[rank_math_breadcrumb]

AP-PRP รักษาข้อเข่าเสื่อม แนวทางฟื้นฟูเข่าเสื่อมแบบไม่ต้องผ่าตัด

การฉีดเลือด AP-PRP ข้อเข่าเสื่อม เป็นวิธีการรักษาที่ช่วยบรรเทาอาการปวดเข่าและฟื้นฟูข้อเข่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องผ่าตัด
PRP รักษาข้อเข่าเสื่อม แนวทางฟื้นฟูเข่าเสื่อมแบบไม่ต้องผ่าตัด
สารบัญ

โรคข้อเข่าเสื่อม

เป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยในประชากรไทย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป จากการศึกษาพบว่ามากกว่า 50% ของผู้สูงอายุในประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหาข้อเข่าเสื่อม นอกจากปัญหาข้อเข่าเสื่อมเริ่มพบในกลุ่มคนอายุน้อยมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีการใช้งานข้อเข่าอย่างหนัก เช่น นักกีฬา หรือผู้ที่มีน้ำหนักเกิน บทความนี้ Pyong Rehab Clinic จะชวนทุกคนไปรู้จักการฉีด PRP ข้อเข่าเสื่อม การฉีดเกล็ดเลือดรักษาเข่าเสื่อมโดยไม่ต้องผ่าตัด มีข้อดีอย่างไรไปดูกันเลย

โรคข้อเข่าเสื่อม

ข้อเข่าเสื่อมเป็นภาวะที่เกิดจากการเสื่อมสภาพของกระดูกอ่อนในข้อเข่า ซึ่งทำให้เกิดการเสียดสีระหว่างกระดูกขาท่อนบนและท่อนล่าง ส่งผลให้เกิดอาการปวด บวม อักเสบ หรือข้อติดขัดได้ การเสื่อมสภาพนี้มักเกิดจากการใช้งานข้อเข่าเป็นเวลานาน เช่น ในกลุ่มผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก หรือแม้แต่นักกีฬาที่ต้องใช้ข้อเข่าในการทำกิจกรรมหนัก ๆ

การฉีดเกล็ดเลือดรักษาเข่าเสื่อมได้อย่างไร

การฉีดเกล็ดเลือดรักษาเข่าเสื่อมได้อย่างไร

การฉีดเกล็ดเลือดรักษาเข่าเสื่อม (Activated Purified Platelet-Rich Plasma หรือ PRP) เป็นวิธีการที่ใช้เกล็ดเลือดเข้มข้นจากเลือดของผู้ป่วยเอง เพื่อช่วยในการฟื้นฟูเนื้อเยื่อที่เสียหาย เพราะในเกล็ดเลือด AP-PRP นั้นมีองค์ประกอบของ Growth Factor ที่ช่วยกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่เสียหาย โดยมีความเข้มข้นสูงกว่าปกติ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการฟื้นฟูข้อเข่า โดยเฉพาะในส่วนของกระดูกอ่อนที่เสื่อมสภาพ การฉีดเกล็ดเลือดนี้จะช่วยกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมข้อเข่า ลดการอักเสบและบรรเทาอาการปวดที่เกิดจากข้อเข่าเสื่อม

ขั้นตอนการฉีด AP-PRP ข้อเข่าเสื่อม

การรักษาด้วย AP-PRP ข้อเข่าเสื่อม เป็นกระบวนการที่ไม่ซับซ้อน สามารถทำได้ในผู้ป่วยนอกและใช้เวลาไม่นาน ประกอบด้วยขั้นตอนหลักดังนี้

เจาะเลือด

แพทย์จะเริ่มต้นด้วยการเจาะเลือดจากผู้ป่วยประมาณ 15-60 มิลลิลิตร โดยใช้หลอดเก็บเลือดพิเศษที่ออกแบบมาสำหรับการทำ AP-PRP โดยเฉพาะ หลอดเลือดนี้มีสารกันเลือดแข็งและเจลแยกชั้นที่ช่วยในการแยกเกล็ดเลือดออกจากส่วนประกอบอื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 ปั่นเลือด

เลือดที่เจาะได้จะถูกนำไปปั่นแยกด้วยเครื่องปั่นความเร็วสูงที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับการทำ AP-PRP ข้อเข่าเสื่อม โดยใช้ความเร็วและเวลาที่เหมาะสม เพื่อแยกเกล็ดเลือดออกจากเม็ดเลือดแดงและส่วนประกอบอื่น ๆ ทำให้ได้เกล็ดเลือดที่มีความเข้มข้นสูงและมีคุณภาพดี

 ฉีด AP-PRP

หลังจากได้เกล็ดเลือดเข้มข้นแล้ว แพทย์จะทำการฉีดเกล็ดเลือดรักษาเข่าเสื่อม โดยฉีดเข้าสู่ข้อเข่าที่มีปัญหาโดยตรง โดยใช้เทคนิคปลอดเชื้อ การฉีด AP-PRP ข้อเข่าเสื่อม จะทำภายใต้การนำทางด้วยเครื่องอัลตราซาวนด์เพื่อความแม่นยำในการฉีด ผู้ป่วยอาจรู้สึกไม่สบายเล็กน้อยระหว่างการฉีด แต่อาการจะดีขึ้นภายในไม่กี่วัน

การฉีด AP-PRP ข้อเข่าเสื่อมดีอย่างไร

การฉีด AP-PRP ข้อเข่าเสื่อม นั้นช่วยลดอาการปวดและอักเสบ โดยเฉพาะการเป็นวิธีการรักษาที่ใช้เนื้อเยื่อจากร่างกายของผู้ป่วยเอง ทำให้มีความปลอดภัยสูงและลดความเสี่ยงในการเกิดอาการแพ้ นอกจากนี้ยังเป็นการรักษาที่ไม่ต้องผ่าตัด ทำให้ไม่เกิดแผลเป็น และฟื้นตัวได้เร็ว นอกจากการฉีดเกล็ดเลือดรักษาเข่าเสื่อมแล้ว PRP ยังสามารถนำไปใช้ในการรักษาอาการบาดเจ็บของเอ็นและกล้ามเนื้อ รวมถึงการฟื้นฟูบาดแผล รวมถึงอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อที่มีปัญหาอีกด้วย

การฉีด AP-PRP เหมาะกับผู้ป่วยเข่าเสื่อมระยะไหน

การฉีด PRP เหมาะกับผู้ป่วยเข่าเสื่อมระยะไหน

การฉีด AP-PRP ข้อเข่าเสื่อมเหมาะสำหรับผู้ที่มีข้อเข่าเสื่อมในระยะเริ่มต้นถึงปานกลาง โดยเฉพาะผู้ที่ยังไม่ถึงขั้นต้องใช้การผ่าตัดหรือการใส่ข้อเข่าเทียม โดยผู้ป่วยที่ฉีด AP-PRP จะมีประสิทธิภาพสูงในการบรรเทาอาการปวดและการอักเสบ รวมถึงช่วยชะลอการเสื่อมของข้อเข่า อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการเข่าเสื่อมในระยะรุนแรง อาจจำเป็นต้องพิจารณาทางเลือกการรักษาอื่น ๆ ตามความเหมาะสม

ใครบ้างที่เหมาะกับการฉีดเกล็ดเลือดรักษาเข่าเสื่อม

  • ผู้ที่มีอาการปวดเข่าเรื้อรังจากโรคข้อเข่าเสื่อมในระยะเริ่มต้นถึงปานกลาง
  • ผู้ที่ต้องการทางเลือกในการรักษาที่ไม่ต้องผ่าตัด
  • นักกีฬาหรือผู้ที่มีการบาดเจ็บของเอ็นและกล้ามเนื้อบริเวณเข่า
  • ผู้ที่มีอาการปวดเข่าจากการทำงานหรือกิจกรรมที่ต้องใช้ข้อเข่ามาก
  • ผู้ที่การรักษาด้วยวิธีอื่นๆ ไม่ได้ผลเท่าที่ควร
  • ผู้ที่ต้องการชะลอการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า

สิ่งที่ควรรู้ก่อนฉีดเกล็ดเลือดรักษาเข่าเสื่อม

แม้ว่าการฉีด AP-PRP ข้อเข่าเสื่อม จะเป็นวิธีการรักษาที่มีความปลอดภัยสูง แต่ก็มีข้อควรพิจารณาบางประการ ผู้ป่วยอาจมีอาการปวดหรือบวมบริเวณที่ฉีดในช่วง 2-3 วันแรก ซึ่งเป็นอาการปกติและจะดีขึ้นเอง นอกจากนี้ การรักษานี้อาจไม่เหมาะกับผู้ที่มีโรคเลือด ผู้ที่ได้รับยาต้านการแข็งตัวของเลือด หรือผู้ที่มีการติดเชื้อบริเวณที่จะทำการฉีด สำหรับผู้ป่วยบางรายที่ไม่เหมาะกับการฉีด AP-PRP ยังมีทางเลือกการรักษาอื่น ๆ ที่สามารถช่วยบรรเทาอาการและชะลอการเสื่อมของข้อเข่าได้ เช่น การฉีด Prolotherapy (กลูโคสเข้มข้นเพื่อกระตุ้นการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ) การฉีดน้ำเลี้ยงข้อเทียม (Hyaluronic Acid) เพื่อช่วยหล่อลื่นข้อและลดการอักเสบ หรือการฉีด Atelocollagen ที่เป็น Biostimulator เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในข้อเข่า ทั้งนี้ที่ PYONG Rehabilitation Clinic เรามีการรักษาในทุก ๆ รูปแบบ โดยคุณหมอจะทำการประเมินอาการและเลือกรูปแบบการรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย

สรุป

การรักษาด้วย PRP ข้อเข่าเสื่อม เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มีปัญหาข้อเข่าเสื่อม โดยเฉพาะในระยะเริ่มต้นถึงปานกลาง ด้วยความปลอดภัยสูงและการฟื้นตัวที่รวดเร็ว ทำให้การฉีดเกล็ดเลือดรักษาเข่าเสื่อมเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ อย่างไรก็ตาม การเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อประเมินอาการและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย สำหรับใครที่มีปัญหาข้อเข่าเสื่อม เอ็นอักเสบ หรืออาการปวดกล้ามเนื้อ สามารถเข้ามาปรึกษาคุณหมอเปียงได้ที่ ได้ที่ PYONG Rehabilitation Clinic เปียง รีแฮบบิลิเทชัน คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรม สาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟู นอกจากการรักษาด้วย PRP แล้ว ที่นี่ยังมีการรักษาอาการปวดในทุก ๆ ระยะ โดยการใช้เทคโนโลยีและอุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่น การใช้เลเซอร์กำลังสูง (High Power Laser) หรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Peripheral Magnetic Stimulator, PMS) เราพร้อมดูแลรักษาปวดของคุณได้ทุก ๆ ระยะ ซึ่งมีตัวเลือกในการรักษาหลากหลาย สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 097-468-7990 หรือแอดไลน์ @pyongrehab

ทีมแพทย์จาก PYONG REHABILITATION

นายแพทย์กันตพงศ์ ทองรงค์

อาจารย์นายแพทย์กันตพงศ์ ทองรงค์ (แพทย์เปียง หรือหมอเปียง) เป็นแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟู (Rehabilitation Medicine) ผู้มีความสนใจในการดูแลรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยที่มีปัญหาการเคลื่อนไหว อาการปวด การบาดเจ็บจากกีฬา และความผิดปกติของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ

ปัจจุบันดำรงตำแหน่งอาจารย์  คณะแพทยศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง และแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟูประจำ ณ โรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร

ความรู้สุขภาพ
Lannalynn Thipkwan

ท่าแนะนำสำหรับนั่งในรถ

การใช้เวลาบนรถนานๆ อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพไม่ต่างจากการนั่งทำงาน แต่เราสามารถลดความเสี่ยงและอาการปวดเมื่อยได้ด้วยการ “ปรับ 5 จุดสำคัญ” ทั้งระยะห่างเบาะ ความเอียงพนักพิง (100-110 องศา) ความสูงหมอนรองศีรษะ ระดับเบาะนั่ง และองศาพวงมาลัยให้สัมพันธ์กันเพื่อลดการเกร็งกล้ามเนื้อ ที่สำคัญต้องควบคู่ไปกับการปรับกระจกมองข้างให้ทัศนวิสัยชัดเจน และควรจอดพักเพื่อยืดเส้นยืดสายเป็นระยะเพื่อถนอมร่างกายให้พร้อมลุยทุกเส้นทาง

อ่านต่อ »

Discover more from PYONG Rehabilitation Clinic & Penthouse

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading

WhatsApp

Messenger

Line

Call

Email

Map

รับคำปรึกษา หรือ นัดพบแพทย์

ยินดีดูแลให้คำปรึกษาทุกวัน เวลา 10.00 – 20.00 น.

 L Floor, Gaysorn Village

รักษาอาการปวดด้วยเทคนิค
เฉพาะทางเวชศาสตร์ฟื้นฟู

จันทร์ – ศุกร์ 16.30 – 20.00 น.

เสาร์ – อาทิตย์ 10.00 – 20.00 น.

11th Floor, Gaysorn Tower

ฟื้นฟูผู้ป่วยและผู้สูงอายุโรคระบบประสาทและสมอง

ทุกวัน 10.00 – 20.00 น.

Pain Management
Advanced Injection
Screening

Muscles and Sport

Brain Stimulation

Robotics and Motion