แพทย์ฟางข้าว | พญ. อรณิชชา ฐิติฐากุล
แพทย์เฉพาะทางอายุรศาสตร์ผู้สูงอายุ
_________________________________________________
แรงบันดาลใจและปรัชญาในการทำงาน มุ่งเน้นการดูแลผู้สูงอายุแบบองค์รวม
การดูแลผู้สูงอายุจึงไม่ใช่เพียงแค่การรักษาโรค แต่คือการยกระดับคุณภาพชีวิตและสมรรถนะการใช้ชีวิตให้ดีที่สุด แพทย์หญิงอรณิชชา ฐิติถากุล หรือ แพทย์ฟางข้าว ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรศาสตร์ผู้สูงอายุ ที่มุ่งเน้นการดูแลผู้สูงอายุแบบองค์รวม
การตัดสินใจมาเป็นแพทย์ของคุณแพทย์ฟางข้าว เริ่มจากเหตุการณ์ที่พลิกผันในชีวิต คือการสูญเสียคนในครอบครัว ทำให้เกิดความอยากที่จะทำความเข้าใจว่า “เกิดอะไรขึ้น” และต้องการเรียนรู้เพื่อดูแลผู้คนได้อย่างครบถ้วนที่สุด
อีกหนึ่งแรงผลักดันที่ให้แพทย์ฟางข้าวเลือกที่จะเรียนต่อด้าน อายุรศาสตร์ผู้สูงอายุ เพื่อดูแลพวกเขาอย่าง “องค์รวม” คือ การที่เธอค้นพบว่าตนเองรู้สึกผูกพันและเข้ากับผู้สูงอายุได้ดี เพราะมองว่าพวกเขาเปรียบเสมือน “ครู” หรือผู้ใหญ่ที่ผ่านประสบการณ์มาอย่างมากมาย การพูดคุยกับผู้สูงอายุจึงไม่ใช่แค่การรักษา แต่ยังได้รับความรู้และมุมมองที่หลากหลายในการจัดการปัญหาชีวิต
“ผู้สูงอายุสามารถเป็นบุคคลที่มีตัวเลขอายุที่เยอะขึ้น แต่ยังมีสุขภาพและสุขภาวะทางกายและใจที่ดีได้”
– แพทย์ฟางข้าว
แพทย์ฟางข้าวได้กล่าวถึงสิ่งที่คนไทยเข้าใจผิดเกี่ยวกับผู้สูงอายุ ว่าการที่ผู้สูงมีอาการ หรือ โรคต่างๆ เช่น ภาวะความจำถดถอย หรือ ภาวะซึมเศร้า เป็นเรื่องปกติในผู้สูงอายุ แต่จริง ๆ แล้ว สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่สามารถป้องกัน และแก้ไขได้ นอกจากนี้เป้าหมายในการดูแลผู้สูงอายุไม่ใช่เพียงการยึดอายุ แต่ทำให้พวกเขาสามารถใช้ชีวิตที่ดี และมีคุณภาพ ตั้งแต่กานรป้องกัน รักษา จนไปถึงการฟื้นฟู
การดูแลผู้สูงอายุแบบองค์รวม: วางแผนชีวิตอย่างครบถ้วน
หลักการสำคัญของอายุรศาสตร์ผู้สูงอายุสมัยใหม่คือการมองผู้สูงอายุเป็น “ภาพรวมทั้งคน” ไม่ใช่แค่การซ่อมแซมส่วนที่เสียหรือรักษาทีละอวัยวะ แต่คือการ ผสานทุกมิติของชีวิต เพื่อให้พวกเขามีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด
การดูแลแบบองค์รวม คือ การวางแผนชีวิตที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุแต่ละคน โดยแพทย์จะไม่ได้เป็นเพียงผู้สั่งการ แต่จะทำหน้าที่เป็นผู้นำทางที่ปรึกษาร่วมกับผู้ป่วยและครอบครัว โดยจะยึดเป้าหมายของผู้ป่วยเป็นหลักว่า ผู้สูงอายุต้องการอะไร และให้ความสำคัญกับอะไร เพื่อจะได้รักษาให้บรรลุเป้าหมายในการใช้ชีวิตจริง ๆ ของพวกเขา นอกจากนี้ บริบทชีวิตจริง เช่น สิ่งแวดล้อม สภาพบ้าน และสถานการณ์ในครอบครัว ต้องนำมาพิจารณาร่วมด้วยในการออกแบบแผนการดูล เพราะเป็นสิ่งที่สามารถส่งผลต่อสุขภาพ และกำลังใจของผู้สูงอายุโดยตรง
นอกจาการดูแลแบบองค์รวม แพทย์ฟางข้าวยังได้อธิบายเพิมเติมไว้ว่า หัวใจสำคัญของอายุรศาสตร์ผู้สูงอายุสมัยใหม่คือการเปลี่ยนจากการรักษาเมื่อเจ็บป่วยแล้ว (Reactive Care) มาเป็นแนวทาง “เชิงรุก” (Proactive Care) ซึ่งหมายถึงการที่แพทย์จะมุ่งเน้นการค้นหาปัจจัยเสี่ยงหรือภาวะซ่อนเร้น เช่น ความเสี่ยงต่อการหกล้ม หรือภาวะทุพ
โภชนาการ เพื่อวางรากฐานสุขภาพให้แข็งแรงตั้งแต่เนิ่น ๆ โดยอาศัยเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสำคัญในการเติมเต็มการดูแลองค์รวมและเชิงรุกนี้ ทั้งการใช้ Telemedicine (โทรเวชกรรม) การพบแพทย์ได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องเดินทาง สำหรับผู้สูงอายุที่มีข้อจำกัดในการเคลื่อนไหว เพื่อเพิ่มความสะดวกให้ผู้สูงอายุเข้าถึงแพทย์ได้จากที่บ้าน และการใช้ Data Analytics เพื่อประมวลผลข้อมูลสุขภาพจำนวนมากอย่างแม่นยำ ทำให้แพทย์สามารถออกแบบโปรแกรมการรักษาและการป้องกันโรคเฉพาะบุคคลได้อย่างเหมาะสมที่สุด
แพทย์ฟางข้าวเน้นย้ำว่า การดูแลผู้สูงอายุที่ดีต้องอาศัยมากกว่าศาสตร์การแพทย์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องผลักดันให้เกิดการประสานงานกับระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ภาคเอกชน ภาครัฐ งานสถาปัตยกรรม และวิศวกรรม เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุอย่างแท้จริง
_________________________________________________
การดูแลสุขภาพที่ดีและคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนนั้น ต้องดูแลให้ “ครบ” ทั้ง ร่างกาย จิตใจ และไม่มองข้ามเรื่องเล็ก ๆ เช่น การนอน การรับประทานอาหารที่ดี และการอยู่ร่วมกับคนในครอบครัว และในการดูแลผู้สูงอายุ การป้องกันโรค (Prevention) ต้องมาควบคู่กับการฟื้นฟู (Rehabilitation) นี่คือสิ่งที่จะนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด


