[rank_math_breadcrumb]

ปรับพฤติกรรมเสี่ยง หลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นไมเกรน

ปัจจัยกระตุ้นไมเกรน
สารบัญ

ไมเกรนไม่ใช่แค่เรื่องของอาการปวดหัวเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับปัจจัยกระตุ้นรอบตัวที่หลายคนอาจไม่ทันสังเกต บทความนี้จะชวนทุกคนมาทำความเข้าใจปัจจัยกระตุ้นไมเกรนและวิธีการปรับพฤติกรรมอย่างเหมาะสม เพื่อช่วยลดความถี่และความรุนแรงของไมเกรนได้ในระยะยาว 

ปัจจัยกระตุ้นไมเกรน

ปัจจัยกระตุ้นไมเกรนมีอะไรบ้าง?

ไมเกรนเกิดขึ้นได้โดยมีปัจจัยกระตุ้นหลายอย่างที่ส่งผลต่ออาการ ทั้งจากสิ่งแวดล้อม อาหาร ความเครียด และพฤติกรรมต่าง ๆ การรู้เท่าทันและตรวจสอบให้เจอถึงต้นตอ จะช่วยให้รับมือกับไมเกรนได้ง่ายและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ปัจจัยกระตุ้นไมเกรนด้านสิ่งแวดล้อม

สิ่งแวดล้อมรอบตัวอาจเป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดไมเกรนขึ้นได้โดยที่เราไม่รู้ตัว คนที่มีอาการปวดหัวไมเกรนมักมีความไวต่อสิ่งเร้าภายนอกมากกว่าคนทั่วไป จึงตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยในสิ่งแวดล้อมได้ 

  1. แสงจ้าและแสงกระพริบ รวมทั้งแสงไฟฟลูออเรสเซนต์ในอาคาร แสงไฟจากหน้าจอโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์ แสงไฟกระพริบในสถานบันเทิง 
  2. เสียงดังและมลภาวะทางเสียง เช่น เสียงการจราจรหรือเครื่องจักรกล เสียงดนตรีหรือคอนเสิร์ตที่มีความดังมาก เสียงพูดคุยในที่แออัด เป็นต้น
  3. กลิ่นฉุนและสารเคมี เช่น กลิ่นน้ำหอมหรือโคโลญจน์ที่มีกลิ่นฉุน กลิ่นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีกลิ่นรุนแรง กลิ่นสีหรือสารเคมีในการทาสีบ้าน กลิ่นควันบุหรี่ กลิ่นควันจากเครื่องหอมหรือธูป เป็นต้น
  4. การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ เช่น มีพายุหรือฝนตกหนัก การเปลี่ยนแปลงของความกดอากาศอย่างรวดเร็ว อากาศร้อนหรือหนาวจัดจนเกินไป ซึ่งปัจจัยเหล่านี้เป็นปัจจัยกระตุ้นไมเกรนที่ควบคุมได้ยาก

ปัจจัยกระตุ้นไมเกรนด้านอาหารและเครื่องดื่ม

สิ่งที่เรากินและดื่มมีผลโดยตรงต่อการกระตุ้นอาการไมเกรน อาหารและเครื่องดื่มบางประเภทมีสารที่อาจไปกระตุ้นระบบประสาทหรือส่งผลต่อหลอดเลือดในสมองได้

  1. อาหารที่มีสารเอมีน เช่น อาหารหมัก ชีสบ่มนาน ช็อกโกแลต และเนื้อแปรรูปมีสารเอมีนสูง ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นไมเกรนที่พบบ่อย 
  2. สารเติมแต่งอาหารและผงชูรส (MSG) พบได้ในผงชูรส สารกันบูด และสารให้ความหวานเทียมในอาหารแปรรูป
  3. เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน
  4. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะไวน์แดงและเบียร์


ปัจจัยกระตุ้นด้านอารมณ์และความเครียด

อารมณ์และความเครียดเป็นปัจจัยกระตุ้นไมเกรนที่สำคัญมาก ทั้งความเครียดหรือแม้แต่อารมณ์แปรปรวน  ล้วนส่งผลต่อการเกิดไมเกรนได้

  1. ความเครียดเฉียบพลันและเรื้อรัง 
  2. การเปลี่ยนแปลงของอารมณ์อย่างรุนแรง เช่น ความตื่นเต้นหรือโกรธ 
  3. ความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้า

ปัจจัยกระตุ้นจากยาและสารเคมี  

ยาบางชนิดและสารเคมีในชีวิตประจำวันสามารถกระตุ้นหรือทำให้อาการไมเกรนแย่ลงได้

  1. ยาบางประเภทที่อาจกระตุ้นไมเกรน เช่น ยาขยายหลอดเลือด ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม ยาขยายหลอดลม ยาแก้แพ้บางชนิด และยาลดไขมันในเลือดกลุ่ม Statins
  2. ภาวะปวดศีรษะจากการใช้ยาแก้ปวดมากเกินไป 
  3. สารเสพติดและนิโคตินในบุหรี่

ปัจจัยกระตุ้นทางกายภาพและร่างกาย

อาการไมเกรนสามารถเกิดขึ้นจากปัญหาทางกายภาพหรือการใช้ร่างกายที่ไม่เหมาะสม ซึ่งสาเหตุหลักๆ ได้แก่

  1. กล้ามเนื้อคอและบ่าตึงตัว มีอาการปวดและเริ่มแผ่ขยายไปที่ศีรษะ
  2. จุดกดเจ็บ (Trigger Points) ที่กระตุ้นอาการไมเกรน มักพบที่กล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า และท้ายทอย

3.การออกกำลังกายหนักเกินไปหรือการออกกำลังกายที่ไม่เหมาะสม จนทำให้ศีรษะสั่นสะเทือนได้

  1. ภาวะที่เกิดการบาดเจ็บหรือกระทบกระเทือนที่ศีรษะและคอ เช่น ภาวะ Whiplash จากอุบัติเหตุทางรถยนต์การบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา

วิธีปรับพฤติกรรมง่าย ๆ หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นไมเกรน

เมื่อเราทราบสาเหตุหรือปัจจัยกระตุ้นไมเกรนได้อย่างชัดเจนแล้ว การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นเหล่านี้จะเป็นแนวทางที่ช่วยลดความถี่และความรุนแรงของอาการไมเกรนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

วิธีปรับพฤติกรรมง่าย ๆ หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นไมเกรน

  1. การรักษาสมดุลของน้ำและอาหาร ดื่มน้ำอย่างน้อย 2 ลิตรต่อวัน ทานอาหารตรงเวลา หลีกเลี่ยงอาหารที่กระตุ้นไมเกรน เช่น ชีส ช็อกโกแลต และอาหารหมักดอง
  2. การจัดการเรื่องการนอนหลับ เพราะปวดหัวไมเกรนทำให้นอนไม่หลับได้ ดังนั้นควรกำหนดตารางนอนให้สม่ำเสมอ ไม่นอนน้อยหรือนอนมากเกินไป และจัดห้องนอนให้เงียบ มืด เย็นสบาย เหมาะแก่การพักผ่อน
  3. การจัดการความเครียดและอารมณ์ ฝึกคลายเครียดด้วยการหายใจลึก ๆ ทำสมาธิหรือเล่นโยคะ ออกกำลังกายเบา ๆ อย่างสม่ำเสมอ และหาเวลาพักผ่อนในแต่ละวัน
  4. การใช้ยาอย่างเหมาะสม ไม่ควรใช้ยาแก้ปวดติดต่อกันเกิน 5 วัน  และควรปรึกษาแพทย์หากต้องใช้ยาบ่อย
  5. การจัดการสภาพแวดล้อม ป้องกันแสงจ้า เสียงดัง และกลิ่นฉุน เช่น ใช้แว่นกรองแสง หูฟังอุดหู และปรับอุณหภูมิห้องให้เหมาะสม จะช่วยลดความเสี่ยงต่อปัจจัยที่กระตุ้นไมเกรนในชีวิตประจำวันได้

สรุป

การปรับพฤติกรรมหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นไมเกรนอย่างเป็นระบบ จะช่วยให้ลดอาการปวดหัวไมเกรนได้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้ควรทำร่วมกันกับการรักษาทางการแพทย์ที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้ผู้ที่เป็นไมเกรนควบคุมอาการได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นในระยะยาว

การบำบัดไมเกรนที่ PYONG Rehabilitation Clinic มีทางเลือกการรักษาให้กับผู้ที่ต้องการรักษาไมเกรน ทั้งการปักเข็มแผนตะวันตก (Dry Needling) การบำบัดด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (PMS) การรักษาด้วยแสงเลเซอร์พลังงานสูง (High Power Laser) และการบำบัดด้วย Focused Shockwave Therapy ที่เป็นหนึ่งในวิธีบำบัดด้วยคลื่นกระแทก ทุกการรักษาดำเนินการโดยแพทย์เฉพาะทางเวชศาสตร์ฟื้นฟู เพื่อให้การรักษาอาการไมเกรนได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมมากที่สุด ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อได้ตั้งแต่วันนี้

📞  ติดต่อสอบถามหรือจองคิวนัดหมาย: 097-468-7990

💬  Line Official: @pyongrehab

ทีมแพทย์จาก PYONG REHABILITATION

นายแพทย์กันตพงศ์ ทองรงค์

อาจารย์นายแพทย์กันตพงศ์ ทองรงค์ (แพทย์เปียง หรือหมอเปียง) เป็นแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟู (Rehabilitation Medicine) ผู้มีความสนใจในการดูแลรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยที่มีปัญหาการเคลื่อนไหว อาการปวด การบาดเจ็บจากกีฬา และความผิดปกติของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ

ปัจจุบันดำรงตำแหน่งอาจารย์  คณะแพทยศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง และแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟูประจำ ณ โรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร

ความรู้สุขภาพ
Lannalynn Thipkwan

ท่าแนะนำสำหรับนั่งในรถ

การใช้เวลาบนรถนานๆ อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพไม่ต่างจากการนั่งทำงาน แต่เราสามารถลดความเสี่ยงและอาการปวดเมื่อยได้ด้วยการ “ปรับ 5 จุดสำคัญ” ทั้งระยะห่างเบาะ ความเอียงพนักพิง (100-110 องศา) ความสูงหมอนรองศีรษะ ระดับเบาะนั่ง และองศาพวงมาลัยให้สัมพันธ์กันเพื่อลดการเกร็งกล้ามเนื้อ ที่สำคัญต้องควบคู่ไปกับการปรับกระจกมองข้างให้ทัศนวิสัยชัดเจน และควรจอดพักเพื่อยืดเส้นยืดสายเป็นระยะเพื่อถนอมร่างกายให้พร้อมลุยทุกเส้นทาง

อ่านต่อ »

Discover more from PYONG Rehabilitation Clinic & Penthouse

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading

WhatsApp

Messenger

Line

Call

Email

Map

รับคำปรึกษา หรือ นัดพบแพทย์

ยินดีดูแลให้คำปรึกษาทุกวัน เวลา 10.00 – 20.00 น.

 L Floor, Gaysorn Village

รักษาอาการปวดด้วยเทคนิค
เฉพาะทางเวชศาสตร์ฟื้นฟู

จันทร์ – ศุกร์ 16.30 – 20.00 น.

เสาร์ – อาทิตย์ 10.00 – 20.00 น.

11th Floor, Gaysorn Tower

ฟื้นฟูผู้ป่วยและผู้สูงอายุโรคระบบประสาทและสมอง

ทุกวัน 10.00 – 20.00 น.

Pain Management
Advanced Injection
Screening

Muscles and Sport

Brain Stimulation

Robotics and Motion