[rank_math_breadcrumb]

ปวดคอ บ่า ไหล่จากการทำงาน แก้ได้จริงด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์

วิธีรักษาออฟฟิศซินโดรม
สารบัญ

คุณเคยรู้สึกปวดคอหลังนั่งทำงานมาทั้งวันไหม? หรือตื่นมาทุกเช้าด้วยความปวดเมื่อยบริเวณบ่าและไหล่ที่ไม่เคยหาย? ถ้าคุณกำลังพยักหน้าตอนนี้ แสดงว่าคุณเป็นหนึ่งในคนทำงานหลายแสนคนที่กำลังเผชิญกับ Office Syndrome หรือกลุ่มอาการปวดจากการทำงานที่กำลังส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก

วันนี้เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับต้นเหตุที่แท้จริงของอาการปวดเหล่านี้ และวิธีการรักษาด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่ที่จะช่วยให้คุณกลับมาใช้ชีวิตและทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอีกครั้ง

วิธีรักษาออฟฟิศซินโดรม

Office Syndrome คืออะไร? ทำไมคนทำงานถึงปวดบ่อย?

Office Syndrome หรือกลุ่มอาการออฟฟิศซินโดรมเป็นภาวะที่เกิดจากการทำงานในลักษณะเดิมซ้ำ ๆ และการใช้ท่าทางที่ไม่ถูกต้องเป็นเวลานาน ทำให้เกิดอาการปวดและความผิดปกติของระบบกล้ามเนื้อและกระดูก

สาเหตุหลักของ Office Syndrome

1. การนั่งทำงานนานเกินไป
เมื่อคุณนั่งทำงานติดต่อกันเกิน 2-3 ชั่วโมงโดยไม่ลุกขึ้นเคลื่อนไหว กล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า และไหล่จะตึงตัว เลือดไหลเวียนไม่ดี และเกิดการสะสมของสารอักเสบในเนื้อเยื่อ กล้ามเนื้อที่ตึงตัวนานจะเกิดเป็น “ปมเนื้อ” หรือจุดกดเจ็บ (Trigger Points) ที่เป็นสาเหตุของอาการปวดเรื้อรัง

2. ท่าทางการนั่งที่ไม่ถูกต้อง
หลายคนมักเอนตัวไปข้างหน้าเพื่อมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ ยกไหล่ขึ้นเมื่อใช้เมาส์ หรือก้มศีรษะลงเพื่อดูโทรศัพท์ ท่าทางเหล่านี้กดทับเส้นประสาท ทำให้การส่งสัญญาณระหว่างสมองและกล้ามเนื้อผิดปกติ และเกิดความไม่สมดุลของกล้ามเนื้อในร่างกาย

3. การใช้กล้ามเนื้อซ้ำ ๆ
การพิมพ์งาน ใช้เมาส์ หรือถือโทรศัพท์นาน ๆ ทำให้กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นบางส่วนทำงานหนักเกินไป ในขณะที่กล้ามเนื้อส่วนอื่นถูกใช้งานน้อยเกินไป ความไม่สมดุลนี้นำไปสู่การบาดเจ็บและอักเสบของเส้นเอ็น

4. ความเครียดที่ซ่อนอยู่
สิ่งที่หลายคนมองข้ามคือความเครียดทางจิตใจที่ส่งผลโดยตรงต่ออาการปวด เมื่อคุณเครียด ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลซึ่งทำให้กล้ามเนื้อตึงตัวมากขึ้น ยิ่งเครียดนาน กล้ามเนื้อก็ยิ่งตึง และอาการปวดก็ยิ่งรุนแรงขึ้น

อาการที่ควรระวังและไม่ควรมองข้าม

อาการปวดคอ บ่า ไหล่ที่มาพร้อมอาการชา

ถ้าคุณรู้สึกปวดคอและมีอาการชาปลายนิ้วมือด้วย นี่อาจเป็นสัญญาณว่าเส้นประสาทถูกกดทับ ไม่ใช่แค่กล้ามเนื้อตึงธรรมดา อาการชานิ้วมืออาจมาจากเส้นประสาทที่คอถูกหมอนรองกระดูกหรือกล้ามเนื้อที่ตึงมากกดทับ ส่งผลให้การส่งสัญญาณไปยังมือไม่สมบูรณ์

อาการปวดศีรษะและไมเกรนที่เกี่ยวข้องกับคอตึง

หลายคนไม่รู้ว่าปวดศีรษะหรือไมเกรนที่เป็นบ่อย ๆ อาจมีสาเหตุมาจากกล้ามเนื้อคอและบ่าที่ตึงตัว เมื่อกล้ามเนื้อบริเวณท้ายทอยและฐานกะโหลกตึง จะกดทับเส้นประสาทที่ส่งสัญญาณไปยังศีรษะ ทำให้เกิดอาการปวดหัวที่รักษายาก (Tension Headache)

นิ้วล็อค (Trigger Finger) จากการใช้มือซ้ำ ๆ

ผู้ที่ทำงานกับคอมพิวเตอร์ใช้เมาส์บ่อย ๆ หรือใช้สมาร์ทโฟนเป็นเวลานาน อาจเกิดอาการนิ้วล็อคได้ อาการนี้เกิดจากเส้นเอ็นที่นิ้วมืออักเสบและบวม ทำให้นิ้วติดขัดตอนงอหรือเหยียด ต้องใช้มืออีกข้างช่วยดึงจึงจะเหยียดได้

เคสจริงจากเภสัชกรที่เกือบสูญเสียความมั่นใจ

เภสัชกรหนุ่ม มีอาการปวดหลังเรื้อรังมานานถึง 6 ปี ตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยที่ต้องนั่งอ่านหนังสือและทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ในท่าทางที่งุ้มตัวเป็นเวลานาน

ผลกระทบที่รุนแรงต่อชีวิต

อาการปวดไม่ได้ส่งผลเพียงแค่ความรู้สึกเจ็บปวดเท่านั้น แต่ยังทำให้มีบุคลิกภาพที่ไม่ดี เดินหลังค่อม ไหล่ห่อ ส่งผลให้ขาดความมั่นใจในตัวเอง ไม่กล้าแสดงออก และส่งผลต่อชีวิตประจำวันและการทำงานอย่างมาก

การวินิจฉัยที่แม่นยำ

เมื่อมาพบแพทย์ที่ PYONG Rehabilitation Clinic แพทย์ได้ทำการตรวจประเมินอย่างละเอียด พบว่า

  • กลุ่มอาการออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) หรือ Myofascial Pain Syndrome ที่รุนแรง
  • จุดกดเจ็บ (Trigger Points) หลายจุดในบริเวณคอ บ่า ไหล่ และหลัง
  • ความไม่สมดุลของกล้ามเนื้อ ที่ส่งผลต่อท่าทางการยืนและการเดิน

แผนการรักษาด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่

แพทย์ได้ออกแบบแผนการรักษาเฉพาะบุคคล โดยใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูง

1. Dry Needling: การปักเข็มแผนตะวันตก

Dry Needling เป็นเทคนิคที่แพทย์ใช้เข็มขนาดเล็กปักเข้าไปในจุดกดเจ็บหรือปมกล้ามเนื้อ (Trigger Points) โดยตรง แตกต่างจากการฝังเข็มแบบจีนที่ปักตามเส้นลมปราณ

เมื่อเข็มปักเข้าไปถึงปมกล้ามเนื้อ จะเกิดการกระตุกเฉพาะที่ (Local Twitch Response) ซึ่งเป็นสัญญาณว่ากล้ามเนื้อกำลังคลายตัว การไหลเวียนเลือดในบริเวณนั้นดีขึ้น สารก่อการอักเสบถูกนำออกไป และร่างกายเริ่มกระบวนการซ่อมแซมตัวเองตามธรรมชาติ

ประสิทธิภาพของ Dry Needling:

  • คลายจุดกดเจ็บและปมกล้ามเนื้อได้อย่างตรงจุด
  • ลดอาการปวดได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่รับการรักษา
  • กระตุ้นการไหลเวียนเลือดและการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ
  • เห็นผลภายใน 3-7 วัน

2. High Power Laser Therapy: เลเซอร์พลังสูง

High Power Laser Therapy ใช้พลังงานแสงเลเซอร์ความเข้มข้นสูงเจาะลึกเข้าไปในเนื้อเยื่อได้ถึง 5-6 เซนติเมตร โดยไม่ทำลายผิวหนัง

พลังงานโฟตอนจากเลเซอร์จะถูกดูดซึมโดยเซลล์ กระตุ้นการผลิต ATP (สารให้พลังงานของเซลล์) ช่วยให้เซลล์ซ่อมแซมตัวเองได้เร็วขึ้น ลดการอักเสบ เพิ่มการไหลเวียนเลือด และบรรเทาอาการปวดอย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อดีของ High Power Laser:

  • ไม่เจ็บ ผู้ป่วยรู้สึกเพียงความอุ่นสบาย
  • ใช้เวลาเพียง 5-10 นาทีต่อบริเวณ
  • เห็นผลทันทีหลังรักษา
  • ปลอดภัย ไม่มีผลข้างเคียง
  • ลึกถึงต้นเหตุของปัญหา

3. การปรับท่าทางและบุคลิกภาพ (Posture Correction)

นอกจากการรักษาด้วยเทคโนโลยีแล้ว แพทย์ยังให้คำแนะนำในการปรับท่าทางการนั่ง การยืน และการเดิน เพื่อแก้ไขปัญหาที่รากเหง้าและป้องกันอาการกลับมาซ้ำ

แพทย์จะสอนเทคนิคการปรับท่าทางที่ถูกต้อง การยืดกล้ามเนื้อ และการออกกำลังกายเฉพาะเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่อ่อนแอ

ผลลัพธ์ที่เปลี่ยนชีวิต

หลังจากได้รับการรักษาตามแผนที่วางไว้ ได้เห็นผลลัพธ์ที่น่าทึ่ง:

  • ตั้งแต่ครั้งแรก: อาการปวดเบาลงอย่างเห็นได้ชัด รู้สึกว่ากล้ามเนื้อผ่อนคลายและเคลื่อนไหวได้คล่องตัวขึ้น
  • ภายใน 1 เดือน: อาการปวดลดลงมากกว่า 70% บุคลิกภาพดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เดินหลังตรง ไหล่กาง มีความมั่นใจมากขึ้น
  • ภายใน 2 เดือน: หายจากอาการปวดเรื้อรังที่ทนทุกข์มา 6 ปี บุคลิกภาพเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มีความมั่นใจสูงจนกล้าที่จะสมัครประกวดมิสแกรนด์และได้รับตำแหน่งรองอันดับ 2

เทคโนโลยีเสริมอื่น ๆ ที่ PYONG Rehabilitation Clinic

Focused Shockwave Therapy: คลื่นกระแทกแบบโฟกัส

การบำบัดด้วยคลื่นกระแทกแบบโฟกัสใช้คลื่นเสียงพลังงานสูงส่งเข้าไปยังเนื้อเยื่อที่มีปัญหาอย่างแม่นยำ โดยเฉพาะที่นี่ใช้เทคโนโลยี 3D Dynamic Focusing ที่สามารถปรับโฟกัสได้แบบไดนามิกตามความลึกของกล้ามเนื้อ

เหมาะสำหรับ:

Peripheral Magnetic Stimulation (PMS)

PMS คือการใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากระตุ้นกล้ามเนื้อและเส้นประสาทในระดับลึก โดยไม่ต้องสัมผัสผิวหนัง ไม่เจ็บ และไม่มีผลข้างเคียง

เหมาะสำหรับ:

  • อาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง (Myofascial Pain Syndrome)
  • อาการชาจากเส้นประสาทปลายอักเสบ
  • อาการปวดหลังส่วนล่างเรื้อรัง
  • ไฟโบรมัยอัลเจีย (Fibromyalgia)

Diagnostic Ultrasound: การตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง

ก่อนการรักษา แพทย์จะใช้คลื่นเสียงความถี่สูงตรวจดูโครงสร้างของกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และเส้นประสาทแบบเรียลไทม์ ช่วยให้การวินิจฉัยแม่นยำและวางแผนการรักษาได้ตรงจุด

ใครบ้างที่ควรมาพบแพทย์?

คุณควรปรึกษาแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูหาก:

  • พนักงานออฟฟิศ ที่นั่งทำงานกับคอมพิวเตอร์มากกว่า 6 ชั่วโมงต่อวัน
  • ฟรีแลนซ์ ที่ทำงานที่บ้านและมีท่าทางการนั่งที่ไม่เหมาะสม
  • ผู้ใช้สมาร์ทโฟนบ่อย ที่มีอาการ Text Neck
  • นักกีฬา ที่มีการบาดเจ็บซ้ำ ๆ ในตำแหน่งเดิม
  • มีอาการปวดมากกว่า 3 เดือน หรือกลับมาเป็นซ้ำบ่อย ๆ
  • อาการปวดรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ แม้จะพักผ่อน
  • มีอาการชา ไฟไหม้ หรือปวดร้าวลงแขนขา
  • ปวดจนนอนไม่หลับหรือตื่นกลางดึก
  • ลองรักษาเองแล้วไม่ดีขึ้น

ทำไมต้องเลือก PYONG Rehabilitation Clinic?

การดูแลโดยแพทย์เฉพาะทางทุกขั้นตอน

ที่ PYONG Rehabilitation Clinic การตรวจ วินิจฉัย และรักษาทุกขั้นตอนดำเนินการโดยแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูผู้เชี่ยวชาญด้านระบบกล้ามเนื้อและกระดูกโดยตรง ไม่ใช่เพียงนักกายภาพบำบัดหรือผู้ช่วย

แพทย์สามารถ:

  • ประเมินภาวะโดยรวมและวินิจฉัยสาเหตุที่แท้จริง
  • ปรับแผนการรักษาได้อย่างยืดหยุ่นตามความเหมาะสม
  • สั่งยาประกอบการรักษาได้ถ้าจำเป็น
  • ให้คำปรึกษาที่ครอบคลุมทุกมิติของปัญหา

การดูแลแบบองค์รวม

ไม่ได้รักษาเพียงแค่อาการปวด แต่มองหาสาเหตุที่แท้จริง รวมถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น ท่าทาง รูปเท้า และไลฟ์สไตล์ เพื่อป้องกันอาการกลับมาซ้ำ

อย่ารอให้อาการปวดทำลายคุณภาพชีวิตและความมั่นใจของคุณ การรักษาที่ถูกต้องและทันท่วงทีจะช่วยให้คุณกลับมามีชีวิตที่เต็มประสิทธิภาพได้อีกครั้ง


PYONG Rehabilitation Clinic

การจัดการอาการปวดและความผิดปกติของระบบกล้ามเนื้อและกระดูก โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

โทร: (+66) 97-468-7990
LINE Official: @pyongrehab
Email: support@pyongrehab.com

ที่ตั้ง:
999 ห้อง BF-11 ชั้น L อาคารเกษร วิลเลจ
ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
(ใกล้ BTS ชิดลม)
บริการจอดรถฟรี (Valet)

เวลาทำการ:

  • จันทร์-ศุกร์: 16:30-20:00 น.
  • เสาร์-อาทิตย์: 10:00-20:00 น.

PYONG Rehabilitation Penthouse Clinic

การดูแลผู้สูงอายุและการฟื้นฟูระบบประสาท โดยทีมแพทย์เฉพาะทางและสหวิชาชีพ

โทร: (+66) 88-589-0935
LINE Official: @pyongrehab
Email: support@pyongrehab.com

ที่ตั้ง:
127 ห้อง K ชั้น 11 อาคารเกษร ทาวเวอร์
ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330

เวลาทำการ:

  • จันทร์-ศุกร์: 10:00-20:00 น.
  • เสาร์-อาทิตย์: 10:00-20:00 น.

ทีมแพทย์จาก PYONG REHABILITATION

นายแพทย์กันตพงศ์ ทองรงค์

อาจารย์นายแพทย์กันตพงศ์ ทองรงค์ (แพทย์เปียง หรือหมอเปียง) เป็นแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟู (Rehabilitation Medicine) ผู้มีความสนใจในการดูแลรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยที่มีปัญหาการเคลื่อนไหว อาการปวด การบาดเจ็บจากกีฬา และความผิดปกติของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ

ปัจจุบันดำรงตำแหน่งอาจารย์  คณะแพทยศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง และแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟูประจำ ณ โรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร

ความรู้สุขภาพ
Lannalynn Thipkwan

ท่าแนะนำสำหรับนั่งในรถ

การใช้เวลาบนรถนานๆ อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพไม่ต่างจากการนั่งทำงาน แต่เราสามารถลดความเสี่ยงและอาการปวดเมื่อยได้ด้วยการ “ปรับ 5 จุดสำคัญ” ทั้งระยะห่างเบาะ ความเอียงพนักพิง (100-110 องศา) ความสูงหมอนรองศีรษะ ระดับเบาะนั่ง และองศาพวงมาลัยให้สัมพันธ์กันเพื่อลดการเกร็งกล้ามเนื้อ ที่สำคัญต้องควบคู่ไปกับการปรับกระจกมองข้างให้ทัศนวิสัยชัดเจน และควรจอดพักเพื่อยืดเส้นยืดสายเป็นระยะเพื่อถนอมร่างกายให้พร้อมลุยทุกเส้นทาง

อ่านต่อ »

Discover more from PYONG Rehabilitation Clinic & Penthouse

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading

WhatsApp

Messenger

Line

Call

Email

Map

รับคำปรึกษา หรือ นัดพบแพทย์

ยินดีดูแลให้คำปรึกษาทุกวัน เวลา 10.00 – 20.00 น.

 L Floor, Gaysorn Village

รักษาอาการปวดด้วยเทคนิค
เฉพาะทางเวชศาสตร์ฟื้นฟู

จันทร์ – ศุกร์ 16.30 – 20.00 น.

เสาร์ – อาทิตย์ 10.00 – 20.00 น.

11th Floor, Gaysorn Tower

ฟื้นฟูผู้ป่วยและผู้สูงอายุโรคระบบประสาทและสมอง

ทุกวัน 10.00 – 20.00 น.

Pain Management
Advanced Injection
Screening

Muscles and Sport

Brain Stimulation

Robotics and Motion