[rank_math_breadcrumb]

Bradykinesia คืออะไร? รู้จักภาวะเคลื่อนไหวช้า สัญญาณสำคัญของโรคพาร์กินสัน

สารบัญ

การเคลื่อนไหวที่ลื่นไหลและรวดเร็วเป็นสิ่งที่เรามักมองข้าม จนกว่าจะเริ่มสังเกตว่าการทำกิจวัตรประจำวันเริ่มใช้เวลานานขึ้น การกดปุ่มเสื้อ การเดิน หรือแม้แต่การแสดงสีหน้าดูเหมือนจะ “ช้า” ลงอย่างผิดปกติ หลายคนอาจคิดว่าเป็นเรื่องของวัย แต่หากอาการเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและส่งผลต่อชีวิตประจำวัน อาจเป็นสัญญาณของภาวะที่เรียกว่า “Bradykinesia” ซึ่งเป็นหนึ่งในอาการสำคัญของโรคพาร์กินสัน บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจภาวะนี้อย่างครอบคลุม

ภาวะ Bradykinesia

ทำความเข้าใจภาวะ Bradykinesia (อาการเคลื่อนไหวช้า)

ก่อนที่เราจะเข้าใจถึงผลกระทบของภาวะนี้ สิ่งสำคัญคือต้องรู้ว่าคำว่า Bradykinesia หมายถึงอะไรกันแน่ และทำไมจึงแตกต่างจากอาการเคลื่อนไหวช้าทั่วไปที่เราอาจพบเจอในชีวิตประจำวัน

Bradykinesia อ่านว่าอะไร? แปลว่าอะไร?

คำว่า Bradykinesia อ่านว่า “แบรดี้-คิเนเซีย” หรือ “แบรดี้-ไคเนเซีย” มาจากภาษากรีกโบราณ โดย “Brady” แปลว่า ช้า และ “Kinesia” แปลว่า การเคลื่อนไหว รวมกันแล้วหมายถึง การเคลื่อนไหวที่ช้าลง หรือความยากลำบากในการเริ่มต้นและดำเนินการเคลื่อนไหว ภาวะนี้ไม่ใช่แค่ความเชื่องช้าธรรมดา แต่เป็นความผิดปกติทางระบบประสาทที่ส่งผลโดยตรงต่อการควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกาย

ไม่ใช่แค่เคลื่อนไหวช้า แต่ส่งผลต่อชีวิตประจำวันอย่างไร?

Bradykinesia ไม่ได้หมายความเพียงแค่การเคลื่อนไหวช้า แต่รวมถึงความยากลำบากในการเริ่มต้นการเคลื่อนไหว การทำกิจกรรมที่ต้องทำซ้ำๆ และความไม่แม่นยำในการควบคุมการเคลื่อนไหว ผู้ป่วยอาจพบว่าการทำกิจวัตรง่ายๆ เช่น การแปรงฟัน การใช้ช้อนตักอาหาร หรือการพิมพ์งานใช้เวลานานขึ้นมาก บางรายอาจสังเกตว่าตัวเองเดินด้วยก้าวที่สั้นลง หรือใบหน้าดูไม่ค่อยมีการแสดงอารมณ์ ส่งผลต่อทั้งคุณภาพชีวิตและความมั่นใจในการใช้ชีวิต

ความแตกต่างระหว่าง Bradykinesia กับอาการเคลื่อนไหวช้าตามวัย

หลายคนอาจสงสัยว่าภาวะนี้ต่างจากการเคลื่อนไหวที่ช้าลงตามอายุอย่างไร จริงอยู่ว่าเมื่ออายุมากขึ้น ความคล่องตัวในการเคลื่อนไหวจะลดลงตามธรรมชาติ แต่ Bradykinesia มีลักษณะเฉพาะที่ชัดเจนกว่า คือการเคลื่อนไหวช้าลงอย่างผิดปกติในช่วงเวลาสั้นๆ มักเริ่มเห็นอาการที่แขนหรือขาข้างใดข้างหนึ่งก่อน และมีผลกระทบต่อการทำกิจกรรมซ้ำๆ อย่างเห็นได้ชัด ผู้ป่วยอาจรู้สึกว่าร่างกาย “ไม่เชื่อฟัง” หรือต้องใช้ความพยายามมากขึ้นเพื่อทำสิ่งเดิมๆ ซึ่งแตกต่างจากการเคลื่อนไหวช้าตามวัยที่เกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปและสม่ำเสมอทั่วร่างกาย

ลักษณะอาการของ Bradykinesia ที่สังเกตได้

เมื่อเข้าใจคำนิยามของภาวะนี้แล้ว สิ่งสำคัญคือการรู้จักอาการที่ปรากฏในชีวิตจริง เพื่อให้สามารถสังเกตและประเมินตนเองหรือคนใกล้ชิดได้ อาการของ Bradykinesia มีความหลากหลายและอาจปรากฏในรูปแบบที่แตกต่างกันไป

การเริ่มต้นเคลื่อนไหวทำได้ลำบาก

หนึ่งในอาการที่พบบ่อยที่สุดคือความยากลำบากในการเริ่มต้นการเคลื่อนไหว ผู้ป่วยอาจรู้สึกว่าต้องใช้ความพยายามมากขึ้นเพื่อลุกจากเก้าอี้ เริ่มก้าวเดิน หรือยกแขนขึ้น บางครั้งอาจมีอาการ “แข็งค้าง” ชั่วครู่ก่อนที่จะเริ่มเคลื่อนไหวได้ ซึ่งเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าสมองมีปัญหาในการส่งสัญญาณไปยังกล้ามเนื้อ

การเคลื่อนไหวที่ต้องทำซ้ำๆ ทำได้ช้าลง 

แพทย์มักใช้การทดสอบการเคาะนิ้วเป็นวิธีหนึ่งในการประเมิน Bradykinesia ผู้ป่วยจะถูกขอให้เคาะนิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้ซ้ำๆ อย่างรวดเร็ว ผู้ที่มีภาวะนี้จะทำได้ช้าลงเรื่อยๆ และระยะห่างระหว่างนิ้วจะแคบลง นอกจากนี้ การทำกิจกรรมอื่นๆ ที่ต้องใช้การเคลื่อนไหวซ้ำๆ เช่น การแปรงฟัน การตีไข่ หรือการพิมพ์งาน ก็จะใช้เวลานานขึ้นและทำได้ไม่คล่องตัวเหมือนเดิม

การแสดงสีหน้าลดลง (Mask-like Face)

อาการที่เห็นได้ชัดอีกประการหนึ่งคือใบหน้าที่ดูไม่ค่อยมีการแสดงออกทางอารมณ์ หรือที่เรียกว่า “ใบหน้าหน้ากาก” กล้ามเนื้อใบหน้าเคลื่อนไหวได้น้อยลง ทำให้ผู้ป่วยดูเหมือนไม่มีสีหน้าหรือไม่สนใจ แม้ว่าภายในจิตใจจะรู้สึกอยู่ก็ตาม อาการนี้อาจส่งผลต่อการสื่อสารและความสัมพันธ์กับผู้อื่น

การกะพริบตาลดลง

ปกติคนเรากะพริบตาประมาณ 15-20 ครั้งต่อนาที แต่ผู้ที่มี Bradykinesia จะกะพริบตาน้อยลง อาจเหลือเพียง 5-10 ครั้งต่อนาที ทำให้ดวงตาดูจ้องมองหรือไม่มีชีวิตชีวา นอกจากนี้ยังอาจทำให้ตาแห้งและระคายเคืองได้

ลักษณะการเดินที่เปลี่ยนไป 

การเดินของผู้ป่วยมักมีลักษณะเฉพาะคือ ก้าวเดินสั้นและช้า เท้าอาจไม่ยกสูงจากพื้น ทำให้ดูเหมือนลากเท้าไป บางรายอาจมีปัญหาในการเริ่มก้าวแรก หรือหยุดเดินได้ยาก ลักษณะการเดินแบบนี้เพิ่มความเสี่ยงต่อการล้มและการบาดเจ็บ

เขียนหนังสือตัวเล็กลง 

อาการที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งคือลายมือเขียนที่เล็กลงและแคบลงเรื่อยๆ โดยเฉพาะเมื่อเขียนไปเรื่อยๆ ตัวอักษรจะเล็กลงและอ่านยากขึ้น ซึ่งเกิดจากการควบคุมกล้ามเนื้อมือที่ลดลง อาการนี้เป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนเริ่มต้นที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน

Bradykinesia เกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง?

การรู้ว่าภาวะนี้มีอาการอย่างไรเป็นเพียงส่วนหนึ่ง แต่การเข้าใจสาเหตุจะช่วยให้เราทราบถึงแนวทางการรักษาและการป้องกันที่เหมาะสม Bradykinesia สามารถเกิดจากหลายสาเหตุ แต่ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของระบบประสาทและสมอง

โรคพาร์กินสัน (Parkinson’s Disease) 

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของ Bradykinesia คือโรคพาร์กินสัน ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากการเสื่อมของเซลล์ประสาทในสมองส่วนที่ผลิตสารโดปามีน สารเคมีที่สำคัญในการควบคุมการเคลื่อนไหว เมื่อระดับโดปามีนลดลง การส่งสัญญาณระหว่างสมองกับกล้ามเนื้อจะมีปัญหา ทำให้เกิดอาการเคลื่อนไหวช้า ตัวสั่น และกล้ามเนื้อแข็ง Bradykinesia เป็นหนึ่งในอาการหลักสามประการของโรคพาร์กินสัน

กลุ่มโรคพาร์กินสันเทียม (Parkinsonism)

นอกจากโรคพาร์กินสันแล้ว ยังมีภาวะอื่นๆ ที่มีอาการคล้ายคลึงกัน เรียกรวมว่า Parkinsonism เช่น Multiple System Atrophy, Progressive Supranuclear Palsy หรือ Corticobasal Degeneration ภาวะเหล่านี้มีสาเหตุและกลไกการเกิดโรคที่แตกต่างจากโรคพาร์กินสัน แต่มีอาการที่คล้ายกัน รวมถึง Bradykinesia

ผลข้างเคียงจากการใช้ยาบางชนิด (Adverse Drug reactions)

บางครั้ง Bradykinesia อาจเกิดจากผลข้างเคียงของยา โดยเฉพาะยาในกลุ่มที่ใช้รักษาโรคทางจิตเวช เช่น ยาต้านอาการทางจิต (Antipsychotics) หรือยาแก้คลื่นไส้บางชนิด ยาเหล่านี้สามารถขัดขวางการทำงานของโดปามีนในสมอง ทำให้เกิดอาการคล้ายโรคพาร์กินสัน หากสงสัยว่าอาการเกิดจากยา ควรปรึกษาแพทย์เพื่อปรับเปลี่ยนการรักษา

ภาวะโพรงสมองคั่งน้ำ (Normal Pressure Hydrocephalus)

ภาวะนี้เกิดจากการสะสมของน้ำไขสันหลังในโพรงสมอง ทำให้เกิดแรงกดดันต่อเนื้อเยื่อสมอง ผู้ป่วยมักมีอาการสามอย่างร่วมกัน คือ การเดินผิดปกติ ความจำเสื่อม และปัญหาการควบคุมการขับถ่าย อาการเคลื่อนไหวช้าอาจเป็นส่วนหนึ่งของอาการที่พบได้

โรคทางระบบประสาทอื่นๆ (Other Neurological Disorders)

นอกจากนี้ยังมีภาวะทางระบบประสาทอื่นๆ ที่อาจทำให้เกิด Bradykinesia เช่น โรคหลอดเลือดสมอ (Stroke) การบาดเจ็บที่สมอง เนื้องอกในสมอง หรือโรคที่ทำให้สมองเสื่อมอื่นๆ การวินิจฉัยที่ถูกต้องจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

กระบวนการวินิจฉัยภาวะ Bradykinesia โดยแพทย์

เมื่อสงสัยว่าตนเองหรือคนใกล้ชิดอาจมีภาวะ Bradykinesia การพบแพทย์เป็นขั้นตอนสำคัญ แพทย์จะใช้วิธีการต่างๆ เพื่อประเมินและวินิจฉัยอาการอย่างละเอียด

การซักประวัติและตรวจร่างกายทางระบบประสาท

แพทย์จะซักประวัติอาการอย่างละเอียด เช่น อาการเริ่มเมื่อใด ความรุนแรง และผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน จากนั้นตรวจร่างกายทางระบบประสาท ประเมินกำลังกล้ามเนื้อ ความตึงของกล้ามเนื้อ การทรงตัว และการเดิน

การประเมินความเร็วในการเคลื่อนไหว

แพทย์จะทดสอบการเคลื่อนไหว เช่น ให้ผู้ป่วยเคาะนิ้วซ้ำๆ เปิด-หุบมือ หรือหมุนข้อมือ เพื่อประเมินความเร็วและความสม่ำเสมอของการเคลื่อนไหว รวมถึงสังเกตว่าการเคลื่อนไหวช้าลงหรือแคบลงเมื่อทำซ้ำๆ หรือไม่

การตรวจเพิ่มเติมเพื่อยืนยันสาเหตุ

ในบางกรณี แพทย์อาจสั่งตรวจเพิ่มเติม เช่น MRI สมองเพื่อดูโครงสร้างและความผิดปกติ หรือ DaTscan เพื่อดูระดับของสารโดปามีนในสมอง ซึ่งช่วยยืนยันการวินิจฉัยโรคพาร์กินสันได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

แนวทางการรักษาและจัดการภาวะ Bradykinesia

แม้ว่า Bradykinesia จะยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่มีแนวทางการรักษาที่ช่วยบรรเทาอาการและปรับปรุงคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยได้อย่างมีนัยสำคัญ การรักษามักใช้แนวทางแบบองค์รวมที่ประกอบด้วยยา กายภาพบำบัด และการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์

การรักษาด้วยยา

ยาที่ใช้รักษาโรคพาร์กินสันเป็นแนวทางหลักในการจัดการ Bradykinesia โดยเฉพาะยา Levodopa ซึ่งจะถูกเปลี่ยนเป็นโดปามีนในสมอง ช่วยปรับปรุงการส่งสัญญาณไปยังกล้ามเนื้อ แพทย์จะปรับขนาดยาและชนิดของยาให้เหมาะสมกับอาการของผู้ป่วยแต่ละราย

การทำกายภาพบำบัดและกิจกรรมบำบัด

นักกายภาพบำบัดจะออกแบบโปรแกรมการออกกำลังกายเฉพาะบุคคล เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ความยืดหยุ่น และการทรงตัว รวมถึงฝึกการเดินและการทำกิจกรรมประจำวัน ขณะที่กิจกรรมบำบัดช่วยฝึกทักษะในการทำกิจวัตรต่างๆ เช่น การแต่งตัว การรับประทานอาหาร หรือการเขียนหนังสือ

การออกกำลังกายที่เหมาะสม

การออกกำลังกายสม่ำเสมอช่วยชะลอการดำเนินของอาการ กิจกรรมที่แนะนำรวมถึงการเดิน การว่ายน้ำ โยคะ หรือไทเก๊ก ซึ่งช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและการทรงตัว การออกกำลังกายแบบแอโรบิกยังช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงสมองอีกด้วย

แนวทางการรักษาภาวะ Bradykinesia ที่ PYONG Rehabilitation Clinic

สำหรับผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะ Bradykinesia หรือสงสัยว่าอาจมีอาการดังกล่าว การเลือกสถานพยาบาลที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางและเทคโนโลยีที่ทันสมัยเป็นสิ่งสำคัญต่อการฟื้นฟูและคุณภาพชีวิต ที่ PYONG Rehabilitation Clinic เรามีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญพร้อมเทคโนโลยีการรักษาระดับโลกเพื่อดูแลผู้ป่วยอย่างครบวงจร

ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง

ที่ เปียง รีแฮบบิลิเทชัน คลินิก (PYONG Rehabilitation Clinic) เรามีแพทย์เฉพาะทางสาขาอายุรศาสตร์ระบบประสาท (Neurologist) หรือที่เรียกกันว่า “หมอสมอง” ที่มีความเชี่ยวชาญในการวินิจฉัยและรักษาโรคทางระบบประสาท รวมถึงโรคพาร์กินสันและภาวะ Bradykinesia การได้รับการดูแลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงจะช่วยให้การวินิจฉัยแม่นยำและการรักษามีประสิทธิภาพสูงสุด 

เทคโนโลยีทางการแพทย์ระดับโลก

เปียง รีแฮบบิลิเทชัน คลินิก (PYONG Rehabilitation Clinic) นำเข้าเทคโนโลยีการรักษาที่ทันสมัยที่สุด (Best in Class Technology) เพื่อการฟื้นฟูที่มีประสิทธิภาพสูงสุด สำหรับผู้ป่วย Bradykinesia เรามีเทคโนโลยีสำคัญหลายอย่าง เช่น

  • Transcranial Magnetic Stimulation (TMS) – การกระตุ้นสมองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ช่วยปรับปรุงการทำงานของเซลล์ประสาทและบรรเทาอาการทางระบบประสาท
  • Peripheral Magnetic Stimulation (PMS) – การกระตุ้นด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อฟื้นฟูการทำงานของกล้ามเนื้อและเส้นประสาท ช่วยเพิ่มความแข็งแรงและความคล่องตัวในการเคลื่อนไหว
  • Overground Wearable Exoskeleton – เครื่องหุ่นยนต์ช่วยฝึกการเดิน ซึ่งช่วยฟื้นฟูลักษณะการเดินที่ผิดปกติจาก Bradykinesia อย่างมีประสิทธิภาพ
  • Robotic Isokinetic Exercise Training – ระบบหุ่นยนต์สำหรับการออกกำลังกายที่ควบคุมความเร็วและแรงต้านได้อย่างแม่นยำ เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ

การดูแลแบบองค์รวมและเฉพาะบุคคล

ที่ เปียง รีแฮบบิลิเทชัน คลินิก (PYONG Rehabilitation Clinic) เราเชื่อว่าการรักษา Bradykinesia ต้องใช้แนวทางแบบองค์รวม (Holistic Approach) ที่ดูแลทั้งด้านการแพทย์ กายภาพบำบัด กิจกรรมบำบัด และโภชนาการ ทีมสหวิชาชีพของเราประกอบด้วย:

  • แพทย์อายุรศาสตร์ระบบประสาท สำหรับการวินิจฉัยและการรักษาด้วยยา
  • แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู สำหรับการประเมินและวางแผนการฟื้นฟูสมรรถภาพ
  • นักกายภาพบำบัด สำหรับการฟื้นฟูการเคลื่อนไหวและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
  • นักกิจกรรมบำบัด สำหรับการฝึกทักษะในการทำกิจวัตรประจำวัน
  • นักอรรถบำบัด สำหรับการฟื้นฟูการพูด การกลืน และการสื่อสารที่อาจได้รับผลกระทบจาก Bradykinesia
  • นักโภชนาการ สำหรับการวางแผนอาหารที่เหมาะสมเพื่อสนับสนุนการรักษา

สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการฟื้นฟู

PYONG Rehabilitation Penthouse ได้รับการออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบเพื่อการฟื้นฟู (Rehabilitation Design) ทุกรายละเอียดถูกคัดสรรเพื่อสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย ปลอดภัย และกระตุ้นให้เกิดกำลังใจในการฟื้นฟู พื้นที่ของเราไม่เพียงแต่หรูหรา แต่ยังคำนึงถึงความสะดวกและความปลอดภัยของผู้ป่วยที่มีปัญหาการเคลื่อนไหวเป็นสำคัญ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

เมื่อเรียนรู้เกี่ยวกับภาวะนี้มาพอสมควรแล้ว เรามารวมคำตอบสำหรับคำถามที่หลายคนมักสงสัยกัน

Bradykinesia เป็นอาการของโรคพาร์กินสันเสมอไปหรือไม่?

แม้ว่า Bradykinesia จะเป็นอาการหลักของโรคพาร์กินสัน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่มีอาการนี้จะเป็นโรคพาร์กินสัน ภาวะนี้อาจเกิดจากสาเหตุอื่นๆ เช่น ผลข้างเคียงของยา โรคทางระบบประสาทอื่นๆ หรือภาวะโพรงสมองคั่งน้ำ การวินิจฉัยที่ถูกต้องโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจึงสำคัญมาก

ภาวะนี้สามารถรักษาให้หายขาดได้หรือไม่?

ในขณะนี้ยังไม่มีวิธีรักษา Bradykinesia ให้หายขาดโดยสมบูรณ์ โดยเฉพาะเมื่อเกิดจากโรคพาร์กินสัน เนื่องจากโรคนี้เป็นโรคเสื่อมของระบบประสาท อย่างไรก็ตาม การรักษาด้วยยา กายภาพบำบัด และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสามารถช่วยบรรเทาอาการและชะลอการดำเนินของโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ

ควรไปพบแพทย์เมื่อมีอาการเคลื่อนไหวช้าแบบใด?

หากคุณหรือคนใกล้ชิดสังเกตว่ามีอาการเคลื่อนไหวช้าลงอย่างผิดปกติ โดยเฉพาะอาการที่มีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หรือส่งผลต่อการทำกิจวัตรประจำวัน ควรปรึกษาแพทย์โดยเร็ว อาการเตือนที่ควรให้ความสนใจรวมถึง การเขียนหนังสือที่เล็กลงเรื่อยๆ ใบหน้าที่ไม่ค่อยมีการแสดงออก การเดินที่เปลี่ยนไป หรือความยากลำบากในการทำกิจกรรมซ้ำๆ เช่น การแปรงฟัน การตัดอาหาร หรือการกดปุ่มเสื้อ

สรุป

Bradykinesia หรือภาวะเคลื่อนไหวช้า เป็นอาการสำคัญที่พบได้บ่อยในโรคพาร์กินสันและภาวะทางระบบประสาทอื่นๆ ไม่ใช่แค่ความเชื่องช้าธรรมดา แต่เป็นความผิดปกติที่ส่งผลต่อการทำกิจวัตรและคุณภาพชีวิตอย่างมีนัยสำคัญ อาการที่พบได้บ่อยรวมถึงความยากลำบากในการเริ่มต้นเคลื่อนไหว การทำกิจกรรมซ้ำๆ ที่ช้าลง ใบหน้าที่ดูไม่ค่อยมีการแสดงออก การเดินที่เปลี่ยนไป และลายมือเขียนที่เล็กลง

แม้ว่าจะยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่การรักษาด้วยยา กายภาพบำบัด และการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์สามารถช่วยบรรเทาอาการและปรับปรุงคุณภาพชีวิตได้อย่างมาก หากสังเกตเห็นอาการเคลื่อนไหวช้าที่ผิดปกติและส่งผลต่อชีวิตประจำวัน ควรรีบปรึกษาแพทย์เฉพาะทางโดยเร็ว เพื่อรับการวินิจฉัยและเริ่มการรักษาที่เหมาะสมตั้งแต่เนิ่นๆ การดูแลอย่างใกล้ชิดและสม่ำเสมอโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพและปลอดภัยที่สุด

📞 ติดต่อสอบถามหรือจองคิวนัดหมาย: 097-468-7990💬  Line Official: @pyongrehab

ทีมแพทย์จาก PYONG REHABILITATION

นายแพทย์กันตพงศ์ ทองรงค์

อาจารย์นายแพทย์กันตพงศ์ ทองรงค์ (แพทย์เปียง หรือหมอเปียง) เป็นแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟู (Rehabilitation Medicine) ผู้มีความสนใจในการดูแลรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยที่มีปัญหาการเคลื่อนไหว อาการปวด การบาดเจ็บจากกีฬา และความผิดปกติของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ

ปัจจุบันดำรงตำแหน่งอาจารย์  คณะแพทยศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง และแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟูประจำ ณ โรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร

ความรู้สุขภาพ
Lannalynn Thipkwan

ท่าแนะนำสำหรับนั่งในรถ

การใช้เวลาบนรถนานๆ อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพไม่ต่างจากการนั่งทำงาน แต่เราสามารถลดความเสี่ยงและอาการปวดเมื่อยได้ด้วยการ “ปรับ 5 จุดสำคัญ” ทั้งระยะห่างเบาะ ความเอียงพนักพิง (100-110 องศา) ความสูงหมอนรองศีรษะ ระดับเบาะนั่ง และองศาพวงมาลัยให้สัมพันธ์กันเพื่อลดการเกร็งกล้ามเนื้อ ที่สำคัญต้องควบคู่ไปกับการปรับกระจกมองข้างให้ทัศนวิสัยชัดเจน และควรจอดพักเพื่อยืดเส้นยืดสายเป็นระยะเพื่อถนอมร่างกายให้พร้อมลุยทุกเส้นทาง

อ่านต่อ »

Discover more from PYONG Rehabilitation Clinic & Penthouse

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading

WhatsApp

Messenger

Line

Call

Email

Map

รับคำปรึกษา หรือ นัดพบแพทย์

ยินดีดูแลให้คำปรึกษาทุกวัน เวลา 10.00 – 20.00 น.

 L Floor, Gaysorn Village

รักษาอาการปวดด้วยเทคนิค
เฉพาะทางเวชศาสตร์ฟื้นฟู

จันทร์ – ศุกร์ 16.30 – 20.00 น.

เสาร์ – อาทิตย์ 10.00 – 20.00 น.

11th Floor, Gaysorn Tower

ฟื้นฟูผู้ป่วยและผู้สูงอายุโรคระบบประสาทและสมอง

ทุกวัน 10.00 – 20.00 น.

Pain Management
Advanced Injection
Screening

Muscles and Sport

Brain Stimulation

Robotics and Motion