คุณเคยปวดก้นลึกๆ แล้วรู้สึกเหมือนมีไฟไหม้ร้าวลงขาไหม? ยิ่งนั่งนาน ยิ่งปวดหนัก บางทีต้องลุกขึ้นยืนเพราะทนไม่ไหว แล้วถ้าอาการนี้ไม่หายเป็นเดือนๆ ล่ะ? เรื่องราวของผู้หญิงวัยทำงาน ที่ต้องต่อสู้กับอาการปวดนี้มานาน 8 เดือน จนเกือบสิ้นหวัง แต่สุดท้ายก็พบทางออกที่ PYONG Rehabilitation Clinic
8 เดือนแห่งความทรมาน
ผู้หญิงวัยทำงานที่ต้องนั่งทำงานเป็นเวลานาน อาการเริ่มต้นจากความรู้สึกปวดลึกๆ ในบริเวณก้น แล้วค่อยๆ มีอาการร้าวลงขาด้านหลัง บางครั้งชาไปถึงน่อง เธอบอกว่า “เหมือนมีใครเอาไขควงจิ้มตรงก้นแล้วบิดไปมา”
เธอไม่ได้นิ่งนอนใจ เธอพยายามรักษามาแล้วทุกวิธี:
- ฝังเข็มแผนจีน หลายคอร์ส บรรเทาชั่วคราวแล้วกลับมาปวดอีก
- นวดกดจุด กดแรงๆ จนช้ำแต่ก็ยังปวดเหมือนเดิม
- จัดกระดูก ไปหลายที่ แต่ก็ไม่ “จบ” สักที
- ทานยาแก้ปวด จนกลัวผลข้างเคียง
- กายภาพบำบัด แบบทั่วไป อาการดีไปชั่วคราวแล้วกลับมาซ้ำ
หลังจาก 8 เดือน หญิงสาววัยทำงานท่านนี้เริ่มรู้สึกหมดหวัง เธอเริ่มคิดว่าอาจจะต้องอยู่กับความปวดนี้ไปตลอดชีวิต งานเริ่มทำไม่ได้เต็มที่ การนั่งทำงานกลายเป็นการทรมาน และคุณภาพชีวิตตกต่ำลงอย่างมาก
ค้นพบต้นตอของปัญหา Piriformis Syndrome
เมื่อมาที่ PYONG Rehabilitation Clinic แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูทำการตรวจประเมินอย่างละเอียด ผ่านการตรวจร่างกาย การทดสอบการเคลื่อนไหว และการตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Diagnostic Ultrasound) พบว่า ผู้หญิงท่านนี้เป็น Piriformis Syndrome หรือที่คนทั่วไปเรียกว่า “สลักเพชรจม”
เข้าใจ Piriformis Syndrome
กล้ามเนื้อ Piriformis เป็นกล้ามเนื้อเล็กๆ ที่อยู่ลึกในก้น ตรงบริเวณสะโพก มีหน้าที่ช่วยในการหมุนขาออกด้านนอก ปัญหาคือเส้นประสาท Sciatic (เส้นประสาทสำคัญที่ส่งสัญญาณไปยังขา) วิ่งผ่านใต้กล้ามเนื้อนี้ หรือในบางคนอาจจะวิ่งทะลุผ่านกล้ามเนื้อเลย
เมื่อกล้ามเนื้อ Piriformis ตึงตัว บวม หรืออักเสบ มันจะ “หนีบ” เส้นประสาท Sciatic ทำให้เกิดอาการ:
- ปวดก้นลึกๆ บริเวณตรงกลางแก้มก้น
- ปวดร้าวลงขา ด้านหลังจากก้นลงไปถึงน่อง
- ชาตามแนวขา โดยเฉพาะด้านหลัง
- ปวดมากขึ้นเมื่อนั่งนาน เพราะกดทับกล้ามเนื้อโดยตรง
- ปวดเมื่อขึ้นบันได หรือกิจกรรมที่ต้องใช้สะโพก
ทำไมถึงรักษาไม่หาย?
สาเหตุที่รักษามาหลายวิธีแล้วยังไม่หายเป็นเพราะ:
- การรักษาไม่ตรงจุด: นวดหรือฝังเข็มที่ผิวเผินไม่สามารถเข้าถึงกล้ามเนื้อที่อยู่ลึก
- ไม่ได้รักษาเส้นประสาท: มุ่งแก้แค่กล้ามเนื้อตึง แต่ไม่ได้ “ปลดปล่อย” เส้นประสาทที่ติดค้างอยู่
- ไม่ได้ซ่อมแซมเนื้อเยื่อ: เนื้อเยื่อที่บาดเจ็บเรื้อรังต้องการการกระตุ้นให้เกิดการฟื้นฟูจากภายใน
การรักษาที่เปลี่ยนชีวิตด้วย 2 เทคนิคสำคัญ
แพทย์ที่ PYONG Rehabilitation Clinic ออกแบบแผนการรักษาที่โจมตีปัญหาทั้ง “โครงสร้าง” และ “เส้นประสาท” ไปพร้อมกัน ด้วย 2 เทคนิคหลัก ได้แก่
1. AP-PRP (Activated Purified PRP) เทคโนโลยี PRP ระดับพรีเมียม
PRP (Platelet-Rich Plasma) คือการนำเลือดของผู้ป่วยมาแยกเอาเฉพาะเกล็ดเลือดที่มีความเข้มข้นสูง แล้วนำไปฉีดเข้าบริเวณที่บาดเจ็บ แต่ที่ PYONG Rehabilitation Clinic เราใช้ AP-PRP (Activated Purified Platelet-Rich Plasma) ซึ่งเป็นเทคโนโลยี PRP ระดับพรีเมียมที่พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษ
ความพิเศษของ AP-PRP ทำไมถึงดีกว่า PRP ทั่วไป?
ปัจจุบันมีคลินิกเสนอ PRP ราคาถูกกว่าหลายพันบาท แต่คุณภาพต่างกันมาก ที่ PYONG Rehabilitation Clinic เราใช้ AP-PRP ที่มีข้อได้เปรียบชัดเจน 3 ประการ
1.1. Purified (บริสุทธิ์สูงสุด)
PRP ทั่วไปมีเม็ดเลือดแดงและเม็ดเลือดขาวปนอยู่ ทำให้ปวดบวมมากหลังฉีด ที่ PYONG Rehabilitation Clinic เราใช้อุปกรณ์เฉพาะทางกรองเม็ดเลือดแดงและขาวออกเกือบหมด ได้ PRP สีเหลืองทองใสบริสุทธิ์ ทำให้ ปวดบวมหลังฉีดน้อยกว่ามาก การอักเสบอยู่ในระดับที่เหมาะสม และร่างกายใช้ประโยชน์จาก Growth Factors ได้เต็มที่
1.2. Concentrated (เข้มข้นสูงสุด)
ใช้เลือด 20-30 ml (มากกว่า PRP ทั่วไปที่ใช้ 10-15 ml) และปั่นแยกด้วยกระบวนการพิเศษ ทำให้ความเข้มข้นของเกล็ดเลือดสูงกว่ามาตรฐาน สามารถสกัด Growth Factors ได้มากที่สุด และผลลัพธ์เห็นได้ชัดเจนและรวดเร็วกว่า
1.3. Activated (ถูกกระตุ้นทันที)
นี่คือจุดที่แตกต่างจาก PRP ทุกแห่ง เราอบด้วยแสง LED ความยาวคลื่นเฉพาะ (Photobiomodulation) เพื่อกระตุ้นเกล็ดเลือดให้ปล่อย Growth Factors ทันที อีกทั้งยังเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานสูงขึ้น 30-40%และเริ่มซ่อมแซมเนื้อเยื่อได้ทันทีที่ฉีดเข้าไป
กระบวนการทำ AP-PRP ที่ PYONG Rehabilitation Clinic
- เจาะเลือด 20-30 ml (มากกว่า PRP ทั่วไป)
- ปั่นแยกด้วยอุปกรณ์เฉพาะทาง กรองเม็ดเลือดอื่นออก
- คัดเลือกชั้นคุณภาพสูงสุด ได้ PRP สีเหลืองทองใส
- Photo-Activation อบด้วยแสง LED 5-10 นาที
- ฉีดด้วย Ultrasound-Guided แม่นยำถึงจุดที่ต้องการ
ใช้เวลารวม 45-60 นาที
ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดระหว่าง AP-PRP vs PRP ทั่วไป
PRP ทั่วไป:
- มีเม็ดเลือดแดง-ขาวปนอยู่ ทำให้ปวดบวมมาก
- ใช้เลือด 10-15 ml ความเข้มข้นปกติ
- ไม่มีการกระตุ้นพิเศษ เห็นผล 2-4 สัปดาห์
- ราคาถูกกว่า
AP-PRP ที่ PYONG Rehabilitation Clinic:
- กรองเม็ดเลือดออก (สีเหลืองทองใส) ปวดบวมน้อยมาก
- ใช้เลือด 20-30 ml ความเข้มข้นสูงสุด
- Photo-Activation ด้วย LED เห็นผล 1-2 สัปดาห์
- ราคาสูงกว่าแต่ประสิทธิภาพดีเยี่ยม คุ้มค่ากว่าการรักษาซ้ำแล้วซ้ำอีก
สำหรับเคสของหญิงสาววัยทำงานท่านนี้
แพทย์ใช้ Ultrasound-guided AP-PRP injection ฉีดเข้าไปยังกล้ามเนื้อ Piriformis พังผืดรอบๆ และบริเวณที่เส้นประสาทถูกกดทับ AP-PRP ทำงาน 3 ระดับ
- ซ่อมแซมโครงสร้าง – เนื้อเยื่อที่ฉีกขาดและอักเสบเรื้อรังถูกซ่อมแซมจริงๆ
- ลดการอักเสบ – ปรับระดับให้เหมาะสม ไม่มากเกินไป
- สร้างเนื้อเยื่อใหม่ – กระตุ้นให้สร้างคอลลาเจนและเนื้อเยื่อที่แข็งแรง
นี่คือเหตุผลที่อาการของคุณหน่อยที่รักษาไม่หายมา 8 เดือน เริ่มดีขึ้นภายใน 2-3 วันหลังทำครั้งแรก และหายเกือบหมดภายใน 2-3 เดือน
2. Neurofascial Release: การฉีดแยกชั้นพังผืด และเส้นประสาท
นี่คือเทคนิคที่สำคัญมาก และเป็นสิ่งที่หลายที่ไม่ได้ทำ
เข้าใจ Fascial Entrapment
พังผืด (Fascia) คือเยื่อหุ้มกล้ามเนื้อที่มีลักษณะคล้ายตาข่ายหุ้มทั่วร่างกาย เมื่อมีการอักเสบเรื้อรัง พังผืดจะหนาตัวขึ้น แข็งขึ้น และ “รัด” เส้นประสาทไว้ ทำให้เส้นประสาทเคลื่อนไหวไม่ได้อย่างอิสระ
ในกรณี เส้นประสาท Sciatic ถูก “ติดค้าง” ในพังผืดและกล้ามเนื้อ Piriformis การรักษาแค่กล้ามเนื้อจึงไม่พอ ต้อง “ปลดปล่อย” เส้นประสาทด้วย
เทคนิคพิเศษของ PYONG Rehabilitation Clinic
Neurofascial Release หรือ “การฉีดแยกชั้นพังผืดและเส้นประสาท” เป็นเทคนิคที่พัฒนาขึ้นโดย PYONG Rehabilitation Clinic ต่อยอดจากหลักการของ Hydrodissection หรือ Ultrasound Guided Interfascial Hydrodissection (การใช้สารละลายแยกชั้นเนื้อเยื่อ) และ Prolotherapy (การฉีดเพื่อกระตุ้นการฟื้นฟูเนื้อเยื่อ)
เทคนิคนี้แตกต่างจากการทำ Hydrodissection ทั่วไปดังนี้
- เจาะจงมากขึ้น เน้นแยกชั้นระหว่างพังผืดกับเส้นประสาทโดยเฉพาะ
- ใช้สารพิเศษ ที่ไม่เพียงแค่แยกชั้น แต่ยังกระตุ้นการฟื้นฟูเนื้อเยื่อ
- แม่นยำสูงสุด ด้วยการนำทาง Ultrasound แบบเรียลไทม์
นี่คือเหตุผลที่หลายคลินิกทำ Hydrodissection แต่ไม่ได้ผลดีเท่า เพราะไม่ได้ทำในลักษณะ “Neurofascial Release” ที่ต้องการทักษะและความเข้าใจเฉพาะทางสูง
วิธีการทำ Neurofascial Release:
แพทย์ใช้เข็มขนาดเล็กแบบพิเศษ ร่วมกับการนำทางด้วย Ultrasound เข้าไปยังจุดที่เส้นประสาทติดค้าง จากนั้น:
- ฉีดสารละลาย (ปกติใช้ Normal Saline หรือสารละลายพิเศษ) เข้าไปในช่องว่างระหว่างเส้นประสาทกับพังผืด
- สร้าง “Space” ให้เส้นประสาทมีพื้นที่เคลื่อนไหว
- ทำลายแผลเป็นจากการอักเสบเก่า ที่รัดเส้นประสาทไว้
- กระตุ้นการไหลเวียนเลือด มาเลี้ยงบริเวณนั้น
เทคนิคนี้เรียกว่า Hydrodissection หรือการใช้น้ำ “ฉีด-แยก” เนื้อเยื่อที่ติดกันออก
ผลลัพธ์คือ เส้นประสาทได้รับการ “ปลดปล่อย” สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ อาการชาและปวดร้าวลงขาจึงหายไป
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง
ผู้หญิงวัยทำงานท่านนี้ได้รับการรักษาด้วย PRP ร่วมกับ Neurofascial Release ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นทำให้เธอแทบไม่อยากเชื่อ:
หลังทำครั้งแรก 2-3 วัน:
- อาการปวดลดลงประมาณ 40-50%
- นั่งทำงานได้นานขึ้น ไม่ต้องลุกขึ้นเดินบ่อยๆ เหมือนเดิม
- อาการร้าวลงขาเบาลงเห็นได้ชัด
หลังทำครั้งที่สอง (ห่างกัน 2-3 สัปดาห์):
- อาการปวดลดลงมากกว่า 80%
- สามารถนั่งทำงานได้ตลอดวันโดยไม่มีอาการรบกวน
- เริ่มออกกำลังกายได้แล้ว สิ่งที่ไม่กล้าทำมา 8 เดือน
หลังครบแผนการรักษา (ประมาณ 2-3 เดือน):
- อาการปวดหายไปเกือบหมด เหลือเพียงแค่รู้สึกปวดเบาๆ เมื่อนั่งนานเกินไป
- ชีวิตประจำวันกลับมาเป็นปกติ
- ไม่ต้องกลัวว่าจะปวดกลับมาอีก เพราะเนื้อเยื่อได้รับการซ่อมแซมจริงๆ
ทำไม PRP & Neurofascial Release ถึงได้ผลดีกว่าวิธีอื่น?
มาทำความเข้าใจว่าทำไมวิธีนี้ถึง “เจาะรหัสความเจ็บปวด” ได้สำเร็จ:
1. รักษาต้นตอของปัญหาจริงๆ
วิธีเก่า มักจะมุ่งบรรเทาอาการ เช่น:
- นวดคลายกล้ามเนื้อ แต่กล้ามเนื้อก็ตึงกลับมาเพราะเนื้อเยื่อยังบาดเจ็บอยู่
- ทานยาแก้ปวด แค่ปิดสัญญาณปวด ไม่ได้แก้สาเหตุ
- ฝังเข็ม ยืดเหยียด ไม่ลึกพอที่จะถึงปัญหาจริง
วิธีใหม่ของ PYONG โจมตีทั้ง 2 มิติ:
- PRP ซ่อมแซมโครงสร้าง: ทำให้เนื้อเยื่อที่บาดเจ็บฟื้นฟูจริงๆ
- Neurofascial Release แก้ปัญหาเส้นประสาท: ปลดปล่อยเส้นประสาทที่ถูกรัดไว้
2. ใช้เทคโนโลยีช่วยให้แม่นยำ
การรักษาแบบเดิมอาจจะ “ปักเข็มแล้วหวังว่าโดนจุด” แต่ที่ PYONG:
- ใช้ Ultrasound นำทาง เห็นโครงสร้างแบบเรียลไทม์
- รู้แน่ชัดว่า PRP ไปถึงที่ที่ต้องการ
- ฉีดปลดปล่อยเส้นประสาทได้ตรงจุดที่ติดค้าง
3. กระตุ้นการรักษาตามธรรมชาติของร่างกาย
PRP ไม่ใช่ยาที่มาจากภายนอก แต่เป็นสารจากร่างกายตัวเอง ดังนั้น:
- ไม่มีผลข้างเคียง หรือการแพ้ยา
- ร่างกายยอมรับได้ดี และใช้ประโยชน์ได้เต็มที่
- ผลลัพธ์ยั่งยืน เพราะเนื้อเยื่อฟื้นฟูจริง ไม่ใช่แค่อาการดีชั่วคราว
ใครบ้างที่ควรพิจารณาการรักษานี้?
ถ้าคุณมีอาการดังนี้ คุณอาจเป็น Piriformis Syndrome และควรพบแพทย์:
อาการที่บ่งบอก:
- ปวดก้นลึกๆ ตรงกลางแก้มก้น ปวดมากเมื่อนั่งนาน
- ปวดร้าวลงขาด้านหลัง บางทีถึงน่อง
- ชาตามแนวขา โดยเฉพาะด้านหลัง
- ปวดมากขึ้นเมื่อขึ้นบันได หรือนั่งคุกเข่า
- ปวดเมื่อขับรถนานๆ เพราะต้องเหยียบคลัตช์หรือเบรก
กลุ่มเสี่ยง:
- คนนั่งทำงานนาน โดยเฉพาะนั่งบนพื้นแข็งหรือเก้าอี้ที่ไม่มีรองรับ
- คนที่มีท่าทางไม่ถูกต้อง เช่น นั่งพาดขา ยืนเอียงน้ำหนักไปข้างเดียว
- นักกีฬา โดยเฉพาะวิ่ง ปั่นจักรยาน หรือกีฬาที่ใช้สะโพกมาก
- ผู้ที่มีการบาดเจ็บที่สะโพก เคยล้ม กระแทก หรือเคยผ่าตัดบริเวณสะโพก
สัญญาณเตือนที่ต้องรีบพบแพทย์:
- ปวดมากกว่า 3 เดือนแล้วไม่หาย
- รักษามาหลายวิธีแล้วยังกลับมาเป็นซ้ำ
- อาการชามากขึ้น หรือเริ่มมีกล้ามเนื้อขาลีบ
- ส่งผลต่อการนอน การทำงาน และคุณภาพชีวิต
เทคนิคเสริมที่ PYONG Rehabilitation Clinic
นอกจาก PRP และ Neurofascial Release แล้ว แพทย์อาจใช้เทคนิคเสริมอื่นๆ ขึ้นอยู่กับอาการของแต่ละคน
1. Focused Shockwave Therapy
Focused Shockwave Therapy คลื่นกระแทกพลังงานสูงช่วยทำลายแผลเป็นในเนื้อเยื่อ กระตุ้นการสร้างเส้นเลือดใหม่ และลดการอักเสบเรื้อรัง
2. Peripheral Magnetic Stimulation (PMS)
Peripheral Magnetic Stimulation คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าช่วย กระตุ้นกล้ามเนื้อที่อ่อนแรง ปรับปรุงการทำงานของเส้นประสาท และลดอาการปวดอย่างรวดเร็ว
3. Dry Needling
ปักเข็มแบบตะวันตกเข้าไปในจุดกดเจ็บ คลายปมกล้ามเนื้อ เพิ่มการไหลเวียนเลือด และลดความตึงตัว
หยุดทนอยู่กับความปวด เริ่มต้นเปลี่ยนแปลง
เรื่องราวของผู้หญิงวัยทำงานท่านนี้สอนเราว่า อาการปวดที่รักษาไม่หายนานหลายเดือนไม่ได้หมายความว่า “ต้องอยู่กับมันไปตลอดชีวิต” บางทีสิ่งที่คุณต้องการคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง และการรักษาที่ตรงจุด
Piriformis Syndrome หรือสลักเพชรจมเป็นโรคที่รักษาได้ ถ้าใช้เทคนิคที่ถูกต้อง การรักษาด้วย PRP ร่วมกับ Neurofascial Release ได้พิสูจน์แล้วว่าสามารถ “จบ” อาการปวดที่รักษาไม่หายมานานได้
ที่ PYONG Rehabilitation Clinic เรามุ่งมั่นที่จะ “เจาะรหัสความเจ็บปวด” ของคุณ ด้วยความเชี่ยวชาญของแพทย์ เทคโนโลยีชั้นนำ และการดูแลอย่างใกล้ชิด
อย่ารอให้อาการแย่ลง เริ่มต้นเส้นทางสู่ชีวิตที่ปลอดปวดวันนี้
PYONG Rehabilitation Clinic
การจัดการอาการปวดและความผิดปกติของระบบกล้ามเนื้อและกระดูก โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
โทร: (+66) 97-468-7990
LINE Official: @pyongrehab
Email: support@pyongrehab.com
ที่ตั้ง:
999 ห้อง BF-11 ชั้น L อาคารเกษร วิลเลจ
ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
(ใกล้ BTS ชิดลม)
บริการจอดรถฟรี (Valet)
เวลาทำการ:
- จันทร์-ศุกร์: 16:30-20:00 น.
- เสาร์-อาทิตย์: 10:00-20:00 น.
PYONG Rehabilitation Penthouse Clinic
การดูแลผู้สูงอายุและการฟื้นฟูระบบประสาท โดยทีมแพทย์เฉพาะทางและสหวิชาชีพ
โทร: (+66) 88-589-0935
LINE Official: @pyongrehab
Email: support@pyongrehab.com
ที่ตั้ง:
127 ห้อง K ชั้น 11 อาคารเกษร ทาวเวอร์
ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เวลาทำการ:
- จันทร์-ศุกร์: 10:00-20:00 น.
- เสาร์-อาทิตย์: 10:00-20:00 น.


