[rank_math_breadcrumb]

ปวดหัวไมเกรน วิธีแก้ไม่ยาก

ผู้หญิงกำลังปวดหัวไมเกรน
สารบัญ

หากคุณเคยประสบกับอาการปวดหัวที่รุนแรงจนไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ มีอาการคลื่นไส้ แพ้แสง และเสียง คุณอาจกำลังเผชิญกับภาวะปวดหัวไมเกรน ซึ่งเป็นมากกว่าแค่อาการปวดหัวทั่วไป บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับอาการปวดหัวไมเกรน วิธีแก้ สาเหตุ และอาการ เพื่อให้คุณสามารถจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู

ไมเกรนคืออะไร 

ไมเกรนเป็นโรคทางระบบประสาทที่ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะแบบเรื้อรัง ซึ่งมักมีลักษณะปวดตุบๆ เป็นจังหวะ ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างมีนัยสำคัญ ปัจจุบันสาเหตุที่แท้จริงยังไม่ทราบแน่ชัด แต่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของระดับสารเคมีในสมอง การสื่อกระแสประสาท และการทำงานของหลอดเลือดในสมอง การทำความเข้าใจเกี่ยวกับไมเกรนจะช่วยให้คุณสามารถจัดการกับอาการได้อย่างเหมาะสม และมีวิธีแก้ไมเกรน ที่ทำตามได้ไม่ได้ยากเลย

ความแตกต่างระหว่างปวดหัวไมเกรนกับปวดหัวทั่วไป

อาการปวดหัวไมเกรนมีความแตกต่างจากอาการปวดหัวทั่วไปอย่างชัดเจน อาการปวดหัวธรรมดามักจะปวดทั่วทั้งศีรษะ เป็นอาการปวดตื้อๆ ไม่รุนแรง และไม่มีอาการอื่นร่วมด้วย ส่วนอาการปวดหัวไมเกรนมักปวดข้างเดียว ปวดตุบๆ มีความรุนแรงปานกลางถึงมาก มีอาการคลื่นไส้หรืออาเจียนร่วมด้วย และมักแพ้แสงหรือเสียง บางรายอาจมีอาการเตือนก่อน เช่น เห็นแสงวูบวาบหรือจุดสว่างในลานสายตา

ผู้หญิงกำลังปวดหัวไมเกรน

สาเหตุและปัจจัยกระตุ้นอาการปวดหัวไมเกรน

การทำความเข้าใจถึงสาเหตุและปัจจัยกระตุ้นไมเกรนเป็นก้าวสำคัญในการจัดการกับอาการปวดหัวไมเกรนให้มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะสำหรับการหาวิธีแก้ปวดหัวไมเกรนเบื้องต้นที่เหมาะสม

สาเหตุทางชีวภาพของไมเกรน

ไมเกรนเกิดจากความผิดปกติชั่วคราวของสารเคมีในสมอง โดยเฉพาะสารเซโรโทนิน ซึ่งส่งผลให้หลอดเลือดในสมองมีการบีบและขยายตัวผิดปกติ นอกจากนี้ยังมีปัจจัยทางพันธุกรรมเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้บางคนมีความเสี่ยงที่จะเป็นไมเกรนมากกว่าคนอื่น โดยพบว่าผู้หญิงมีโอกาสเป็นไมเกรนมากกว่าผู้ชายประมาณ 3 เท่า

ปัจจัยกระตุ้นจากสิ่งแวดล้อมและพฤติกรรม

ปัจจัยกระตุ้นภายนอกหลายอย่างสามารถทำให้เกิดอาการปวดหัวไมเกรนได้ เช่น แสงไฟสว่างจ้า แสงไฟกระพริบ อากาศร้อนหรือชื้น เสียงดัง กลิ่นฉุน หรือความเครียดจากการทำงานและท่าทางที่นำไปสู่การเป็นออฟฟิศซินโดรมได้ รวมถึงอาหารบางชนิด เช่น ชีส แอลกอฮอล์ ผงชูรส และอาหารที่มีไนไตรท์ เช่น ไส้กรอก เบคอน นอกจากนี้ความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ และการอดนอนก็เป็นปัจจัยสำคัญ การสังเกตตัวเองเพื่อระบุปัจจัยกระตุ้นเฉพาะจะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงและลดความถี่ของการเกิดอาการปวดหัวไมเกรนได้

ความเชื่อมโยงระหว่างฮอร์โมนและไมเกรน

ฮอร์โมนเอสโตรเจนมีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นอาการปวดหัวไมเกรน โดยเฉพาะในผู้หญิง ช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนอย่างรวดเร็ว เช่น ก่อนมีประจำเดือน ระหว่างตั้งครรภ์ หรือหลังคลอด อาจทำให้เกิดอาการไมเกรนได้บ่อยขึ้น ความเข้าใจถึงความเชื่อมโยงนี้จะช่วยให้คุณวางแผนและเตรียมตัวรับมือกับช่วงเวลาที่มีความเสี่ยงสูง

ลักษณะอาการปวดหัวไมเกรนที่ควรสังเกต

การรู้จักสังเกตอาการของตนเองเป็นสิ่งสำคัญในการวินิจฉัยและหาวิธีแก้ปวดหัวไมเกรนเบื้องต้นที่เหมาะสมได้ ซึ่งอาการปวดหัวไมเกรนมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างจากการปวดหัวทั่วไป

4 ระยะของอาการปวดหัวไมเกรน

อาการปวดหัวไมเกรนมักดำเนินไปใน 4 ระยะ เริ่มจาก

  1. ระยะบอกเหตุล่วงหน้า ซึ่งอาจมีอาการปวดตึงต้นคอหรืออารมณ์แปรปรวน 1-2 วันก่อนเกิดไมเกรน
  2. ระยะอาการเตือนนำ ที่ผู้ป่วยบางรายอาจเห็นแสงระยิบระยับหรือภาพบิดเบี้ยว
  3. ระยะปวดศีรษะ ซึ่งผู้ป่วยจะมีอาการปวดหัวตุบๆ ร่วมกับคลื่นไส้ แพ้แสงและเสียง 
  4. ระยะฟื้นตัว ที่ผู้ป่วยอาจรู้สึกอ่อนเพลีย วิงเวียน สับสน การรู้จักระยะต่างๆ เหล่านี้จะช่วยให้คุณสามารถจัดการกับอาการได้อย่างเหมาะสมในแต่ละช่วง

วิธีแก้ไมเกรน

วิธีแก้ไมเกรน

ไมเกรนเป็นโรคปวดศีรษะชนิดเรื้อรังที่สามารถส่งผลกระทบอย่างมากต่อคุณภาพชีวิต การรักษาไมเกรนอย่างมีประสิทธิภาพจำเป็นต้องเข้าใจถึงสาเหตุและปัจจัยกระตุ้นที่หลากหลาย

ไมเกรนมักเกิดขึ้นร่วมกับออฟฟิศซินโดรม (Myofascial Pain Syndrome) ซึ่งเป็นกลุ่มอาการที่เกิดจากจุดกดเจ็บในกล้ามเนื้อ (Trigger Points) โดยเฉพาะบริเวณคอ บ่า และไหล่ จุดกดเจ็บเหล่านี้ไม่เพียงแต่ทำให้เกิดอาการปวดหัวเรื้อรัง แต่ยังสามารถกระตุ้นและเพิ่มความรุนแรงของอาการไมเกรนได้อีกด้วย ดังนั้น แนวทางการรักษาที่ครอบคลุมทั้งไมเกรนและปัญหากล้ามเนื้อพังผืดจึงให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการรักษาเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง

แนวทางการรักษาไมเกรนทางยา

การรักษาไมเกรนด้วยยามีหลายประเภท โดยแบ่งเป็นยาที่ใช้รักษาอาการปวดเฉียบพลันและยาที่ใช้ป้องกันการเกิดไมเกรน

  1. ยากลุ่ม Tricyclic Antidepressants (TCA) เช่น Amitriptyline หรือ Nortriptyline สามารถช่วยลดความถี่และความรุนแรงของอาการไมเกรนได้ แม้จะเป็นยาในกลุ่มยาต้านเศร้า แต่ในขนาดต่ำสามารถช่วยในการควบคุมอาการปวดไมเกรนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  2. ยากลุ่ม Beta-Blockers เช่น Propranolol และ Metoprolol มักใช้เป็นยาป้องกันไมเกรนโดยช่วยลดความถี่ของการเกิดอาการ
  3. ยากลุ่ม CGRP Antagonists เป็นยาสมัยใหม่ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับป้องกันไมเกรน โดยยับยั้งการทำงานของโปรตีน Calcitonin Gene-Related Peptide ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเกิดไมเกรน
  4. ยาแก้ปวดเฉพาะกลุ่ม Triptans เช่น Sumatriptan มีประสิทธิภาพสูงในการรักษาอาการไมเกรนเฉียบพลัน โดยออกฤทธิ์กับรีเซปเตอร์ซีโรโทนินเพื่อบรรเทาอาการปวด

การรักษาไมเกรนด้วยวิธีทางกายภาพและเวชศาสตร์ฟื้นฟู

นอกจากการใช้ยา การรักษาไมเกรนควรรวมถึงการจัดการกับปัญหากล้ามเนื้อและพังผืดที่อาจเป็นปัจจัยกระตุ้นหรือทำให้อาการรุนแรงขึ้น:

  1. การปักเข็มแบบตะวันตก (Dry Needling) เป็นเทคนิคที่มีประสิทธิภาพสูงในการรักษาจุดกดเจ็บ (Trigger Points) ทั้งในกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้า (Facial Dry Needling) คอ บ่า และศีรษะที่มักเป็นสาเหตุของการปวดศีรษะและไมเกรน เข็มบางพิเศษจะถูกปักเข้าไปในจุดกดเจ็บเพื่อกระตุ้นการคลายตัวของกล้ามเนื้อและเพิ่มการไหลเวียนเลือด ช่วยลดความถี่และความรุนแรงของอาการไมเกรนได้อย่างมีนัยสำคัญ
  2. การบำบัดด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (PMS) ช่วยลดอาการปวดโดยการกระตุ้นเส้นประสาทและกล้ามเนื้อบริเวณคอและบ่าเทคนิคนี้สามารถช่วยลดความถี่ของการเกิดไมเกรนและบรรเทาอาการปวดที่เกิดขึ้นได้
  3. การบำบัดด้วยเลเซอร์กำลังสูง (High Power Laser Therapy) ช่วยลดการอักเสบและบรรเทาอาการปวดในกล้ามเนื้อคอและบ่าที่อาจเป็นสาเหตุของไมเกรน
  4. การบำบัดด้วยคลื่นกระแทกแบบโฟกัส (Focused Shock Wave Therapy) ช่วยคลายกล้ามเนื้อที่ตึงและลดจุดกดเจ็บบริเวณคอและบ่าที่อาจกระตุ้นอาการไมเกรน

สรุป

อาการปวดหัวไมเกรนเป็นภาวะที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก แต่สามารถจัดการได้ด้วยการทำความเข้าใจสาเหตุ การรู้จักสังเกตอาการ และการเลือกวิธีรักษาไมเกรนที่เหมาะสม ทั้งการใช้ยาและวิธีธรรมชาติ การหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น การจัดการความเครียด และการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตจะช่วยลดความถี่และความรุนแรงของอาการ หากอาการไม่ดีขึ้นหรือรุนแรงมาก ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมต่อไป

สำหรับผู้ที่มีอาการปวดหัวไมเกรนเรื้อรังที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน เปียง รีแฮบบิลิเทชัน คลินิก (PYONG Rehabilitation Clinic) มีบริการดูแลรักษาโดยทีมแพทย์เฉพาะทาง โดยเฉพาะอาการปวดที่เกิดจากกล้ามเนื้อตึงและอาการออฟฟิศซินโดรมที่มักเป็นปัจจัยกระตุ้นสำคัญของไมเกรน ติดต่อเพื่อรับคำปรึกษาได้แล้ววันนี้

📞  ติดต่อสอบถามหรือจองคิวนัดหมาย: 097-468-7990

💬  Line Official: @pyongrehab

ทีมแพทย์จาก PYONG REHABILITATION

นายแพทย์กันตพงศ์ ทองรงค์

อาจารย์นายแพทย์กันตพงศ์ ทองรงค์ (แพทย์เปียง หรือหมอเปียง) เป็นแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟู (Rehabilitation Medicine) ผู้มีความสนใจในการดูแลรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยที่มีปัญหาการเคลื่อนไหว อาการปวด การบาดเจ็บจากกีฬา และความผิดปกติของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ

ปัจจุบันดำรงตำแหน่งอาจารย์  คณะแพทยศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง และแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟูประจำ ณ โรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร

ความรู้สุขภาพ
Lannalynn Thipkwan

ท่าแนะนำสำหรับนั่งในรถ

การใช้เวลาบนรถนานๆ อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพไม่ต่างจากการนั่งทำงาน แต่เราสามารถลดความเสี่ยงและอาการปวดเมื่อยได้ด้วยการ “ปรับ 5 จุดสำคัญ” ทั้งระยะห่างเบาะ ความเอียงพนักพิง (100-110 องศา) ความสูงหมอนรองศีรษะ ระดับเบาะนั่ง และองศาพวงมาลัยให้สัมพันธ์กันเพื่อลดการเกร็งกล้ามเนื้อ ที่สำคัญต้องควบคู่ไปกับการปรับกระจกมองข้างให้ทัศนวิสัยชัดเจน และควรจอดพักเพื่อยืดเส้นยืดสายเป็นระยะเพื่อถนอมร่างกายให้พร้อมลุยทุกเส้นทาง

อ่านต่อ »

Discover more from PYONG Rehabilitation Clinic & Penthouse

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading

WhatsApp

Messenger

Line

Call

Email

Map

รับคำปรึกษา หรือ นัดพบแพทย์

ยินดีดูแลให้คำปรึกษาทุกวัน เวลา 10.00 – 20.00 น.

 L Floor, Gaysorn Village

รักษาอาการปวดด้วยเทคนิค
เฉพาะทางเวชศาสตร์ฟื้นฟู

จันทร์ – ศุกร์ 16.30 – 20.00 น.

เสาร์ – อาทิตย์ 10.00 – 20.00 น.

11th Floor, Gaysorn Tower

ฟื้นฟูผู้ป่วยและผู้สูงอายุโรคระบบประสาทและสมอง

ทุกวัน 10.00 – 20.00 น.

Pain Management
Advanced Injection
Screening

Muscles and Sport

Brain Stimulation

Robotics and Motion