ในยุคดิจิทัลที่เราต้องใช้เวลากับหน้าจอคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เป็นเวลานาน ปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับการใช้สายตามากเกินไปจึงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในนั้นคือ "คอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม" ที่กำลังกลายเป็นปัญหาสุขภาพและมักเกิดร่วมกันกับอาการออฟฟิศซินโดรมที่พบบ่อยในกลุ่มคนทำงานออฟฟิศ บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่า Computer Vision Syndrome คืออะไร มีอาการอย่างไร และจะป้องกันรักษาอย่างไรได้บ้าง

คอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรมคืออะไร?

คอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม หรือ Computer Vision Syndrome คือ กลุ่มอาการที่เกิดจากการใช้สายตามองหน้าจอคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เป็นเวลานาน ทำให้เกิดความเครียดและความเมื่อยล้าของดวงตาจากการที่กล้ามเนื้อตาทำงานหนักเกินไป ตลอดจนอาการไม่สบายตัวอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้สายตา

คอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรมและออฟฟิศซินโดรมมีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด การทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ในท่าเดิมเป็นเวลานานทำให้เกิดท่า "หน้ายื่น ไหล่ห่อ" เมื่อเกิดอาการทางสายตาจากการใช้คอมพิวเตอร์ เราจะมีแนวโน้มปรับท่าทางการนั่งที่ไม่เหมาะสมเพื่อพยายามลดความรู้สึกไม่สบายตาหรือพยายามให้มองเห็นได้ชัดขึ้น ทำให้เกิดความตึงและอาการปวดกล้ามเนื้อในส่วนต่างๆ ของร่างกายตามมา

สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม

คอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรมมีสาเหตุหลักจากการใช้สายตากับหน้าจอคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เป็นเวลานาน แต่ยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ที่ทำให้อาการรุนแรงขึ้น ดังนี้

  1. การจ้องหน้าจอต่อเนื่องเป็นเวลานาน ทำให้อัตราการกะพริบตาลดลงประมาณ 1/3 ของปกติ ก่อให้เกิดอาการตาแห้ง
  2. แสงสะท้อนและแสงจ้าจากหน้าจอ ทำให้ดวงตาต้องทำงานหนักขึ้น
  3. ระยะห่างระหว่างตากับหน้าจอที่ไม่เหมาะสม หรือการวางตำแหน่งหน้าจอที่ทำให้ต้องเงยหน้าหรือก้มหน้ามากเกินไป
  4. ความบกพร่องของสายตาที่ไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเหมาะสม เช่น สายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียง ทำให้ดวงตาต้องทำงานหนักมากขึ้นเพื่อพยายามโฟกัสภาพบนหน้าจอ
  5. อายุที่เพิ่มขึ้น ทำให้ความสามารถในการปรับโฟกัสของตาจะลดลง จึงมีความเสี่ยงต่อการเกิดอาการมากขึ้น
  6. การใช้คอนแทคเลนส์ มักมีความเสี่ยงต่ออาการตาแห้งมากกว่าปกติ ซึ่งอาจทำให้อาการของคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรมรุนแรงขึ้น

อาการและอันตรายของคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม

คอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรมมีอาการที่หลากหลาย ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับความไม่สบายของดวงตาและการมองเห็น แต่ก็อาจส่งผลไปถึงส่วนอื่นๆ ของร่างกายได้เช่นกัน อาการที่พบบ่อย ได้แก่

อาการทางสายตา

อาการของคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรมที่พบบ่อยทางสายตา ได้แก่ ตาแห้ง แสบตา ตาล้า มองเห็นภาพซ้อนหรือพร่ามัว ปรับโฟกัสช้าเมื่อเปลี่ยนระยะการมอง และความไวต่อแสงเพิ่มขึ้น บางรายอาจมีน้ำตาไหลมากผิดปกติซึ่งเป็นปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายต่อภาวะตาแห้ง

อาการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

นอกจากอาการทางสายตาแล้ว ผู้ที่มีคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรมยังอาจมีอาการอื่นๆ เช่น ปวดศีรษะบริเวณขมับและหน้าผาก ปวดคอ บ่า ไหล่ และหลังส่วนบน ซึ่งเกิดจากท่าทางการนั่งและการปรับตัวเพื่อมองหน้าจอที่ไม่เหมาะสม บางรายอาจมีอาการมึนงงหรือคลื่นไส้ร่วมด้วย

การจ้องหน้าจอต่อเนื่องเป็นเวลานานและมีแสงจ้า

คอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรมป้องกันอย่างไรได้บ้าง?

การป้องกันคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรมเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกคนที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์เป็นประจำ ด้วยการดูแลตนเองอย่างถูกวิธี เพื่อลดความเสี่ยงและบรรเทาอาการได้อย่างมีประสิทธิภาพ นี่คือวิธีการป้องกันคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรมที่สามารถทำได้ด้วยตนเอง

กฎ 20-20-20 เพื่อลดความเครียดของดวงตา

ทุกๆ 20 นาทีที่ใช้คอมพิวเตอร์ ให้พักสายตาโดยมองวัตถุที่อยู่ห่างอย่างน้อย 20 ฟุต เป็นเวลา 20 วินาที วิธีนี้ช่วยให้กล้ามเนื้อตาได้พักและปรับโฟกัส ลดอาการเมื่อยล้าของดวงตาที่ต้องจ้องหน้าจอนานๆ

ปรับการตั้งค่าหน้าจอและตำแหน่งการวางอุปกรณ์

ปรับความสว่างหน้าจอให้พอดี ลดแสงสีฟ้าด้วยโหมด Night Mode และวางจอคอมพิวเตอร์ต่ำกว่าระดับสายตาเล็กน้อย ห่างจากตา 50-70 ซม. ตั้งจอในตำแหน่งที่ไม่มีแสงสะท้อนจากหน้าต่างหรือไฟในห้อง

การกะพริบตาบ่อยขึ้น

เมื่อมองหน้าจอ อัตราการกะพริบตาจะลดลงอย่างมาก ทำให้เกิดตาแห้ง ตั้งใจกะพริบตาบ่อยๆ จะช่วยให้ดวงตาชุ่มชื้น ลดอาการแสบตาและระคายเคือง

การใช้น้ำตาเทียม

น้ำตาเทียมช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ดวงตา โดยเฉพาะเมื่อทำงานในห้องแอร์ที่ทำให้อากาศแห้ง โดยควรเลือกน้ำตาเทียมไม่ผสมสารกันเสียสำหรับผู้ที่ต้องใช้บ่อย และพกติดตัวไว้ที่โต๊ะทำงาน

ดูแลสภาพแวดล้อมการทำงาน

จัดสถานที่ให้มีแสงสว่างในห้องทำงานที่เพียงพอแต่ไม่จ้าเกินไป ใช้เครื่องเพิ่มความชื้นในอากาศหากอยู่ในพื้นที่ที่มีอากาศแห้ง และปรับอุณหภูมิห้องให้ไม่เย็นเกินไป เพื่อลดอาการตาแห้ง

ท่าบริหารกล้ามเนื้อตาและคอที่ทำได้ง่ายๆ

ทำท่าบริหารง่ายๆ เช่น กลอกตาเป็นวงกลม มองซ้าย-ขวา และบน-ล่าง นวดเบาๆ บริเวณขมับและรอบดวงตา รวมถึงบริหารกล้ามเนื้อคอและไหล่ด้วยการหมุนคอช้าๆ และยกไหล่ขึ้น-ลง

ตรวจสอบสายตาเป็นประจำ

ตรวจวัดสายตาอย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าใช้แว่นหรือคอนแทคเลนส์ที่เหมาะสมกับสภาพดวงตา ควรพิจารณาใช้แว่นตาสำหรับคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะ ซึ่งมีการเคลือบเลนส์พิเศษเพื่อกรองแสงสีฟ้า

สรุป

คอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม (Computer Vision Syndrome) เป็นกลุ่มอาการใกล้ตัวที่พบได้บ่อยในยุคดิจิทัลโดยเฉพาะคนที่ทำงานออฟฟิศและคนที่จ้องหน้าจอเป็นประจำ การป้องกันคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรมด้วยตนเองควบคู่กับการปรึกษาจักษุแพทย์จะช่วยให้ได้รับคำปรึกษาและมีแนวทางการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสมมากยิ่งขึ้น

ที่ PYONG Rehabilitation Clinic คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรม สาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟู มีบริการ Facial Dry Needling หรือการปักเข็มบนใบหน้าที่ช่วยอาการพร่ามัว ตาเกร็ง หรือปวดรอบกระบอกตาได้ นอกจากนี้การทำเวชศาสตร์ฟื้นฟูด้านอื่นๆ มีบทบาทสำคัญในการรักษาอาการที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม โดยเฉพาะผลกระทบทางกล้ามเนื้อและระบบประสาทที่เกิดขึ้นร่วมกันกับอาการคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม ด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การปักเข็มแผนตะวันตก (Dry Needling), การบำบัดด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (PMS), การรักษาด้วยแสงเลเซอร์พลังงานสูง (High Power Laser), การบำบัดด้วยเครื่อง Shockwave ซึ่งที่ เปียง รีแฮบบิลิเทชัน จะเป็นการบำบัดด้วย Focused Shockwave Therapy พร้อม 3D Dynamic Focusing

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ผ่านช่องทางดังนี้

📞 ติดต่อสอบถามหรือจองคิวนัดหมาย: (+66) 2 124 3388