รู้จักกับเรื่องราวของคนที่ผ่านการผ่าตัดหลังมาแล้ว 3 รอบ แต่ยังคงปวดทุกวัน และเกือบจะสิ้นหวัง จนกระทั่งได้พบกับแนวทางการรักษาแบบใหม่ที่เปลี่ยนชีวิตของเขาไปตลอดกาล
เรื่องราวจริงจากคนที่เกือบจะสิ้นหวัง
ความเจ็บปวดที่ไม่มีวันจบ
ย้อนกลับไปเมื่อ 5 ปีที่แล้ว พนักงานบริษัทท่านหนึ่งที่ต้องยกของหนักบ่อยๆ อาการปวดหลังเริ่มจากเล็กน้อย แต่ค่อยๆ รุนแรงขึ้นจนทนไม่ไหว แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท แนะนำให้ผ่าตัด
ครั้งแรกที่ผ่าตัด เขาคิดว่าจะหายเป็นปกติ แต่หลังฟื้นตัวได้ไม่นาน อาการปวดก็กลับมาอีก ผ่าตัดครั้งที่สอง ผลลัพธ์ก็เหมือนเดิม และเมื่อผ่าตัดไปครั้งที่สาม พนักงานบริษัทท่านนี้เริ่มรู้สึกว่าตัวเองกำลังติดอยู่ในวังวนที่ไม่มีทางออก
เคส “Unfixable” ที่ทุกคนเลิกหวัง
หลังจากผ่าตัดครั้งที่สาม แพทย์หลายคนบอกกับพนักงานบริษัทท่านนี้ว่า “ทำได้แค่นี้แล้ว” บางคนแนะนำให้กินยาแก้ปวดไปตลอดชีวิต บางคนบอกว่าต้องยอมรับกับความปวดและปรับตัว
เขาได้รับฉายา “Unfixable Case” จากทีมแพทย์ หมายถึงผู้ป่วยที่มีภาวะปวดหลังเรื้อรังหลังการผ่าตัด (Failed Back Surgery Syndrome – FBSS) ที่รักษายากมาก
อาการของเขารุนแรงจริงๆ:
- ปวดหลังตลอดเวลา โดยเฉพาะตอนเช้าที่เพิ่งตื่น
- ปวดลงขา ชาปลายเท้า
- ไม่สามารถยืนหรือเดินนานได้เกิน 15-20 นาที
- นอนหงายไม่ได้ ต้องนอนตะแคงเท่านั้น
- งานประจำทำไม่ได้ คุณภาพชีวิตตกต่ำมาก
“Unfixable” เคสพบกับทีมที่ไม่ยอมแพ้
การประเมินที่ไม่เหมือนใคร
เริ่มต้นด้วยการฟังเรื่องราวของเขาอย่างละเอียด ทำความเข้าใจทุกรายละเอียดของความเจ็บปวด ตรวจร่างกายอย่างครอบคลุม และที่สำคัญมองหาสาเหตุที่แท้จริงของความปวดที่เหลืออยู่
สิ่งที่ทีมแพทย์พบ:
- ปัญหากล้ามเนื้อแกนกลาง: หลังจากผ่าตัด 3 ครั้ง กล้ามเนื้อที่รองรับกระดูกสันหลังอ่อนแอมาก ทำหน้าที่รองรับไม่ได้ ส่งผลให้กระดูกสันหลังไม่มีเสถียรภาพ
- การรับรู้ความเจ็บปวดผิดปกติ: อาการปวดเรื้อรังเป็นเวลานาน ทำให้สมองและระบบประสาท “จดจำ” ความเจ็บปวดไว้ แม้แต่การกระตุ้นเล็กน้อยก็ทำให้รู้สึกปวดมาก
- พฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่เหมาะสม: ท่าทางการนั่ง ยืน และเดิน ที่พัฒนามาจากการพยายามหลีกเลี่ยงอาการปวด กลับทำให้อาการแย่ลงอีก
แผนการรักษาเข้มข้นแบบองค์รวม
ทีมแพทย์ที่ PYONG Rehabilitation Clinic ออกแบบโปรแกรมพิเศษ โดยให้เข้ามารับการรักษา 4 วัน ต่อ สัปดาห์ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งแต่ละวันจะได้รับการดูแลจากทีมสหสาขาอาชีพ ประกอบด้วย:
- แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู ที่ดูแลภาพรวมและปรับแผนการรักษา
- นักกายภาพบำบัด ที่ออกแบบโปรแกรมการฝึกเฉพาะบุคคล
- ใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ทุกชนิดที่มี
อาวุธลับ 4 เทคโนโลยีที่เปลี่ยนชีวิต
1. PMS (Peripheral Magnetic Stimulation): ปลุกพลังกล้ามเนื้อ
เทคโนโลยีแรกที่ใช้คือ PMS หรือการกระตุ้นด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งทำงานโดยสร้างสนามแม่เหล็กความแรงสูง ส่งผ่านเข้าไปในกล้ามเนื้อชั้นลึก
ทำไม PMS ถึงสำคัญ:
กล้ามเนื้อแกนกลางของเขาอ่อนแอมาก หลังจากผ่าตัดหลายครั้งและการไม่กล้าเคลื่อนไหวเพราะกลัวปวด กล้ามเนื้อลีบและทำงานไม่ได้อย่างที่ควรจะเป็น
PMS ช่วย:
- กระตุ้นกล้ามเนื้อให้หดตัวอย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องออกแรงเอง ทำให้กล้ามเนื้อที่อ่อนแอกลับมาแข็งแรงขึ้นทีละน้อย
- ปรับปรุงการทำงานของเส้นประสาท ช่วยให้การส่งสัญญาณระหว่างสมองและกล้ามเนื้อดีขึ้น
- ลดอาการปวดระดับลึก ทำให้สามารถเริ่มโปรแกรมการฝึกได้โดยไม่มีอาการปวดรบกวน
2. High Power Laser: รักษาลึกถึงต้นตอปัญหา
เทคโนโลยีที่สองคือ High Power Laser Therapy ซึ่งใช้พลังงานแสงเลเซอร์ความเข้มข้นสูงเจาะลึกเข้าไปในเนื้อเยื่อได้ถึง 5-6 เซนติเมตร
กลไกการทำงาน:
- กระตุ้นการผลิต ATP (พลังงานของเซลล์) ทำให้เซลล์มีพลังในการซ่อมแซมตัวเอง
- ลดการอักเสบ ยับยั้งสารก่อการอักเสบและส่งเสริมสารต้านการอักเสบ
- เพิ่มการไหลเวียนเลือด นำออกซิเจนและสารอาหารมาเลี้ยงเนื้อเยื่อที่ต้องการฟื้นฟู
- ลดความเจ็บปวด ขัดขวางการส่งสัญญาณความเจ็บปวด
สำหรับพนักงานบริษัทท่านนี้ มีการอักเสบเรื้อรังในบริเวณที่ผ่าตัด เทคโนโลยีนี้ช่วยลดการอักเสบและเร่งกระบวนการฟื้นฟูเนื้อเยื่อที่ได้รับความเสียหาย
3. Focused Shockwave: ทำลายความเจ็บปวดที่ฝังลึก
Focused Shockwave Therapy พร้อม 3D Dynamic Focusing เป็นเทคโนโลยีที่ส่งคลื่นกระแทกพลังงานสูงเข้าไปยังเนื้อเยื่อที่มีปัญหาอย่างแม่นยำ
ข้อได้เปรียบของเทคโนโลยีนี้:
- ปรับโฟกัสได้แบบไดนามิกตามความลึกของเนื้อเยื่อ
- เข้าถึงกล้ามเนื้อชั้นลึกได้ถึง 9 เซนติเมตร
- แม่นยำสูง ไม่กระทบเนื้อเยื่อรอบข้าง
สำหรับผู้ป่วยปวดหลังเรื้อรัง:
- ช่วยทำลายเนื้อเยื่อพังผืดที่แข็งตัว (Scar Tissue) ซึ่งเป็นผลจากการผ่าตัดหลายครั้ง
- กระตุ้นกระบวนการฟื้นฟูของร่างกายในระดับเซลล์
- ลดจุดกดเจ็บ (Trigger Points) ที่เกิดจากกล้ามเนื้อตึงเรื้อรัง
4. TMS (Transcranial Magnetic Stimulation): ปรับสมองให้หยุด “จำ” ความเจ็บปวด
TMS คือเทคโนโลยีที่แตกต่างและมีความสำคัญอย่างมากสำหรับผู้ป่วยปวดเรื้อรัง เมื่อคนเราเจ็บปวดเรื้อรังเป็นเวลานาน สมองจะเกิดการเปลี่ยนแปลงที่เรียกว่า “Central Sensitization” หรือการที่สมอง “จดจำ” ความเจ็บปวดนั้นไว้
ผลที่ตามมาคือ แม้แต่การกระตุ้นเล็กน้อยก็ทำให้รู้สึกปวดมาก หรือบางครั้งก็ปวดโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน เพราะสมองส่งสัญญาณความเจ็บปวดออกมาเอง
โปรแกรม Core Muscle Training
นอกจากเทคโนโลยีทางการแพทย์แล้ว สิ่งที่ทำให้พนักงานบริษัทท่านนี้ฟื้นตัวอย่างยั่งยืนคือ โปรแกรมฝึกกล้ามเนื้อแกนกลาง ที่ออกแบบเฉพาะสำหรับเขา
ทำไมกล้ามเนื้อแกนกลางถึงสำคัญ
คิดถึงกระดูกสันหลังเหมือนเสาเต็นท์ และกล้ามเนื้อแกนกลางเหมือนเชือกที่ยึดเสาให้ตั้งตรง ถ้าเชือกหย่อน เสาก็จะล้ม
หลังจากผ่าตัดหลัง กระดูกสันหลังของเขาไม่มีเสถียรภาพเหมือนเดิม และกล้ามเนื้อที่ควรจะรองรับก็อ่อนแอมาก ทำให้ทุกการเคลื่อนไหวกดทับเส้นประสาทและทำให้เกิดอาการปวด
โปรแกรมที่ออกแบบเฉพาะ:
- ขั้นที่ 1: Activation – ปลุกกล้ามเนื้อที่หลับใหล
- ใช้เทคนิคพิเศษเพื่อ “ปลุก” กล้ามเนื้อแกนกลางลึกที่ไม่เคยทำงานมานาน
- เริ่มต้นด้วยการฝึกการหายใจที่ถูกต้องเพื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อ diaphragm และ pelvic floor
- ขั้นที่ 2: Strengthening – สร้างความแข็งแรง
- ฝึกท่าทางพื้นฐานที่เน้นเสถียรภาพก่อนความแข็งแรง
- ใช้อุปกรณ์พิเศษเช่น Swiss Ball, TRX และ Reformer เพื่อฝึกในลักษณะที่ปลอดภัย
- ขั้นที่ 3: Functional Training – ฝึกการใช้งานจริง
- ฝึกท่าทางที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น การลุก นั่ง ยืน ก้ม ยก
- ทำให้กล้ามเนื้อสามารถรองรับกิจกรรมในชีวิตจริงได้
ผลลัพธ์ที่เกินความคาดหมาย
หลังจากเข้าโปรแกรมฟื้นฟูเข้มข้น 4 วันต่อสัปดาห์เป็นเวลา 3 เดือน พนักงานบริษัทท่านนี้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าอัศจรรย์:
เดือนที่ 1:
- อาการปวดลดลง 40%
- สามารถยืนและเดินได้นานขึ้นเป็น 30-40 นาที
- เริ่มนอนหงายได้โดยไม่ปวดมาก
เดือนที่ 2:
- อาการปวดลดลง 60%
- สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้เกือบทั้งหมด
- ลดยาแก้ปวดลงได้มาก
เดือนที่ 3:
- อาการปวดลดลง 80%
- กลับไปทำงานได้แล้ว
- สามารถออกกำลังกายเบาๆ ได้
ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ Failed Back Surgery Syndrome
หลายคนอาจสงสัยว่า Failed Back Surgery Syndrome (FBSS) คืออะไร และทำไมถึงรักษายาก
FBSS คืออะไร
FBSS เป็นภาวะที่ผู้ป่วยยังคงมีอาการปวดหลังหรือปวดขาอยู่หลังจากผ่าตัดกระดูกสันหลัง แม้ว่าการผ่าตัดจะสำเร็จและแก้ไขปัญหาโครงสร้างได้แล้วก็ตาม
สาเหตุของ FBSS มีหลายอย่าง:
- เนื้อเยื่อพังผืดที่เกิดจากการผ่าตัด (Scar Tissue) กดทับเส้นประสาท
- กล้ามเนื้อแกนกลางอ่อนแอ ไม่สามารถรองรับกระดูกสันหลังได้
- การอักเสบเรื้อรัง
- สมองและระบบประสาทจดจำความเจ็บปวดไว้ (Central Sensitization)
- ความผิดปกติในข้อกระดูกสันหลังที่อยู่ใกล้เคียงกับจุดที่ผ่าตัด
ทำไมการผ่าตัดซ้ำไม่ใช่คำตอบ
หลายคนที่มี FBSS อาจถูกแนะนำให้ผ่าตัดซ้ำ แต่สถิติแสดงว่าการผ่าตัดครั้งที่สองมีโอกาสสำเร็จน้อยกว่าครั้งแรก และยิ่งผ่าตัดบ่อยเท่าไหร่ โอกาสที่จะดีขึ้นก็ยิ่งน้อยลง
ทางเลือกที่ดีกว่าคือ: โปรแกรมฟื้นฟูแบบองค์รวมที่มุ่งเน้น:
- การฟื้นฟูกล้ามเนื้อและการทำงานของระบบประสาท
- การจัดการอาการปวดด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่
- การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์
ใครบ้างที่เหมาะกับโปรแกรมนี้
โปรแกรมฟื้นฟูแบบเข้มข้นที่ PYONG Rehabilitation Clinic ไม่ได้มีไว้สำหรับเฉพาะผู้ที่ผ่าตัดหลังเท่านั้น แต่เหมาะกับ
- ผู้ที่มีอาการปวดเรื้อรัง มากกว่า 3-6 เดือน ที่รักษามาหลายวิธีแล้วไม่ดีขึ้น
- ผู้ที่เคยผ่าตัด แต่ยังมีอาการปวดหรืออาการไม่ดีขึ้นตามที่คาดหวัง
- ผู้สูงอายุ ที่มีปัญหาเรื่องการเคลื่อนไหว ความสมดุล และกล้ามเนื้ออ่อนแอ
- ผู้ป่วยโรคทางระบบประสาท เช่น ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง พาร์กินสัน
- ผู้ที่ถูกบอกว่า “ทำอะไรไม่ได้แล้ว”
เริ่มต้นเส้นทางสู่การฟื้นฟูของคุณ
หากคุณหรือคนที่คุณรักกำลังเผชิญกับอาการปวดเรื้อรังที่ดูเหมือนจะแก้ไม่ได้ หรือถูกบอกว่าเป็นเคสที่ “แก้ไม่ได้” เรื่องราวของพนักงานบริษัทท่านนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า ยังมีความหวังอยู่เสมอ
PYONG Rehabilitation Clinic
การจัดการอาการปวดและความผิดปกติของระบบกล้ามเนื้อและกระดูก โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
โทร: (+66) 97-468-7990
LINE Official: @pyongrehab
Email: support@pyongrehab.com
ที่ตั้ง:
999 ห้อง BF-11 ชั้น L อาคารเกษร วิลเลจ
ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
(ใกล้ BTS ชิดลม)
บริการจอดรถฟรี (Valet)
เวลาทำการ:
- จันทร์-ศุกร์: 16:30-20:00 น.
- เสาร์-อาทิตย์: 10:00-20:00 น.
PYONG Rehabilitation Penthouse Clinic
การดูแลผู้สูงอายุและการฟื้นฟูระบบประสาท โดยทีมแพทย์เฉพาะทางและสหวิชาชีพ
โทร: (+66) 88-589-0935
LINE Official: @pyongrehab
Email: support@pyongrehab.com
ที่ตั้ง:
127 ห้อง K ชั้น 11 อาคารเกษร ทาวเวอร์
ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เวลาทำการ:
- จันทร์-ศุกร์: 10:00-20:00 น.
- เสาร์-อาทิตย์: 10:00-20:00 น.


