ค่าบริการ
ทั้งนี้ แผนการรักษาที่เหมาะสมจะถูกพิจารณาโดยแพทย์หลังการประเมิน เพื่อให้สอดคล้องกับผู้รับบริการและเป้าหมายการรักษา
หุ่นยนต์ฝึกการเดิน⎮Overground Wearable Exoskeleton ที่ เปียง รีแฮบบิลิเทชั่น
หัวข้อเนื้อหา
หุ่นยนต์ฝึกเดินแบบสวมใส่ (Overground Wearable Exoskeleton) คืออุปกรณ์หุ่นยนต์ที่ช่วย “พยุงและขับเคลื่อน” ข้อสะโพก–เข่า ทำให้ผู้ที่มีภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือเสียสมดุลสามารถฝึกยืนและเดินได้อย่างปลอดภัย โดยเฉพาะในผู้ป่วยโรคทางระบบประสาท เช่น สโตรก พาร์กินสัน ผู้มีอาการบาดเจ็บไขสันหลัง และผู้สูงวัยที่เดินไม่มั่นคง จุดเด่นของการฝึกเดินด้วยหุ่นยนต์ประเภทนี้คือ เพิ่มจำนวนก้าวที่ผู้ป่วยสามารถฝึกได้ จดจำรูปแบบการพยุงการเดินให้ผู้ป่วยแต่ละคนสามารถเดินได้อย่างถูกต้อง ลดภาระผู้ดูแล และสร้างความมั่นใจระหว่างฝึก
ที่ PYONG Rehabilitation Penthouse Clinic (เกษรทาวเวอร์ ชั้น 11 ใกล้ BTS ชิดลม) ทุกขั้นตอนดำเนินการและกำกับโดยแพทย์เฉพาะทางเวชศาสตร์ฟื้นฟูร่วมกับทีมสหวิชาชีพ เพื่อออกแบบโปรแกรมเฉพาะบุคคลอย่างปลอดภัยและได้รับการฝึกที่เหมาะกับสภาพจริงของคนไข้ (อ่านภาพรวมเทคโนโลยีที่หน้า: services/technique-and-technology/overground-wearable-exoskeleton)
หุ่นยนต์ฝึกเดินคืออะไร
Exoskeleton แบบสวมใส่ เป็นหุ่นยนต์ที่มีโครงสร้างในการพยุงร่างกายติดอยู่ที่บริเวณลำตัวและขา โดยใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนข้อสะโพกและข้อเข่า หุ่นยนต์จะถูกควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์และเซนเซอร์รับสัญญาณจากการเคลื่อนไหว เพื่อช่วยผู้ป่วยให้ “ก้าว” ได้อย่างเป็นจังหวะและสมมาตรมากขึ้น ขณะฝึกจะมีการใช้ไม้ค้ำ/วอล์กเกอร์และอุปกรณ์พยุงตามความเหมาะสม ภายใต้การดูแลใกล้ชิดของนักกายภาพบำบัดและแพทย์
ที่ PYONG Rehabilitation Penthouse เรานำเสนอเทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยฝึกเดินและเสริมการเคลื่อนไหว (Overground Wearable Exoskeleton for Gait & Mobility Systems) รุ่นที่ทันสมัยที่สุด ผลิตที่ประเทศอิตาลีเพื่อช่วยฟื้นฟูผู้ป่วยที่มีข้อจำกัดในการเคลื่อนไหวอย่างรุนแรง โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง หรือผู้ที่มีภาวะอัมพาตครึ่งซีก เทคโนโลยีนี้ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถฝึกเดินในรูปแบบที่ใกล้เคียงธรรมชาติ กระตุ้นการเรียนรู้ของระบบประสาท และเสริมสร้างความเป็นอิสระในการเคลื่อนไหว

ทำไมควรฝึกด้วยหุ่นยนต์ฝึกเดินที่ PYONG Rehabilitation
หุ่นยนต์ฝึกเดินที่ PYONG Rehabilitation เป็นหุ่นยนต์ Overground Wearable Exoskeleton for Gait & Mobility Systems รุ่นที่ทันสมัยที่สุด ผลิตที่ประเทศอิตาลี ที่ได้มาตรฐานความปลอดภัยรองรับโดยสหภาพยุโรปใช้โครงสร้างวัสดุที่แข็งแรงแต่น้ำหนักเบา ทำให้ผู้ป่วยสวมใส่และเคลื่อนไหวได้สะดวกขึ้น สามารถปรับระดับความช่วยเหลือตามความแข็งแรงของผู้ป่วย และออกแบบให้เหมาะกับหลายสรีระร่างกาย ใช้เพื่อการฝึกเดินจริงในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี
เมื่อเทียบกับอุปกรณ์ช่วยเดินอื่น ๆ (เช่น walker, cane, หรือหุ่นยนต์ช่วยฝึกเดินประเภท treadmill-assisted device ที่พบทั่วไป) หุ่นยนต์ Exoskeleton ที่ PYONG Rehabilitation ช่วยกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อและระบบประสาทได้ดีกว่า เพราะผู้ป่วยได้เดินในลักษณะ “Overground” (เดินบนพื้นจริง ไม่ใช่สายพาน) ส่งผลให้สมองเรียนรู้การเดินใหม่ได้ใกล้เคียงธรรมชาติมากขึ้น
นอกจากนี้เมื่อเปรียบเทียบกับ Overground Wearable Exoskeleton for Gait & Mobility Systems รุ่นอื่นๆแล้ว หุ่นยนต์ Exoskeleton ที่ PYONG Rehabilitation มีโหมดการฝึกที่หลากหลายถึงสามโหมด Passive, Active-assisted และ Active mode สามารถปรับระดับความช่วยเหลือได้ตามความแข็งแรงและความสามารถของผู้ป่วยและกระตุ้นการทำงานของสมองและกล้ามเนื้อเพื่อฟื้นฟูการเดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีระบบบันทึกข้อมูลการฝึกในตัวหุ่นยนต์ และถูกออกแบบมาเพื่อรองรับ 8 ข้อต่อของผู้ป่วยทำให้การฝึกการเดินใกล้เคียงธรรมชาติที่สุด (เมื่อเทียบกับหุ่นยนต์ Exoskeleton อื่นๆ ที่มักรองรับเพียง 6 ข้อต่อ)
PYONG Rehabilitation ถือเป็นคลินิกฟื้นฟูแห่งเดียวในประเทศไทยที่นำการฝึกเดินด้วยหุ่นยนต์รุ่นที่ทันสมัยที่สุดรุ่นนี้มาเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถฝึกเดินซ้ำๆ ในรูปแบบที่ถูกต้องและมีความเข้มข้นสูง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการกระตุ้นการเรียนรู้ของระบบประสาท (Neuroplasticity) และส่งเสริมการฟื้นตัวของการเดิน การที่ PYONG Rehabilitation Penthouse มีเทคโนโลยีนี้ ช่วยให้สามารถมอบโปรแกรมการฟื้นฟูที่เข้มข้นและมีประสิทธิภาพสูง โดยเฉพาะในช่วง “Golden Period” หรือ ช่วง 6 เดือนหลังมีอาการซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สมองสามารถฟื้นตัวได้เร็วที่สุด
PYONG Rehabilitation Penthouse Clinic เน้นการดูแลโรคระบบประสาทแบบครบวงจร โดยทุกเคสเริ่มจากการประเมินโดย แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู และวางแผนร่วมกับนักกายภาพ/นักกิจกรรมบำบัด นักแก้ไขการพูด นักจิตวิทยาคลินิก และนักกำหนดอาหารตามความจำเป็นและผสานการฝึกเดินด้วยหุ่นยนต์ฝึกเดินกับการฟื้นฟูรูปแบบอื่นๆเพื่อเพิ่มจำนวนก้าวและคุณภาพการฝึกให้ใกล้ชีวิตจริงที่สุด
คลินิกตั้งอยู่ใจกลางเมืองที่ เกษรทาวเวอร์ ชั้น 11 (BTS ชิดลม) เดินทางสะดวก เหมาะกับการฝึกต่อเนื่องและติดตามผลรายเดือน
หุ่นยนต์ฝึกเดินทำงานอย่างไร
แนวคิดการทำงานของหุ่นยนต์ฝึกเดินคือ “ช่วยฝึกผู้ป่วยในทักษะที่จำเป็นต่อการเดินเฉพาะบุคคลและฝึกทักษะเดิมซ้ำ” เพื่อกระตุ้นการเรียนรู้ของระบบประสาท (neuroplasticity) หุ่นยนต์จะช่วยตั้งท่าลำตัวและสะโพกให้มั่นคง ลดการล้มตัว และ กำกับรูปแบบการก้าวที่ถูกต้อง ทำให้ผู้ป่วยได้ฝึกจำนวนก้าวมากขึ้นในเวลาจำกัด พร้อมรับข้อมูลการเคลื่อนไหวของผู้ป่วยได้แบบเรียลไทม์
ขั้นตอนบริการ (Step-by-Step):
- ประเมินโดยแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู ตรวจความพร้อม เรื่องส่วนสูง–น้ำหนัก ช่วงการเคลื่อนไหว ข้อติด ภาวะหัวใจ ปอด ผิวหนัง กระดูก
- ฟิตติ้งอุปกรณ์และทดสอบระบบ (calibration)
- เตรียมความพร้อมของหุ่นยนต์
- สวม Exoskeleton เริ่มเดินบนพื้น (overground) โดยมีนักบำบัดกำกับและใช้อุปกรณ์พยุงที่เหมาะสม
- ปรับแรงและความเร็วรวมถึงเพิ่มจำนวนรอบการเดิน/ระยะทาง/ความชันตามการตอบสนองของผู้ป่วย
- ผ่อนความเร็วและความแรงของการฝึก สรุปผลและแผนการฝึกฝนต่อที่บ้าน
ความรู้สึกระหว่างทำ: จะรู้สึกว่าขาถูก “พยุง–ผลักให้ก้าว” อย่างสม่ำเสมอ มีสายรัดกระชับ จุดกดทับจะถูกตรวจเช็คสม่ำเสมอ หากมีอาการล้าหรือตึงกล้ามเนื้อ จะทำการแวะพักและมีการปรับโปรแกรมทันที (โหมดการช่วยพยุงเดินที่ใช้ขึ้นอยู่กับอาการของผู้ป่วย) (FDA Access Data)
อาการ/ภาวะที่เหมาะกับหุ่นยนต์ฝึกเดิน
- ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ที่มีภาวะอัมพาตครึ่งซีกหรืออ่อนแรงของขา
- ผู้ป่วยบาดเจ็บไขสันหลัง (Spinal Cord Injury) ที่ยังมีศักยภาพในการฟื้นตัวของการเดิน
- ผู้ป่วยโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง (Multiple Sclerosis – MS) ที่มีปัญหาการเดิน
- ผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน (Parkinson’s Disease) ที่มีปัญหาการทรงตัวและการเริ่มต้นการเคลื่อนไหว
- ผู้ป่วยสมองบาดเจ็บ (Traumatic Brain Injury – TBI)
- ผู้ที่มีภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรงจากสาเหตุอื่นๆ ที่ส่งผลต่อการเดิน
- เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการการฝึกเดินที่เข้มข้นและมีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูการเดินให้ได้มากที่สุด

หลักฐานเชิงวิชาการเกี่ยวกับหุ่นยนต์ฝึกเดิน
งาน Meta Analysis ปี 2024 พบว่า การฝึกเดินด้วยหุ่นยนต์แบบเดินบนพื้น (overground) ช่วยเพิ่ม “ความเร็วในการเดิน” ในผู้ป่วยสโตรก เมื่อเทียบการทำกายภาพบำบัดมาตรฐาน แต่จำเป็นต้องจับคู่กับโปรแกรมบำบัดอื่น ๆ เพื่อผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด (PMC) นอกจากนี้ งานวิจัยในปี 2023–2024 ยังสรุปว่า exoskeleton-assisted training มีแนวโน้มในการช่วยด้านฟังก์ชันการเดินสำหรับผู้ป่วยที่เผชิญอาการหลังภาวะสโตรก โดยแผนการรักษาที่มีความเข้มข้นและจำนวนครั้งที่เหมาะสมมีผลต่อผลลัพธ์อย่างมีนัยสำคัญ (PMC, Frontiers)
สำหรับ ผู้ที่มีอาการบาดเจ็บไขสันหลัง หลายการวิจัยยืนยันว่า exoskeleton แบบ overground ช่วยพัฒนาทักษะการยืนและเดินของผู้ป่วยในสภาพแวดล้อมจริงได้ ภายใต้การคัดกรองและดูแลที่เหมาะสม (BioMed Central) ใน พาร์กินสัน ข้อมูลงานวิจัยใหม่ชี้ว่าการออกกำลังความเข้มข้นสูงด้วย exoskeleton อาจมีส่วนช่วยในการพัฒนาความจำวิธีการเดินและทักษะองค์รวมในการเดินของผู้ป่วยได้ (Nature)
ควรฝึกด้วยหุ่นยนต์ฝึกเดินบ่อยแค่ไหน
ความถี่ที่เหมาะสมที่ระบุไว้ในงานวิจัยคือ ประมาณ 2–3 ครั้ง/สัปดาห์ ต่อเนื่องอย่างน้อย 4–8 สัปดาห์หรือนานกว่าขึ้นอยู่กับแผนการักษา โดยแต่ละเซสชันจะตั้งเป้าหมายจำนวนก้าว ระยะทาง หรือเวลาเดินให้เพียงพอต่อผู้ป่วยแต่ละบุคคล และปรับระดับแรงช่วยพยุงตามความก้าวหน้าของผู้ป่วย ทั้งนี้ “โดสของการฝึก” (ความถี่ × ระยะเวลา × จำนวนก้าว) เป็นตัวแปรสำคัญต่อผลลัพธ์ และควรใช้การฝึกด้วยหุ่นยนต์ฝึกเดินร่วมกับการฝึกการทรงตัว เสริมความแข็งแรง และโปรแกรมเดินอื่นๆเสริมเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด แพทย์เฉพาะทางเวชศาสตร์ฟื้นฟูจะเป็นผู้กำหนดความถี่ที่เหมาะสมสำหรับแต่ละรายบุคคล ตามข้อจำกัดทางการแพทย์ สมรรถภาพ และเป้าหมายของผู้ป่วยและครอบครัว (PMC)

ผลลัพธ์ที่คาดหวัง
ระยะสั้น (ครั้งแรก–สัปดาห์แรก): ผู้ป่วยส่วนใหญ่รายงานว่ารู้สึกมั่นใจขึ้นในการยืนและเริ่มก้าวเดิน และรู้สึกว่าร่างกายเริ่มมีรูปแบบการก้าวที่สม่ำเสมอกว่าเดิม และสามารถเพิ่มจำนวนก้าวที่ฝึกต่อเซสชันได้เมื่อระบบช่วยพยุงถูกตั้งค่าอย่างเหมาะสม
ระยะยาว (4–6 สัปดาห์ขึ้นไป): ผู้ป่วยส่วนใหญ่รายงานว่ารู้สึกว่าร่างกายได้รับการปรับปรุงความสามารถในการเดิน ทั้งความเร็ว ระยะทาง ความมั่นคง รูปแบบและความมั่นใจในการเดิน และรู้สึกว่าสามารถลดการพึ่งพาอุปกรณ์ช่วยเดินหรือผู้ดูแลได้
ข้อห้ามและข้อควรระวังในการทำหัตถการ
ก่อนเริ่มการรักษาผู้ป่วยทุกคนจะได้รับ การซักประวัติ–ตรวจร่างกายโดยแพทย์ เพื่อคัดกรองความปลอดภัย ข้อควรระวังที่พบบ่อย ได้แก่
- ส่วนสูง/น้ำหนักต้องอยู่ในช่วงที่อุปกรณ์รองรับ (แตกต่างกันตามแต่ละรุ่น)
- กระดูกพรุนรุนแรง กระดูกหักยังไม่ติด ผิวหนังบริเวณสายรัดไม่สมบูรณ์
- ข้อติด/ข้อยึดรุนแรง ช่วงการเคลื่อนไหวไม่พอสำหรับรูปแบบก้าว
- เกร็งกล้ามเนื้อรุนแรงมาก (เช่น MAS > 3)
- ความดันโลหิตควบคุมไม่ได้ ภาวะหัวใจ/ปอดไม่คงที่ เวียนศีรษะจากความดันตก ยืนไม่ไหว
- ภาวะลิ่มเลือดอุดตันหลอดเลือดดำเฉียบพลัน (DVT) หรือข้อห้ามการลงน้ำหนักอื่น ๆ
- ผู้รับการรักษาจำเป็นจะต้องมีแรงแขน/ไหล่พอใช้ไม้ค้ำหรือวอล์กเกอร์ (ในบางโปรโตคอล)
แนวทางจากผู้ผลิตและวิจัยเชิงคลินิกให้ข้อมูลไปในทิศทางเดียวกันว่า เมื่อคัดกรองดีและฝึกโดยทีมที่ผ่านการอบรม การใช้หุ่นยนต์ฝึกเดินจะมีความปลอดภัยสูง (eksobionics.com, BlueShieldCA, PMC)

ค่าใช้จ่าย
ค่าบริการ หุ่นยนต์ฝึกเดิน เริ่มต้น ประมาณ 6,000–9,000 บาท/เซสชัน (THB) ขึ้นอยู่กับแพ็กเกจหรือโปรแกรมฟื้นฟูแบบเข้มข้น ของคลินิกที่ผู้รับบริการเลือก ทั้งนี้ แต่ละเคสจำเป็นจะต้องได้รับการประเมินโดยทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญ ก่อนเพื่อคัดกรองความปลอดภัย ตั้งเป้าหมายการรักษา และออกแบบแผนการรักษาที่เหมาะสม
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
1) ใครเหมาะกับหุ่นยนต์ฝึกเดิน?
ผู้ป่วยสโตรก พาร์กินสัน ไขสันหลังไม่สมบูรณ์ ผู้สูงวัยที่เดินไม่มั่นคง หรือผู้ที่ต้องการเพิ่มจำนวนก้าวอย่างปลอดภัย ทั้งนี้ขึ้นกับการประเมินโดยแพทย์
2) ต้องฝึกกี่ครั้งถึงจะเห็นผล?
ทั่วไป 2–3 ครั้ง/สัปดาห์ ต่อเนื่อง 4–8 สัปดาห์ ร่วมกับโปรแกรมเสริมอื่น ๆ แพทย์จะปรับตามเป้าหมายและความสามารถจริงของผู้ป่วย (PMC)
3) ปลอดภัยไหม?
เมื่อคัดกรองข้อห้ามและฝึกโดยทีมที่ผ่านการอบรม เหตุไม่พึงประสงค์พบไม่บ่อย เราตรวจผิวหนัง ความดัน และอาการล้าทุกครั้งระหว่างฝึก (PMC)
4) ต้องมีส่วนสูง/น้ำหนักเท่าไร?
แต่ละรุ่นรองรับช่วงต่างกัน โดยมากอยู่ราวส่วนสูง ~160–190 ซม. น้ำหนัก ≤100 กก. ทีมงานจะวัดและลองฟิตติ้งก่อนเริ่มเสมอ (BlueShieldCA)
5) ต่างจากลู่วิ่งหุ่นยนต์ (treadmill-based) อย่างไร?
ระบบ overground ช่วยฝึกเดิน “บนพื้นจริง” ปรับสภาพใกล้ชีวิตประจำวันมากขึ้น เหมาะกับการโอนย้ายทักษะไปใช้จริง ขณะที่ลู่วิ่งหุ่นยนต์เน้นการควบคุมจังหวะซ้ำ ๆ ต่อเนื่อง
การเลือกสถานที่รักษาอาการปวดและโรคทางสมองจากคลินิกที่ดูแลโดยทีมแพทย์เฉพาะทางที่มีความเชี่ยวชาญอย่าง PYONG Rehabilitation Clinic และ PYONG Rehabilitation Penthouse จะช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสฟื้นตัวและกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้อย่างรวดเร็ว
Other Neurohabilitation Technologies