แพทย์แพรว | พญ. รวิภา ขุนณรงค์
แพทย์เฉพาะทางเวชศาสตร์ฟื้นฟู
_________________________________________________
เวชศาสตร์ฟื้นฟูกับกับการคืนคุณภาพชีวิตให้ผู้ป่วยออฟฟิศซินโดรม
แพทย์หญิงรวิภา ขุนณรงค์ หรือ แพทย์แพรว แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู ผู้เชี่ยวชาญด้านอาการเจ็บปวด ได้กล่าวถึงความท้าทายในการรักษาอาการปวดเรื้อรัง และความสำคัญของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อให้การรักษาเกิดผลลัพธ์ที่ยั่งยืน โดยแรงจูงใจในการเป็นแพทย์คือการได้ “มีประโยชน์ในชีวิตคนคนหนึ่ง” และทำให้พวกเขามีความสุขมากขึ้น
“เวลาเรารักษาคนไข้แล้วคนไข้ดีขึ้น มันเป็นอะไรที่เรารู้สึกว่า เนี่ยแหละคือสิ่งที่เราตามหา มันคือคำตอบของทุกอย่างว่าทำไมถึงอยากมาเป็นแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู”
– แพทย์แพรว
ออฟฟิศซินโดรม ภัยที่ไม่ได้เกิดแค่ในออฟฟิศ
แพทย์แพรวให้ความสนใจเป็นพิเศษกับ อาการเจ็บปวด โดยเฉพาะกลุ่ม ที่มีอาการออฟฟิศซินโดรม ซึ่งเป็นปัญหาที่ไม่ได้พบแค่ในพนักงานเท่านั้น แต่ยังเกิดในคนอายุน้อยด้วย แพทย์แพรวได้เปิดเผยสาเหตุหลักของอาการปวดคร่าวๆ จาก
- ท่านั่งที่ไม่ถูกต้อง: การนั่งทำงานเป็นระยะเวลานานด้วยท่าที่ “สบาย” แต่มักไม่ถูกต้อง
- พฤติกรรมการใช้เทคโนโลยี: การติดการ นอนเล่นหรือนั่งเล่นสมาร์ทโฟน ด้วยท่าทางที่ไม่เหมาะสม ทำให้มีอาการปวดตามมาได้
ความเสื่อมที่เกิดจากพฤติกรรมเหล่านี้ หากสะสมในระยะยาว อาจทำให้ กระดูกสันหลังทรุดลงมากกว่าปกติ และนำไปสู่ภาวะกระดูกทับเส้นประสาท ตามมาได้
การรักษาแบบผสมผสาน
แพทย์แพรวได้ยกตัวอย่างแนวทางการรักษาอาการปวดของเวชศาสตร์ฟื้นฟูที่มุ่งเน้นการฟื้นฟูอย่างเป็นขั้นตอน โดยเริ่มจากวิธีที่เบาที่สุดไปจนถึงวิธีที่จำเป็นตามอาการของผู้ป่วย ขั้นแรกคือการ ใช้ยา เพื่อบรรเทาอาการปวดเบื้องต้น จากนั้นจึงเข้าสู่การใช้ เครื่องมือทางกายภาพบำบัด ที่มีหลากหลายประเภทเพื่อลดอาการปวดและการอักเสบ เครื่องมือเหล่านี้รวมถึง Shockwave ซึ่งช่วยจัดการปมกล้ามเนื้อที่ตึงตัว และ High Power Laser ที่ใช้พลังงานคลื่นแสงในการปรับเปลี่ยนระดับโมเลกุล เพิ่มการไหลเวียนของเลือด และลดการอักเสบอย่างล้ำลึก นอกจากนี้ ยังอาจใช้ การปักเข็ม (Dry Needling) ซึ่งมีประสิทธิภาพในการคลายปมกล้ามเนื้อที่แข็งเกร็ง ทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดที่ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว
ไม่ใช่แค่การรักษาด้วยยา หรือ เทคโนโลยีจะช่วยให้อาการผู้ป่วยดีขึ้น แต่แพทย์แพรวยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของ วินัยของผู้ป่วย หลังจากอาการปวดลดลง เพราะหากยังคงพฤติกรรมเดิม ๆ ผลของการรักษาก็จะอยู่เพียง ชั่วคราวและไม่ยั่งยืนเนื่องจากแพทย์ทำหน้าที่ลดอาการปวด แต่หลังจากนั้นผู้ป่วยต้องมีวินัยในการ ยืดเหยียด และทำท่าทางการทำงาน การใช้ชีวิตประจำวันให้ถูกต้อง
เทคโนโลยีกับการคืนคุณภาพชีวิต
ในปัจจุบัน เทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการเพิ่ม ความแม่นยำในการวินิจฉัย ทางเวชศาสตร์ฟื้นฟู ส่งผลให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่ตรงจุดและหายจากอาการปวดได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในกรณีที่การยืดเหยียดแบบธรรมดาไม่สามารถคลายปมกล้ามเนื้อที่แน่นได้ เทคโนโลยีจึงเข้ามาเติมเต็มประสิทธิภาพในการรักษาเหล่านั้น การบรรเทาอาการปวดนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลดีต่อร่างกายเท่านั้น แต่ยังมีผลกระทบที่สำคัญต่อสภาพจิตใจของผู้ป่วย ซึ่งอาการปวดเรื้อรังมักทำให้จิตใจย่ำแย่ลง การที่แพทย์สามารถรักษาจนผู้ป่วยหายปวด จึงเปรียบเสมือนการ มอบ “โลกใบใหม่” ให้กับพวกเขา และสิ่งนี้เองคือแรงขับเคลื่อนและเป็นความสุขสูงสุดที่ยืนยันการตัดสินใจเลือกเส้นทางเป็นแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู
“เราสามารถกินได้ สามารถนอนได้ ทำไมถึงไม่สามารถออกกำลังกายได้”
-แพทย์แพรว
การออกกำลังกายเป็นสิ่งจำเป็นต่อชีวิตจริง ๆ ดังนั้นจึงขอฝากให้ทุกคนใส่ใจและหาเวลาออกกำลังกายเพื่อป้องกันอาการปวดและดูแลสุขภาพให้ยั่งยืน


