คุณเคยรู้สึกปวดเมื่อยตามร่างกายโดยไม่ทราบสาเหตุหรือไม่? หรือบางครั้งรู้สึกเหมือนมีก้อนแข็ง ๆ ในกล้ามเนื้อ เมื่อกดแล้วรู้สึกเจ็บ? อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของ Trigger Point หรือจุดกดเจ็บ ซึ่งเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของคนจำนวนมาก ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับ Trigger Point คืออะไร เพื่อให้คุณเข้าใจสาเหตุ อาการ และวิธีการรักษาที่ถูกต้อง
Trigger Point คืออะไร
Trigger Point คือ ปมในชั้นกล้ามเนื้อหรือพังผืดในชั้นกล้ามเนื้อที่ไวต่อการกระตุ้นพบในอาการปวดจากกล้ามเนื้อและพังผืด (Myofascial Pain Syndrome) เมื่อถูกกดหรือสัมผัสจะรู้สึกเจ็บ เมื่อสัมผัสไปบริเวณใต้ผิวหนังจะรู้สึกว่ามีลักษณะคล้ายปม ซึ่ง Trigger Point คือปัญหาที่เกิดจากการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อมัดนั้นซ้ำ ๆ ทำให้กล้ามเนื้อเกิดการหดตัวและไม่คลายตัวออก ส่งผลให้เกิดจุดกดเจ็บบนกล้ามเนื้อ (Taut Band) ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกส่วนของร่างกาย
อาการกดเจ็บนี้อาจเกิดขึ้นทั้งในบริเวณที่มีก้อนกล้ามเนื้อโดยตรง หรือบริเวณใกล้เคียง นอกจากนี้ยังสามารถทำให้ปวดร้าวไปยังตำแหน่งอื่นได้ด้วย (Referred Pain) เมื่อร่างกายเกิด Trigger Point แล้วไม่ทำการรักษาและปล่อยให้เป็นเรื้อรัง สามารถทำให้เกิดอาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง (Myofascial Pain Syndrome หรือ Office syndrome) ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก
ประเภทของ Trigger Point

Trigger Point สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลัก ๆ ตามลักษณะอาการและการตอบสนองต่อการกระตุ้น ได้แก่ Active Trigger Point และ Latent Trigger Point ซึ่งแต่ละประเภทมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน
Active Trigger Point
Active Trigger Point คือจุดกดเจ็บที่มีความไวต่อการกระตุ้นสูง เมื่อกดลงไปที่จุด Active Trigger Point จะรู้สึกเจ็บปวดและอาจมีอาการปวดร้าวไปยังบริเวณอื่น ๆ ของร่างกาย จุดกดเจ็บประเภท Active Trigger Point มักเกิดจากการบาดเจ็บเฉียบพลันหรือการใช้งานกล้ามเนื้อมากเกินไป ทำให้เกิดอาการเจ็บปวดแม้ไม่ได้ถูกกระตุ้น
Latent Trigger Point
Latent Trigger Point คือจุดกดเจ็บที่ไม่ก่อให้เกิดอาการปวดในขณะปกติ แต่จะเจ็บเมื่อถูกกดหรือกระตุ้นโดยตรง จุดกดเจ็บประเภทนี้อาจคงอยู่เป็นเวลานานหลังจากเกิดการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ โดยไม่แสดงอาการชัดเจนจนกว่าจะถูกกระตุ้น
สาเหตุของการเกิด Trigger Point
Trigger Point คือ จุดกดเจ็บที่เกิดจากหลายสาเหตุ โดยส่วนใหญ่มักเกี่ยวข้องกับการใช้งานกล้ามเนื้อที่ไม่เหมาะสมหรือการบาดเจ็บ เมื่อกล้ามเนื้อหดตัวเป็นเวลานาน จะเกิดแรงกดดันต่อเส้นเลือดที่อยู่ภายใน ทำให้การไหลเวียนของเลือดและปริมาณออกซิเจนในกล้ามเนื้อลดลง ส่งผลให้กระบวนการสร้างพลังงานในเซลล์ (ATP) และกระบวนการหดตัว คลายตัวของกล้ามเนื้อบกพร่อง และมีภาวะขาดพลังงาน (Energy Crisis) จนเกิดเป็น Trigger Point ขึ้น ซึ่งสาเหตุหลัก ๆ ของการเกิด Trigger Point คืออะไรบ้าง ไปดูกัน
- การใช้งานกล้ามเนื้อซ้ำ ๆ การทำกิจกรรมที่ต้องใช้กล้ามเนื้อมัดเดียวกันซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน เช่น การพิมพ์คอมพิวเตอร์ หรือการเล่นกีฬาบางประเภท
- การอยู่ในท่าทางเดิมนาน ๆ เช่น การนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน หรือการใช้สมาร์ตโฟนในท่าทางที่ไม่เหมาะสม
- การบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ ทั้งจากอุบัติเหตุหรือการเล่นกีฬา
- ความเครียด ทำให้กล้ามเนื้อเกิดการเกร็งตัวต่อเนื่อง
- การขาดการออกกำลังกาย ทำให้กล้ามเนื้อไม่แข็งแรงและขาดความยืดหยุ่น
- โครงสร้างร่างกายที่ผิดปกติ เช่น หลังค่อม กระดูกสันหลังคด ทำให้กล้ามเนื้อต้องทำงานหนักเพื่อรักษาสมดุล
- การขาดสารอาหารและวิตามินบางชนิด เช่น วิตามินซี วิตามินบี วิตามินดี กรดโฟลิค และธาตุเหล็ก
Trigger Point มีจุดไหนบ้าง

อาการเจ็บปวดจาก Trigger Point อาจมีทั้งอาการปวดเฉพาะที่ (Localized pain) ซึ่งเป็นบริเวณที่มีปัญหา หรืออาจปวดร้าวไปที่ตำแหน่งอื่น (Referral pain) เช่น ปวดที่บ่าแล้วร้าวไปที่ศีรษะ หรือปวดที่สะโพกแล้วร้าวไปที่ขา บางครั้งอาจมีอาการชาร่วมด้วย การรู้จักตำแหน่งที่มักเกิด Trigger Point จะช่วยให้สามารถระบุปัญหาและหาวิธีการรักษาที่เหมาะสมได้รวดเร็วขึ้น ซึ่ง Trigger Point สามารถเกิดขึ้นได้ในกล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกาย แต่มักพบบ่อยในบริเวณที่มีการใช้งานหนักหรือรับแรงกดทับมาก ตำแหน่งที่พบ Trigger Point บ่อย ได้แก่
- บริเวณคอและไหล่
- หลังส่วนบน
- หลังส่วนล่าง
- สะโพกและก้น
- น่องและฝ่าเท้า
อาการที่เกิดจาก Trigger Point

Trigger Point ส่งผลกระทบต่อร่างกายในหลายรูปแบบ โดยอาการที่พบได้บ่อยคือความเจ็บปวดเฉพาะจุดเมื่อถูกกดหรือสัมผัส บางครั้งอาจมีอาการปวดร้าวไปยังบริเวณอื่น ๆ ของร่างกาย นอกจากนี้ ผู้ที่มี Trigger Point มักรู้สึกว่ากล้ามเนื้อตึงและแข็งกว่าปกติ ทำให้การเคลื่อนไหวมีข้อจำกัด สำหรับบางคนอาจมีอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อในบริเวณที่มีปัญหา รวมถึงอาการชาหรือรู้สึกเสียวแปลบ ๆ ซึ่งอาการเหล่านี้สามารถส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันและคุณภาพชีวิตโดยรวม
Trigger Point อันตรายหรือไม่
Trigger Point คือ ภาวะที่ไม่ถึงขั้นเป็นอันตรายต่อชีวิต แต่ก็ไม่ควรมองข้าม เพราะหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษา Trigger Point สามารถทำให้ระบบประสาทและกล้ามเนื้อเกิดการเปลี่ยนแปลงไป จนส่งผลให้เกิดความไม่สมดุลในการผลิตสารสื่อประสาททั้งในสมองและกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อเกิดการหดเกร็งตัวได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ในระยะยาวอาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างของร่างกาย เช่น ทำให้ไหล่สูงต่ำไม่เท่ากัน หลังงอ หรือขาสั้นยาวไม่เท่ากัน ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ตามมาได้
วิธีรักษา Trigger Point
การรักษา Trigger Point มีหลากหลายวิธี ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการและสาเหตุที่ทำให้เกิด โดยทั่วไป การรักษามักเริ่มจากวิธีที่ไม่รุนแรงก่อน และค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนไปตามการตอบสนองของร่างกาย วิธีการรักษา Trigger Point ที่นิยมใช้มี ดังนี้
ปรับพฤติกรรมในการใช้ชีวิต
การปรับพฤติกรรมในการใช้ชีวิตประจำวันเป็นวิธีที่สำคัญและมีประสิทธิภาพในการรักษาและป้องกัน Trigger Point เนื่องจาก Trigger Point คืออาการที่มักเกิดจากพฤติกรรมที่ทำให้กล้ามเนื้อทำงานหนักเกินไปหรืออยู่ในท่าทางเดียวนาน ๆ การปรับเปลี่ยนท่าทางในการทำงาน การพักเป็นระยะ และการใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสม เช่น เก้าอี้ทำงานที่รองรับสรีระ หรือการจัดวางคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม สามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิด Trigger Point และบรรเทาอาการให้ดีขึ้นได้
ออกกำลังกาย

การออกกำลังกายเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการบรรเทาอาการ Trigger Point และป้องกันการเกิดซ้ำ โดยเฉพาะการออกกำลังกายที่เน้นการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ (Stretching) และการเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ กิจกรรมที่แนะนำได้แก่ โยคะ พิลาทิส หรือการออกกำลังกายแบบ Low-impact ต่าง ๆ นอกจากนี้ การทำ Self-massage หรือใช้ลูกบอลนวดกดจุดก็สามารถช่วยคลายกล้ามเนื้อและลดอาการปวดได้
นวดคลายกล้ามเนื้อ
การนวดคลายกล้ามเนื้อเป็นวิธีการรักษา Trigger Point ที่ได้รับความนิยม เพราะการนวดช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังกล้ามเนื้อ ลดการตึงตัวของกล้ามเนื้อ และช่วยคลาย Trigger Point ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับวิธีการนวดที่นิยมใช้ในการรักษา Trigger Point อาจถูกเรียกได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น การนวดกดจุด (Trigger Point Therapy) การนวดแบบลึก (Deep Tissue Massage) การนวดคลายกล้ามเนื้อ (Myofascial Release) Sport massage หรือแม้แต่การรักษาด้วยคลื่นกระแทก Shockwave Therapy ซึ่งควรทำโดยผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับเทคนิคและความถี่ อีกทั้งผลการรักษามักจะไม่ให้ผลระยะยาว
ทำกายภาพบำบัด
การทำกายภาพบำบัดเป็นวิธีการรักษา Trigger Point ที่ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู (Rehabilitation Medicine) หรือนักกายภาพบำบัดจะประเมินอาการและสาเหตุของ Trigger Point แล้วออกแบบโปรแกรมการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล การทำกายภาพบำบัดช่วยฟื้นฟูการทำงานของกล้ามเนื้อ เพิ่มความยืดหยุ่น และความแข็งแรง นอกจากนี้ยังช่วยปรับปรุงท่าทางและการเคลื่อนไหว ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุและป้องกันการเกิด Trigger Point ซ้ำในอนาคต
ขั้นตอนการรักษา Trigger Point ที่ PYONG Rehabilitation Clinic
PYONG Rehabilitation Clinic เรามีขั้นตอนการรักษา Trigger Point ที่ครอบคลุมและเป็นระบบ เริ่มต้นจากการเข้ามาปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งจะทำการประเมินอาการของคุณอย่างละเอียด โดยการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และวินิจฉัยความรุนแรงของอาการ
หลังจากการประเมิน แพทย์จะทำการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับอาการของคุณ ซึ่งอาจรวมถึงการทำกายภาพบำบัดด้วยการใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ล่าสุด เช่น การปักเข็มแผนตะวันตก การรักษาอาการปวดด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และการใช้แสงเลเซอร์กำลังสูง ทั้งนี้วิธีการรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการและความเหมาะสมของแต่ละบุคคล
นอกจากนี้ ทีมแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูของเราจะให้คำแนะนำเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน และสอนท่าออกกำลังกายที่เหมาะสมเพื่อป้องกันการเกิด Trigger Point ซ้ำ โดยมีการติดตามผลการรักษาอย่างใกล้ชิดเพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะได้รับผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
FAQ
สำหรับผู้ที่มีคำถามเกี่ยวกับ Trigger Point เรารวบรวมคำถามที่พบบ่อยมาตอบให้แล้ว ดังนี้
การรักษา Trigger Point เจ็บไหม
ความกังวลการรักษา Trigger Point เจ็บไหมนั้นจะขึ้นอยู่กับรูปแบบในการรักษา อย่างการปักเข็มตะวันตก จะมีความรู้สึกเจ็บหน่วง ๆ คล้ายตอนที่ถูกกดนวดลึก ๆ และจะเจ็บหน่วงมากขึ้นตอนที่เข็มกระตุ้นโดน Trigger Point ตรง ๆ ในบางรายอาจจะมีอาการร้าวไปตามบริเวณต่าง ๆ ได้อีกด้วย
โปรแกรมรักษา Trigger Point ที่ PYONG Rehabilitation Clinic ราคาเท่าไร
ราคาการรักษา Trigger Point ที่ PYONG Rehabilitation Clinic มีด้วยกัน 3 บริการ ดังนี้
- ปักเข็มแพทย์แผนตะวันตก (Dry Needling) ครั้งละ 4,800 บาท
- ลดอาการปวดระดับลึกด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Magnetic Stimulation) ครั้งละ 3,200 บาท
- รักษาอาการเจ็บด้วยแสงเลเซอร์ (High Power Laser) ครั้งละ 3,200 บาท
รักษา Trigger Point ที่ PYONG Rehabilitation Clinic เบิกประกันได้หรือไม่
การเบิกประกันคลินิกกายภาพหรือคลีนิคด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู สำหรับการรักษา Trigger Point ที่ PYONG Rehabilitation Clinic นั้น ขึ้นอยู่กับแต่ละกรมธรรม์ว่าสามารถเบิกค่ารักษาที่เกี่ยวข้องกับการกายภาพได้หรือไม่ แต่หากต้องการใช้ใบรับรองแพทย์ ที่ PYONG Rehabilitation Clinic ก็สามารถออกใบรับรองแพทย์ได้ในทุก ๆ บริการที่ดำเนินภายในคลินิก ดังนั้นคนไข้ควรตรวจสอบสิทธิ์และเงื่อนไขของประกันว่ามีครอบคลุมหรือไม่
รักษา Trigger Point ที่ PYONG Rehabilitation Clinic หายขาดหรือไม่
Trigger Point คือการใช้งานกล้ามเนื้อมัดเดิมแบบซ้ำ ๆ จนทำให้กล้ามเนื้อเกิดการหดเกร็ง และทำให้เกิดอาการปวด ซึ่งการรักษาTrigger Point ที่ PYONG Rehabilitation Clinic สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่หากมีการกลับไปทำพฤติกรรมที่สร้างความเครียดให้กล้ามเนื้อแบบเดิมก็จะทำให้กลับมาเป็นซ้ำได้
สรุป
Trigger Point คือ ปัญหาที่พบได้บ่อยและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของหลาย ๆ คน ซึ่งเกิดจากการหดเกร็งตัวของกล้ามเนื้อเป็นเวลานาน ทำให้เกิดอาการปวด ตึง และทำให้เคลื่อนไหวได้ไม่เต็มที่ แม้จะไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่หากปล่อยทิ้งไว้อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ตามมาได้ การรักษา Trigger Point มีหลายวิธี ตั้งแต่การปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต การออกกำลังกาย การนวดคลายกล้ามเนื้อ ไปจนถึงการทำกายภาพบำบัด ซึ่งวิธีการรักษาที่เหมาะสมจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการและสาเหตุของปัญหา การรักษาที่มีประสิทธิภาพไม่เพียงแต่บรรเทาอาการในปัจจุบัน แต่ยังช่วยป้องกันการเกิดซ้ำในอนาคตด้วย
ที่ PYONG Rehabilitation Clinic เรามีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูและนักกายภาพบำบัดผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้การดูแลและรักษา Trigger Point อย่างครบวงจร ด้วยการวินิจฉัยที่แม่นยำและแผนการรักษาที่ปรับให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เรามุ่งมั่นที่จะช่วยให้คุณกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ปราศจากความเจ็บปวดจาก Trigger Point หากสนใจสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่เจ้าหน้าที่คลินิก ชั้น L เกษรวิลเลจ หรือสอบถามข้อมูลผ่านทาง
📞 ติดต่อสอบถามหรือจองคิวนัดหมาย: 097-468-7990
💬 Line Official: @pyongrehab
You must be logged in to post a comment.