[rank_math_breadcrumb]

คนท้องปวดหลัง อาการ สาเหตุ และวิธีการรับมือตั้งแต่ตอนท้อง ยันคลอดลูก

ปวดหลังเรื้อรังหลังคลอด
สารบัญ

การเป็นคุณแม่เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขแต่ก็มาพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายมากมาย หนึ่งในปัญหาที่คุณแม่แทบทุกคนต้องเผชิญคือ “อาการปวด” ในส่วนต่างๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะปัญหาคนท้องปวดหลังที่พบได้บ่อยตั้งแต่ช่วงแรกของการตั้งครรภ์และอาจต่อเนื่องไปถึงหลังคลอด บทความนี้จะเป็นเสมือนคู่มือครบครันที่ช่วยให้คุณแม่เข้าใจอาการ สาเหตุ รู้วิธีดูแลตัวเอง และรู้ว่าเมื่อไหร่ควรขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้คุณผ่านช่วงเวลาแห่งความเป็นแม่ได้อย่างสบายและมั่นใจ

อาการปวดหลังระหว่างตั้งครรภ์

อาการปวดหลังระหว่างตั้งครรภ์

ปัญหาปวดหลังในคุณแม่ตั้งครรภ์ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ หากแต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติจากการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย การรู้เหตุผลและลักษณะอาการจะช่วยให้คุณแม่สามารถรับมือและดูแลตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คนท้องปวดหลังเกิดจากอะไร?

สาเหตุหลักของการปวดหลังในคุณแม่ตั้งครรภ์เกิดจากปัจจัยหลายประการที่เกิดขึ้นพร้อมกัน อันดับแรกคือการเพิ่มขึ้นของน้ำหนักครรภ์ที่ส่งผลให้จุดศูนย์ถ่วงของร่างกายเปลี่ยนไป ทำให้กล้ามเนื้อหลังต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อรักษาสมดุล นอกจากนี้ยังมีฮอร์โมนรีแลกซิน (Relaxin) ที่ร่างกายหลั่งออกมาเพื่อเตรียมการคลอด ซึ่งทำให้เอ็นและกล้ามเนื้อคลายตัวมากขึ้นการขยายตัวของมดลูกยังส่งผลให้กล้ามเนื้อหน้าท้องยืดตัวและอ่อนแอลง ส่งผลให้กล้ามเนื้อหลังต้องรับภาระเพิ่มขึ้น ปัจจัยเหล่านี้รวมกันทำให้เกิดความเครียดในกล้ามเนื้อและข้อต่อบริเวณหลัง ซึ่งจะทำให้คุณแม่รู้สึกปวดหลังได้

ลักษณะอาการปวดหลังในแต่ละช่วง แตกต่างกันอย่างไร?

อาการปวดหลังในแต่ละช่วงของการตั้งครรภ์มีลักษณะและความรุนแรงที่แตกต่างกัน ซึ่งคุณแม่ควรทำความเข้าใจเพื่อปรับการดูแลให้เหมาะสม

ช่วงแรกถึงกลาง (ช่วงท้อง 1-6 เดือน)

ในช่วงนี้ อาการปวดหลังมักจะมาจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเป็นหลัก โดยเฉพาะอาการปวดหลังของคนท้อง 5 เดือน ซึ่งเป็นช่วงที่ครรภ์เริ่มขยายตัวชัดเจนขึ้น คุณแม่อาจรู้สึกปวดหลังส่วนล่างเป็นครั้งคราว โดยเฉพาะเมื่อเปลี่ยนท่าทางหรือยืนนานๆ

ช่วงสุดท้าย (ช่วงท้อง 7-9 เดือน)

ในช่วงนี้ อาการปวดหลังมักจะรุนแรงและต่อเนื่องมากขึ้น อาการปวดหลังของคนท้อง 7 เดือน และ 8 เดือน มักเป็นช่วงที่คุณแม่รู้สึกลำบากมากที่สุด เนื่องจากน้ำหนักครรภ์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว การที่ลูกในท้องดันกดส่วนต่างๆ ของร่างกาย และการเตรียมตัวของเชิงกรานสำหรับการคลอด ทำให้อาการปวดมีทั้งแบบปวดแปลบและปวดเรื้อรัง

วิธีดูแลและบรรเทาอาการปวดหลังด้วยตนเอง

การดูแลตัวเองเป็นวิธีแรกที่คุณแม่สามารถทำได้เพื่อบรรเทาอาการปวดหลัง การปรับท่าทางในการนั่ง ยืน และนอนถือเป็นสิ่งสำคัญ ควรใช้หมอนรองรับหลังเมื่อนั่ง หลีกเลี่ยงการก้มตัวหรือยกของหนัก และเลือกรองเท้าที่มีส้นเตี้ยและให้การรองรับที่ดี การประคบร้อนหรือประคบเย็นสลับกันสามารถช่วยลดอาการปวดและบวมได้ การนวดเบาๆ บริเวณที่ปวดหรือการใช้หมอนรองท้องเมื่อนอนก็เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้การออกกำลังกายเบาๆ เช่น การยืดเหยียด การเดิน หรือการว่ายน้ำ ยังช่วยเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและลดอาการปวดได้

ปวดหลังเรื้อรังหลังคลอด

อาการปวดของคุณแม่หลังคลอด 

หลังจากที่ลูกเกิดแล้ว ปัญหาอาการปวดของคุณแม่ไม่ได้สิ้นสุดลง หากแต่เปลี่ยนรูปแบบและสาเหตุไปสู่กิจกรรมการดูแลลูกน้อย การอุ้ม การให้นมบุตร และการทำงานบ้านต่างๆ ส่งผลให้เกิดอาการปวดในจุดใหม่ๆ ที่คุณแม่ต้องรู้วิธีรับมือ

ปวดแขน บ่า ไหล่: จากท่าอุ้มและให้นมที่ไม่ถูกต้อง

อาการปวดแขน บ่า และไหล่เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในคุณแม่หลังคลอด สาเหตุหลักมาจากการอุ้มลูกในท่าทางที่ไม่เหมาะสมเป็นเวลานาน หรือการให้นมในท่าที่ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณไหล่และแขนเกร็งตัว การแก้ไขปัญหานี้ควรเริ่มจากการปรับท่าให้นมและท่าอุ้ม ใช้หมอนรองให้นมเพื่อช่วยรองรับน้ำหนักของลูก เปลี่ยนท่าให้นมบ่อยๆ และหลีกเลี่ยงการโน้มตัวไปหาลูกขณะให้นม การยืดเหยียดกล้ามเนื้อบ่าไหล่เป็นประจำ และการพักผ่อนให้เพียงพอก็เป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน

ปวดข้อมือ: โรคเอ็นข้อมืออักเสบ ที่คุณแม่ต้องระวัง

โรคเอ็นข้อมืออักเสบ เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในคุณแม่หลังคลอด เกิดจากการใช้ข้อมือและนิ้วหัวแม่มือซ้ำๆ ในการอุ้มลูก การยกลูก หรือการบีบนวดอุ้งเท้าของลูกอาการของโรคนี้คือการปวดและบวมบริเวณข้อมือด้านนิ้วหัวแม่มือ เจ็บเมื่อเคลื่อนไหวนิ้วหัวแม่มือ และอาจมีเสียงเครือดเวลาขยับข้อมือ หากสังเกตเห็นอาการเหล่านี้ ควรพักการใช้งานข้อมือ ใช้อุปกรณ์พยุงข้อมือ ประคบเย็นเพื่อลดการอักเสบ และควรพบแพทย์เพื่อได้รับการรักษาที่เหมาะสม

ปวดหลังเรื้อรังหลังคลอด

ปัญหาปวดหลังหลังคลอดอาจเป็นความต่อเนื่องจากตอนท้อง หรือเกิดขึ้นใหม่จากกิจกรรมการดูแลลูก การโน้มตัวอุ้มลูกจากเปล การจัดการกับของใช้เด็ก หรือการทำงานบ้านในท่าทางที่ไม่เหมาะสม ล้วนเป็นสาเหตุของอาการปวดหลังหลังคลอด ความแตกต่างจากตอนท้องคือตอนนี้คุณแม่สามารถออกกำลังกายได้มากขึ้น การฝึกกล้ามเนื้อหลังและหน้าท้องเพื่อเสริมความแข็งแรง การใช้เข็มขัดพยุงหลัง และการปรับการจัดสิ่งของให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม จะช่วยลดภาระของกล้ามเนื้อหลังได้มาก

การรักษาอาการปวดของคุณแม่ด้วย “เวชศาสตร์ฟื้นฟู”

เมื่อการดูแลตัวเองไม่เพียงพอต่อการบรรเทาอาการปวด หรือเมื่ออาการส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและการดูแลลูก การพบแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูและนักกายภาพบำบัดจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ที่ PYONG Rehabilitation Clinic เปียง รีแฮบบิลิเทชัน คลินิก  คลินิกมีนวัตกรรมการรักษาที่เหมาะสำหรับคุณแม่โดยเฉพาะ เช่น การฝังเข็มแบบตะวันตก (Dry Needling) ช่วยคลายจุดกดเจ็บในกล้ามเนื้อ ปลอดภัยสำหรับคุณแม่ให้นม เนื่องจากไม่ต้องใช้ยา หรือการบำบัดด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (PMS) ช่วยเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่อ่อนแอหลังคลอด และการบำบัดด้วยแสงเลเซอร์กำลังสูง (High Power Laser) ลดการอักเสบและเร่งการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ รวมถึงเทคนิค Hydrodissection สำหรับการรักษาการติดยึดของพังผืดทับเส้นประสาทและการปลดปล่อยเส้นประสาทที่ถูกกดทับการรักษาทั้งหมดทำโดยแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู ใช้เวลาสั้นและไม่ส่งผลกระทบต่อการให้นมบุตร คุณแม่สามารถกลับมาดูแลลูกได้ทันทีหลังรักษา

สรุป

ปัญหาคนท้องปวดหลังเป็นภาวะที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของคุณแม่อย่างมาก การรักษาที่มีประสิทธิภาพต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างการรักษาทางการแพทย์สมัยใหม่และการดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม เทคโนโลยีการรักษาต่างๆ เป็นทางเลือกใหม่ที่มีประสิทธิภาพในการบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อและฟื้นฟูสมรรถภาพ ประกอบกับการปรับเปลี่ยนท่าทางและการดูแลสุขภาพด้วยวิธีธรรมชาติ จะช่วยให้คุณแม่ลดอาการปวดหลัง ปวดคอ บ่า ไหล่ และกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้

สำหรับคุณแม่ที่กำลังประสบปัญหาอาการปวดหลังของคนท้อง 5 เดือน อาการปวดหลังของคนท้อง 7 เดือน และ 8 เดือน หรืออาการปวดเรื้อรังหลังคลอด สามารถปรึกษาคุณหมอและรับการรักษาโดยทีมแพทย์เฉพาะทาง ที่ PYONG Rehabilitation Clinic เปียง รีแฮบบิลิเทชัน คลินิก ที่เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู พร้อมดูแลและรักษาอาการปวดของคุณแม่ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่และวิธีการรักษาแบบองค์รวมที่ตรงจุด ปลอดภัยสำหรับคุณแม่ให้นม ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อได้ตั้งแต่วันนี้

📞 ติดต่อสอบถามหรือจองคิวนัดหมาย: 097-468-7990

💬  Line Official: @pyongrehab

ทีมแพทย์จาก PYONG REHABILITATION

นายแพทย์กันตพงศ์ ทองรงค์

อาจารย์นายแพทย์กันตพงศ์ ทองรงค์ (แพทย์เปียง หรือหมอเปียง) เป็นแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟู (Rehabilitation Medicine) ผู้มีความสนใจในการดูแลรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยที่มีปัญหาการเคลื่อนไหว อาการปวด การบาดเจ็บจากกีฬา และความผิดปกติของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ

ปัจจุบันดำรงตำแหน่งอาจารย์  คณะแพทยศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง และแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟูประจำ ณ โรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร

ความรู้สุขภาพ
Lannalynn Thipkwan

ท่าแนะนำสำหรับนั่งในรถ

การใช้เวลาบนรถนานๆ อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพไม่ต่างจากการนั่งทำงาน แต่เราสามารถลดความเสี่ยงและอาการปวดเมื่อยได้ด้วยการ “ปรับ 5 จุดสำคัญ” ทั้งระยะห่างเบาะ ความเอียงพนักพิง (100-110 องศา) ความสูงหมอนรองศีรษะ ระดับเบาะนั่ง และองศาพวงมาลัยให้สัมพันธ์กันเพื่อลดการเกร็งกล้ามเนื้อ ที่สำคัญต้องควบคู่ไปกับการปรับกระจกมองข้างให้ทัศนวิสัยชัดเจน และควรจอดพักเพื่อยืดเส้นยืดสายเป็นระยะเพื่อถนอมร่างกายให้พร้อมลุยทุกเส้นทาง

อ่านต่อ »

Discover more from PYONG Rehabilitation Clinic & Penthouse

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading

WhatsApp

Messenger

Line

Call

Email

Map

รับคำปรึกษา หรือ นัดพบแพทย์

ยินดีดูแลให้คำปรึกษาทุกวัน เวลา 10.00 – 20.00 น.

 L Floor, Gaysorn Village

รักษาอาการปวดด้วยเทคนิค
เฉพาะทางเวชศาสตร์ฟื้นฟู

จันทร์ – ศุกร์ 16.30 – 20.00 น.

เสาร์ – อาทิตย์ 10.00 – 20.00 น.

11th Floor, Gaysorn Tower

ฟื้นฟูผู้ป่วยและผู้สูงอายุโรคระบบประสาทและสมอง

ทุกวัน 10.00 – 20.00 น.

Pain Management
Advanced Injection
Screening

Muscles and Sport

Brain Stimulation

Robotics and Motion