[rank_math_breadcrumb]

รองเท้าส้นสูง สาเหตุอาการปวดหลัง เอ็นร้อยหวายอักเสบ

รองเท้าส้นสูงช่วยเสริมบุคลิก แต่แฝงอันตรายต่อสุขภาพ ทั้งปวดหลัง เข่าเสื่อม และเสี่ยงอุบัติเหตุ เรียนรู้ผลกระทบและวิธีใส่อย่างปลอดภัยเพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว
รองเท้าส้นสูง สาเหตุอาการปวดหลัง เอ็นร้อยหวายอักเสบ
สารบัญ

รองเท้าส้นสูงเป็นไอเทมยอดนิยมของสาว ๆ หลายคน เพราะใส่แล้วช่วยเสริมบุคลิกภาพให้ดูดี แต่รู้หรือไม่ว่าการใส่รองเท้าส้นสูงบ่อย ๆ อาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพได้มากมาย ไม่ใช่แค่ปวดหลังหรือเอ็นร้อยหวายอักเสบเท่านั้น แต่ยังมีผลเสียอื่น ๆ ที่คุณอาจคาดไม่ถึงอีกมากมาย มาดูกันว่าทำไมรองเท้าส้นสูงถึงเป็นอันตรายและควรใส่อย่างไรให้ปลอดภัย

ทำไมรองเท้าส้นสูงจึงส่งผลเสียต่อร่างกาย?

รองเท้าส้นสูงเป็นรองเท้าที่ใส่แล้วช่วยทำให้รูปร่างดูสูงโปร่งขึ้นได้ก็จริง แต่การใส่รองเท้าส้นสูงนั้นยังส่งผลต่อสรีระร่างกายของเราอีกด้วย เมื่อเราใส่รองเท้าส้นสูง ร่างกายต้องปรับตัวเพื่อรักษาสมดุล ทำให้กล้ามเนื้อและกระดูกต้องทำงานหนักขึ้น ซึ่งในระยะยาวอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพต่าง ๆ ได้ เมื่อใส่รองเท้าส้นสูง ร่างกายจะอยู่ในท่าเขย่งตลอดเวลา ทำให้น้ำหนักตัวส่วนใหญ่ไปอยู่ที่ปลายเท้า ไม่กระจายทั่วฝ่าเท้าเหมือนตอนเราใส่รองเท้าธรรมดา การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ร่างกายต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อรักษาสมดุล กล้ามเนื้อขา สะโพก และหลังต้องออกแรงมากขึ้น ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยได้ในระยะยาว 

นอกจากนี้การสวมรองเท้าส้นสูงยังกระทบไปถึงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายอีกด้วย ตั้งแต่ข้อเท้า เข่า สะโพก ไปจนถึงหลัง เมื่อเราใส่ส้นสูง กระดูกสันหลังจะโค้งงอมากขึ้นเพื่อรักษาสมดุล ทำให้กล้ามเนื้อหลังต้องทำงานหนัก นอกจากนี้ ข้อต่อต่าง ๆ ก็ต้องรับแรงกระแทกมากขึ้น ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาข้อเสื่อมได้ในอนาคต

อันตรายที่คาดไม่ถึงจากการสวมรองเท้าส้นสูง

การใส่รองเท้าส้นสูงอาจดูสวยงาม แต่มันแฝงไปด้วยอันตรายที่หลายคนอาจไม่เคยนึกถึง นอกจากอาการปวดเท้าที่เรารู้กันดีแล้ว ยังมีผลกระทบอื่น ๆ ตามมาอีกมากมาย ไปดูกันว่าอันตรายที่เกิดจากการสวมรองเท้าส้นสูงมีอะไรบ้าง 

อาการปวดและเจ็บเท้า

การใส่รองเท้าส้นสูงทำให้น้ำหนักตัวไปกดที่ปลายเท้ามากเกินไป ทำให้เกิดอาการปวดและเจ็บเท้าได้ง่าย โดยเฉพาะบริเวณนิ้วเท้าและหัวแม่เท้า นอกจากนี้ หากสวมรองเท้าคับเกินไป อาจทำให้เกิดปัญหาเท้าผิดรูป เช่น นิ้วเท้าเก หรือเกิดตาปลาที่ฝ่าเท้าได้ด้วย ที่สำคัญยังช่วยเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาเรื้อรังอย่างโรครองช้ำหรือปวดฝ่าเท้าเรื้อรังได้ในอนาคตอีกด้วย

ปวดตึงบริเวณน่องและเอ็นร้อยหวาย

เมื่อใส่รองเท้าส้นสูง กล้ามเนื้อน่องและเอ็นร้อยหวายต้องทำงานหนักตลอดเวลา เพราะอยู่ในท่าเขย่งตลอด ทำให้เกิดอาการปวดตึงที่น่องและเอ็นร้อยหวายได้ง่าย ในกรณีที่ต้องใส่รองเท้าส้นสูงเป็นประจำบางคนอาจมีอาการปวดน่องในตอนกลางคืน หรือถึงขั้นเป็นตะคริวได้ หรือเกิดปัญหาเอ็นร้อยหวายอักเสบเรื้อรัง ที่ต้องใช้เวลาในการรักษา

ปัญหาเข่าและข้อต่อ

การใส่รองเท้าส้นสูงทำให้เกิดแรงกระแทกที่ข้อเข่ามากกว่าปกติ โดยเฉพาะเวลาเดินหรือวิ่ง การที่ข้อเข่าต้องรับแรงกระแทกเป็นระยะเวลานาน อาจทำให้เกิดโรคเข่าเสื่อมได้เร็วกว่าปกติ นอกจากนี้ ยังอาจทำให้เกิดอาการปวดเข่าเรื้อรังได้อีกด้วย

อาการปวดหลัง

การสวมรองเท้าส้นสูงส่งผลทำให้ช่วงเอวแอ่นไปด้านหน้ามากกว่าปกติ เพื่อรักษาสมดุลของร่างกาย ซึ่งท่าทางแบบนี้ทำให้กล้ามเนื้อหลังต้องทำงานหนักตลอดเวลา ส่งผลให้เกิดอาการปวดหลังได้ง่าย โดยเฉพาะถ้าต้องยืนหรือเดินเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดปัญหาหมอนรองกระดูกเสื่อมหรือปวดหลังเรื้อรังได้ในอนาคต

เสี่ยงเกิดเส้นเลือดขอด

การยืนเขย่งบนรองเท้าส้นสูงทำให้กล้ามเนื้อน่องบีบตัวตลอดเวลา ซึ่งปกติแล้วการบีบตัวของกล้ามเนื้อน่องจะช่วยไล่เลือดจากขากลับสู่หัวใจ แต่เมื่อกล้ามเนื้อต้องเกร็งตลอดเวลาส่งผลให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ส่งผลให้เลือดคั่งอยู่ที่ขามากขึ้น ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดเส้นเลือดขอด โดยเฉพาะในคนที่ต้องยืนหรือนั่งนาน ๆ

อันตรายจากอุบัติเหตุ

อีกหนึ่งอันตรายจากการสวมรองเท้าส้นสูงคือทำให้การทรงตัวยากขึ้น ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เช่น การพลิกข้อเท้า หรือหกล้ม โดยเฉพาะเมื่อเดินบนพื้นที่ไม่เรียบหรือพื้นที่มีความลื่น ก็จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการหกล้มจากรองเท้าส้นสูงและเกิดการบาดเจ็บรุนแรงได้ เช่น ข้อเท้าแพลง กระดูกหัก หรือศีรษะกระแทกพื้น

วิธีลดความเสี่ยงสำหรับคนรักส้นสูง

วิธีลดความเสี่ยงสำหรับคนรักส้นสูง

สำหรับคนที่ยังอยากสวมรองเท้าส้นสูง ไม่ต้องกังวลไป เพราะมีวิธีที่จะช่วยลดความเสี่ยงได้ เริ่มจากการจำกัดเวลาในการใส่ไม่ให้เกิน 3 ชั่วโมงต่อวัน เพื่อให้เท้าและร่างกายได้พักบ้าง รวมถึงเลือกรองเท้าที่พอดีกับเท้าก็สำคัญ ไม่ควรใส่รองเท้าที่คับหรือหลวมเกินไป และอย่าลืมใช้แผ่นรองเท้าเพื่อช่วยลดแรงกดที่ฝ่าเท้า นอกจากนี้ การสลับใส่รองเท้าส้นเตี้ยเป็นระยะก็เป็นไอเดียที่ดี โดยเฉพาะเวลาที่ต้องเดินไกลหรือยืนนาน และที่สำคัญไม่แพ้กันคือการหมั่นยืดกล้ามเนื้อน่องและหลังเป็นประจำ เพื่อช่วยลดอาการปวดเมื่อยที่อาจเกิดขึ้น ด้วยวิธีเหล่านี้ คุณก็จะสามารถใส่รองเท้าส้นสูงได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยมากขึ้น

ทางเลือกสวยและปลอดภัย รองเท้าทรงอื่นที่น่าสนใจ

  • รองเท้าส้นเตี้ยที่มีดีไซน์สวยงาม ใส่สบายแต่ยังดูดี
  • รองเท้าส้นตึกที่ให้ความสูงแต่มั่นคงกว่า ช่วยลดแรงกดที่ปลายเท้า
  • รองเท้าแบนที่มีการตกแต่งสวยงาม เหมาะสำหรับใส่ในชีวิตประจำวัน
  • รองเท้าผ้าใบแฟชั่นที่ทั้งสบายและดูดี เหมาะกับทุกโอกาส

สรุป

รองเท้าส้นสูงอาจเป็นรองเท้าที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับสาว ๆ หลายคน แต่เราไม่ควรมองข้ามผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับสุขภาพ ตั้งแต่ปัญหาเล็กน้อยอย่างอาการปวดเท้า ไปจนถึงปัญหาใหญ่อย่างโรคกระดูกและข้อเสื่อมก่อนวัย การเข้าใจถึงปัญหาในการใส่รองเท้าส้นสูง ช่วยให้เราเห็นถึงอันตราย และควรหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ 

นอกจากนี้ สำหรับใครที่มีปัญหาปวดหลัง ปวดข้อเท้า หรือว่าปวดในส่วนอื่น ๆ ของร่างกายสามารถแวะเข้ามาปรึกษาแพทย์กันตพงศ์ หรือหมอเปียง เพื่อทำการประเมินอาการได้ที่ PYONG Rehabilitation Clinic เปียง รีแฮบบิลิเทชัน คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรม สาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟู เราพร้อมบรรเทาอาการปวดของคุณทุกระยะด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทั้งการรักษาด้วยวิธีปักเข็มตะวันตก (Dry needling) การกระตุ้นด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าผ่านเครื่อง Peripheral Magnetic Stimulation (PMS) และการรักษาด้วยแสงเลเซอร์กำลังสูง (High Power Laser Therapy) หากสนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 097-468-7990 หรือแอดไลน์ @pyongrehab

ทีมแพทย์จาก PYONG REHABILITATION

นายแพทย์กันตพงศ์ ทองรงค์

อาจารย์นายแพทย์กันตพงศ์ ทองรงค์ (แพทย์เปียง หรือหมอเปียง) เป็นแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟู (Rehabilitation Medicine) ผู้มีความสนใจในการดูแลรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยที่มีปัญหาการเคลื่อนไหว อาการปวด การบาดเจ็บจากกีฬา และความผิดปกติของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ

ปัจจุบันดำรงตำแหน่งอาจารย์  คณะแพทยศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง และแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟูประจำ ณ โรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร

ความรู้สุขภาพ
Lannalynn Thipkwan

ท่าแนะนำสำหรับนั่งในรถ

การใช้เวลาบนรถนานๆ อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพไม่ต่างจากการนั่งทำงาน แต่เราสามารถลดความเสี่ยงและอาการปวดเมื่อยได้ด้วยการ “ปรับ 5 จุดสำคัญ” ทั้งระยะห่างเบาะ ความเอียงพนักพิง (100-110 องศา) ความสูงหมอนรองศีรษะ ระดับเบาะนั่ง และองศาพวงมาลัยให้สัมพันธ์กันเพื่อลดการเกร็งกล้ามเนื้อ ที่สำคัญต้องควบคู่ไปกับการปรับกระจกมองข้างให้ทัศนวิสัยชัดเจน และควรจอดพักเพื่อยืดเส้นยืดสายเป็นระยะเพื่อถนอมร่างกายให้พร้อมลุยทุกเส้นทาง

อ่านต่อ »

Discover more from PYONG Rehabilitation Clinic & Penthouse

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading

WhatsApp

Messenger

Line

Call

Email

Map

รับคำปรึกษา หรือ นัดพบแพทย์

ยินดีดูแลให้คำปรึกษาทุกวัน เวลา 10.00 – 20.00 น.

 L Floor, Gaysorn Village

รักษาอาการปวดด้วยเทคนิค
เฉพาะทางเวชศาสตร์ฟื้นฟู

จันทร์ – ศุกร์ 16.30 – 20.00 น.

เสาร์ – อาทิตย์ 10.00 – 20.00 น.

11th Floor, Gaysorn Tower

ฟื้นฟูผู้ป่วยและผู้สูงอายุโรคระบบประสาทและสมอง

ทุกวัน 10.00 – 20.00 น.

Pain Management
Advanced Injection
Screening

Muscles and Sport

Brain Stimulation

Robotics and Motion