[rank_math_breadcrumb]

12 สัญญาณเตือนโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) รู้ให้ครบ สังเกตให้ไว ลดเสี่ยงอัมพาตตลอดชีวิต

สารบัญ

โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) เป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย และยังเป็นสาเหตุสำคัญของการพิการทางสมองที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและครอบครัว การรู้จักสัญญาณเตือนเบื้องต้นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่อาจช่วยชีวิตคุณและคนที่คุณรักได้ ในบทความนี้เราจะมาทำความรู้จักกับสัญญาณเตือน 12 ข้อที่ควรระวัง และวิธีการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ

ทำความรู้จัก “โรคหลอดเลือดสมอง” ภัยเงียบใกล้ตัวกว่าที่คิด

โรคหลอดเลือดสมองหรือ Stroke เกิดขึ้นเมื่อการไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงสมองผิดปกติ อาจเป็นเพราะหลอดเลือดในสมองแตกหรือตีบตัน ทำให้เซลล์สมองขาดออกซิเจนและสารอาหาร ส่งผลให้เซลล์สมองตายและเกิดความบกพร่องทางระบบประสาท

สถิติจากกระทรวงสาธารณสุขพบว่า ในประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองใหม่มากกว่า 200,000 รายต่อปี และที่น่าวิตกคือแนวโน้มการเกิดโรคในกลุ่มวัยทำงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สาเหตุสำคัญมาจากวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลง ความเครียดจากการทำงาน การบริโภคอาหารที่ไม่เหมาะสม และการขาดการออกกำลังกาย

รวม 12 สัญญาณเตือนโรคหลอดเลือดสมอง

การรู้จักสัญญาณเตือนเหล่านี้จะช่วยให้เราสามารถประเมินสถานการณ์และรีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลได้ทันท่วงที ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการลดความรุนแรงและผลกระทบจากโรค

1. สูญเสียการทรงตัว 

เวียนศีรษะ เดินเซ หรือล้มโดยไม่ทราบสาเหตุ อาการเริ่มจากเวียนหัวเล็กน้อย แล้วรุนแรงขึ้นจนยืนหรือเดินไม่ได้ ผู้ป่วยรู้สึกเหมือนโลกหมุนหรือกำลังล้มไปด้านหนึ่ง

2. การมองเห็นผิดปกติ 

มองเห็นภาพซ้อน มองไม่เห็นครึ่งหนึ่งของสิ่งที่อยู่ตรงหน้า หรือสูญเสียการมองเห็นกะทันหัน ผู้ป่วยอาจมองเห็นแสงวาบวับหรือมีจุดบอดในสายตา

3. ใบหน้าเบี้ยว 

ใบหน้าข้างหนึ่งอ่อนแรง ยิ้มไม่ได้ หรือมุมปากเบี้ยว เริ่มจากชาหรืออ่อนแรงเล็กน้อย ผู้ป่วยไม่สามารถเลิกคิ้ว หลับตาแน่น หรือขมวดหน้าได้

4. แขนขาอ่อนแรง 

แขนหรือขาข้างหนึ่งอ่อนแรงหรือชาเฉียบพลัน ไม่สามารถยกแขนขึ้นหรือเดินได้ตามปกติ อาการเริ่มจากปลายมือหรือปลายเท้า แล้วแพร่กระจายขึ้นไป

5. พูดไม่ชัด 

พูดไม่ชัด พูดไม่รู้เรื่อง หรือเข้าใจภาษาผิดปกติ บางครั้งพูดไม่ออกเลย ผู้ป่วยรู้ว่าต้องการพูดอะไร แต่ไม่สามารถออกเสียงได้ หรือพูดไม่ใช่คำที่ต้องการ

6. ปวดศีรษะรุนแรงเฉียบพลัน

ปวดศีรษะรุนแรงที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เกิดฉับพลันและไม่ทุเลาด้วยยาแก้ปวด ผู้ป่วยบรรยายว่าเป็นอาการปวดที่แย่ที่สุดในชีวิต อาจมาพร้อมคลื่นไส้ อาเจียน หรือกลัวแสงไฟ

7. อาการชัก

เกิดอาการชักโดยไม่มีประวัติลมชักมาก่อน โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ อาจเป็นการชักเฉพาะส่วน เช่น หน้าเบี้ยว แขนขากระตุก หรือชักทั้งตัว

8. อาการสับสน งุนงง

ความจำเสื่อมกะทันหัน สับสนเรื่องเวลา สถานที่ หรือบุคคล ไม่รู้ว่าตนเองอยู่ที่ไหน วันเวลาเป็นอย่างไร อาจมาพร้อมความวิตกกังวลหรือเปลี่ยนแปลงบุคลิกภาพ

9. ปัญหาการกลืน

กลืนลำบาก น้ำลายไหล หรือสำลักง่าย รู้สึกอาหารหรือน้ำค้างคอ กลืนไม่ลง อาหารไหลย้อนออกมาทางจมูก เสียงแหบ อันตรายเพราะอาหารอาจเข้าสู่ปอด

10. คลื่นไส้ อาเจียน

อาเจียนรุนแรงโดยไม่ทราบสาเหตุ โดยเฉพาะเมื่อมาพร้อมอาการอื่น เกิดฉับพลันไม่เกี่ยวข้องกับการรับประทานอาหาร รุนแรงและต่อเนื่อง ทำให้รับประทานอาหารไม่ได้

11. เหนื่อยล้า อ่อนเพลียรุนแรง

อ่อนเพลียผิดปกติ ไม่มีแรงทำอะไร แม้พักผ่อนเพียงพอแล้ว แตกต่างจากความเหนื่อยล้าปกติ ไม่ทุเลาแม้พักผ่อน ไม่มีแรงแม้แต่จะยกแขนขึ้น

12. อาการสะอึกต่อเนื่อง

สะอึกนานผิดปกติและไม่หยุด โดยเฉพาะในผู้หญิง อาการต่อเนื่องนานหลายชั่วโมงหรือหลายวัน ไม่หยุดด้วยวิธีทั่วไป เช่น กลั้นหายใจหรือดื่มน้ำ

สัญญาณเตือนหลักแบบเฉียบพลัน จำให้แม่นด้วยหลัก B.E.F.A.S.T.

นอกจากสัญญาณเตือน 12 ข้อแล้ว แพทย์ยังได้พัฒนาวิธีการจำง่าย ๆ เพื่อให้ประชาชนทั่วไปสามารถประเมินสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็ว

  • B – Balance (การทรงตัว): สังเกตการเดิน การทรงตัว
  • E – Eyes (ตา): ตรวจสอบการมองเห็น
  • F – Face (ใบหน้า): ให้ยิ้มดูว่าใบหน้าเบี้ยวหรือไม่
  • A – Arms (แขน): ให้ยกแขนทั้งสองข้างขึ้น
  • S – Speech (การพูด): ให้พูดประโยคง่าย ๆ
  • T – Time (เวลา): จดเวลาที่เริ่มมีอาการและรีบส่งโรงพยาบาล

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

โรคหลอดเลือดสมองในคนอายุน้อยเกิดจากอะไร?

ในวัยหนุ่มสาว สาเหตุหลักได้แก่ การใช้ยาคุมกำเนิด การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป ความเครียด การนอนไม่เพียงพอ การใช้สารเสพติด ความผิดปกติของหลอดเลือด การติดเชื้อ หรือโรคทางพันธุกรรม

TIA หรือ Mini-Stroke คืออะไร? อันตรายแค่ไหน?

TIA เป็นภาวะสมองขาดเลือดเลี้ยงชั่วคราว อาการคล้ายโรคหลอดเลือดสมองแต่หายไปเองภายใน 24 ชั่วโมง แม้อาการหายไป แต่เป็นสัญญาณเตือนสำคัญ เพราะมีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมองจริงสูงขึ้นภายใน 90 วัน

หลังป่วยแล้ว ต้องดูแลตัวเองอย่างไรเพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ?

  • รับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอ
  • ควบคุมความดันโลหิต น้ำตาลในเลือด และไขมันในเลือด
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์
  • ออกกำลังกายตามความเหมาะสม
  • มาตรวจตามนัดอย่างสม่ำเสมอ
  • ฟื้นฟูสมรรถภาพทางกายภาพบำบัดเพื่อลดความเสี่ยงจากการล้ม

สรุป

โรคหลอดเลือดสมองเป็นภัยเงียบที่อาจเกิดขึ้นได้กับทุกคน การรู้จักสัญญาณเตือน 12 ข้อและการจำหลัก B.E.F.A.S.T. จะช่วยให้เราสามารถประเมินสถานการณ์และให้การช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที การป้องกันโดยการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต การดูแลสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ และการตรวจสุขภาพประจำปี เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรค

PYONG Rehabilitation Clinic มีทีมแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูที่พร้อมให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการป้องกันและการดูแลสุขภาพระบบประสาทและกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มคนทำงานที่มีความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองจากอาการปวดเรื้อรัง การนั่งทำงานนาน หรือความเครียดสะสม หากคุณมีอาการปวดคอ ปวดบ่า ปวดศีรษะเรื้อรัง หรือต้องการตรวจสุขภาพเพื่อประเมินความเสี่ยง

📞 ติดต่อสอบถามหรือจองคิวนัดหมาย: 097-468-7990💬  Line Official: @pyongrehab

ทีมแพทย์จาก PYONG REHABILITATION

นายแพทย์กันตพงศ์ ทองรงค์

อาจารย์นายแพทย์กันตพงศ์ ทองรงค์ (แพทย์เปียง หรือหมอเปียง) เป็นแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟู (Rehabilitation Medicine) ผู้มีความสนใจในการดูแลรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยที่มีปัญหาการเคลื่อนไหว อาการปวด การบาดเจ็บจากกีฬา และความผิดปกติของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ

ปัจจุบันดำรงตำแหน่งอาจารย์  คณะแพทยศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง และแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟูประจำ ณ โรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร

ความรู้สุขภาพ
Lannalynn Thipkwan

ท่าแนะนำสำหรับนั่งในรถ

การใช้เวลาบนรถนานๆ อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพไม่ต่างจากการนั่งทำงาน แต่เราสามารถลดความเสี่ยงและอาการปวดเมื่อยได้ด้วยการ “ปรับ 5 จุดสำคัญ” ทั้งระยะห่างเบาะ ความเอียงพนักพิง (100-110 องศา) ความสูงหมอนรองศีรษะ ระดับเบาะนั่ง และองศาพวงมาลัยให้สัมพันธ์กันเพื่อลดการเกร็งกล้ามเนื้อ ที่สำคัญต้องควบคู่ไปกับการปรับกระจกมองข้างให้ทัศนวิสัยชัดเจน และควรจอดพักเพื่อยืดเส้นยืดสายเป็นระยะเพื่อถนอมร่างกายให้พร้อมลุยทุกเส้นทาง

อ่านต่อ »

Discover more from PYONG Rehabilitation Clinic & Penthouse

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading

WhatsApp

Messenger

Line

Call

Email

Map

รับคำปรึกษา หรือ นัดพบแพทย์

ยินดีดูแลให้คำปรึกษาทุกวัน เวลา 10.00 – 20.00 น.

 L Floor, Gaysorn Village

รักษาอาการปวดด้วยเทคนิค
เฉพาะทางเวชศาสตร์ฟื้นฟู

จันทร์ – ศุกร์ 16.30 – 20.00 น.

เสาร์ – อาทิตย์ 10.00 – 20.00 น.

11th Floor, Gaysorn Tower

ฟื้นฟูผู้ป่วยและผู้สูงอายุโรคระบบประสาทและสมอง

ทุกวัน 10.00 – 20.00 น.

Pain Management
Advanced Injection
Screening

Muscles and Sport

Brain Stimulation

Robotics and Motion