายกรณีจะไม่ได้เป็นอันตราย แต่ก็มีบางสถานการณ์ที่เราควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษา การรู้จักสัญญาณเตือนเหล่านี้จะช่วยให้เราสามารถดูแลสุขภาพได้อย่างทันท่วงที

  • อาการสั่นรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ หากสังเกตว่าอาการนิ้วมือสั่นมีความถี่และความรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หรือเริ่มส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ควรรีบพบแพทย์ เพราะอาจเป็นสัญญาณของโรคที่กำลังดำเนินไป
  • มีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น กล้ามเนื้ออ่อนแรง พูดไม่ชัด เดินเซ ตาพร่ามัว หรือเวียนศีรษะ อาการเหล่านี้อาจบ่งบอกถึงปัญหาระบบประสาทหรือโรคหลอดเลือดสมองที่ต้องรับการรักษาด่วน
  • อาการสั่นกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน หากอาการทำให้คุณไม่สามารถทำงานละเอียด เช่น เขียนหนังสือ รับประทานอาหาร หรือกดปุ่มโทรศัพท์ได้อย่างปกติ แสดงว่าอาการรุนแรงพอที่ต้องได้รับการประเมินและรักษา
  • อาการเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน โดยเฉพาะหากเกิดขึ้นพร้อมกับอาการอื่นๆ เช่น ปวดหัวรุนแรง ชา หรืออ่อนแรงครึ่งซีก อาจเป็นสัญญาณของโรคหลอดเลือดสมองที่ต้องรีบรักษาทันที

ที่ เปียง รีแฮบบิลิเทชัน คลินิก (PYONG Rehabilitation Clinic) เรามีทีมแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟูที่พร้อมตรวจวินิจฉัยและให้คำแนะนำการรักษาอาการปวดและปัญหาเกี่ยวกับกล้ามเนื้อและระบบประสาท รวมถึงอาการนิ้วมือสั่นที่อาจเกี่ยวข้องกับภาวะกล้ามเนื้อตึงตัวหรือเส้นประสาทถูกกดทับ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

เมื่อพูดถึงอาการนิ้วมือสั่น หลายคนมักมีคำถามที่อยากทราบคำตอบ เราได้รวบรวมคำถามที่พบบ่อยมาตอบให้คุณเข้าใจมากขึ้น

นิ้วมือสั่น รักษาให้หายได้ไหม?

คำตอบขึ้นอยู่กับสาเหตุของอาการ หากเกิดจากปัจจัยชั่วคราวเช่น ความเครียด คาเฟอีน หรือการขาดวิตามิน อาการมักจะหายได้เมื่อแก้ไขสาเหตุ แต่หากเกิดจากโรค เช่น โรคสั่นพ้องหรือโรคพาร์กินสัน แม้จะรักษาไม่หายขาด แต่สามารถควบคุมอาการให้ดีขึ้นได้ด้วยยา กายภาพบำบัด และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การรักษาที่เหมาะสมจะช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมช่วยลดอาการนิ้วสั่นได้หรือไม่?

ได้อย่างแน่นอน การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสามารถช่วยลดอาการนิ้วมือสั่นได้ในหลายกรณี การลดการดื่มคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ การพักผ่อนให้เพียงพอ การจัดการความเครียดด้วยการออกกำลังกาย สมาธิ หรือโยคะ และการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบทั้งห้าหมู่ ล้วนช่วยลดอาการได้ นอกจากนี้ การหลีกเลี่ยงการใช้มือทำงานซ้ำๆ เป็นเวลานานและการพักมือเป็นระยะก็มีส่วนช่วยดูแลสุขภาพกล้ามเนื้อและเส้นประสาทให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น

สรุป

อาการนิ้วมือสั่นอาจเกิดจากหลายสาเหตุ ตั้งแต่สาเหตุง่ายๆ ที่สามารถปรับปรุงได้ด้วยตนเอง เช่น การดื่มคาเฟอีนมากเกินไป ความเครียด หรือการขาดวิตามิน ไปจนถึงโรคที่ต้องได้รับการรักษาจากแพทย์ เช่น โรคสั่นพ้อง โรคพาร์กินสัน หรือภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ การสังเกตลักษณะอาการอย่างละเอียด รวมถึงการรับรู้สัญญาณเตือนที่ควรไปพบแพทย์ จะช่วยให้เราสามารถดูแลสุขภาพได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ

หากคุณมีอาการนิ้วมือสั่นที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน หรืออาการที่กังวล ทีมแพทย์เฉพาะทางเวชศาสตร์ฟื้นฟู ที่ เปียง รีแฮบบิลิเทชัน คลินิก (PYONG Rehabilitation Clinic) พร้อมให้บริการตรวจวินิจฉัยและแนะนำแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับคุณ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ 

📞 ติดต่อสอบถามหรือจองคิวนัดหมาย: 097-468-7990💬  Line Official: @pyongrehab

ทีมแพทย์จาก PYONG REHABILITATION

นายแพทย์กันตพงศ์ ทองรงค์

อาจารย์นายแพทย์กันตพงศ์ ทองรงค์ (แพทย์เปียง หรือหมอเปียง) เป็นแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟู (Rehabilitation Medicine) ผู้มีความสนใจในการดูแลรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยที่มีปัญหาการเคลื่อนไหว อาการปวด การบาดเจ็บจากกีฬา และความผิดปกติของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ

ปัจจุบันดำรงตำแหน่งอาจารย์  คณะแพทยศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง และแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟูประจำ ณ โรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร

ความรู้สุขภาพ
Lannalynn Thipkwan

ท่าแนะนำสำหรับนั่งในรถ

การใช้เวลาบนรถนานๆ อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพไม่ต่างจากการนั่งทำงาน แต่เราสามารถลดความเสี่ยงและอาการปวดเมื่อยได้ด้วยการ “ปรับ 5 จุดสำคัญ” ทั้งระยะห่างเบาะ ความเอียงพนักพิง (100-110 องศา) ความสูงหมอนรองศีรษะ ระดับเบาะนั่ง และองศาพวงมาลัยให้สัมพันธ์กันเพื่อลดการเกร็งกล้ามเนื้อ ที่สำคัญต้องควบคู่ไปกับการปรับกระจกมองข้างให้ทัศนวิสัยชัดเจน และควรจอดพักเพื่อยืดเส้นยืดสายเป็นระยะเพื่อถนอมร่างกายให้พร้อมลุยทุกเส้นทาง

อ่านต่อ »

Discover more from PYONG Rehabilitation Clinic & Penthouse

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading

WhatsApp

Messenger

Line

Call

Email

Map

รับคำปรึกษา หรือ นัดพบแพทย์

ยินดีดูแลให้คำปรึกษาทุกวัน เวลา 10.00 – 20.00 น.

 L Floor, Gaysorn Village

รักษาอาการปวดด้วยเทคนิค
เฉพาะทางเวชศาสตร์ฟื้นฟู

จันทร์ – ศุกร์ 16.30 – 20.00 น.

เสาร์ – อาทิตย์ 10.00 – 20.00 น.

11th Floor, Gaysorn Tower

ฟื้นฟูผู้ป่วยและผู้สูงอายุโรคระบบประสาทและสมอง

ทุกวัน 10.00 – 20.00 น.

Pain Management
Advanced Injection
Screening

Muscles and Sport

Brain Stimulation

Robotics and Motion