[rank_math_breadcrumb]

รู้จักกับภาวะนิ้วหัวแม่เท้าเอียง สาเหตุที่ทำให้ปวดเท้า แก้ได้ด้วยวิธีใดบ้าง

สารบัญ

รู้จักกับภาวะนิ้วหัวแม่เท้าเอียง สาเหตุที่ทำให้ปวดเท้า แก้ได้ด้วยวิธีใดบ้าง

เวลาที่เรายืนเท้าชิด หากลองสังเกตจะเห็นได้ว่านิ้วหัวแม่เท้าก็จะชิดกัน แต่ในบางคนอาจมีลักษณะเท้าที่แปลกไปจากเดิมคือนิ้วหัวแม่เท้าจะชิดนิ้วชี้ ซึ่งเป็นภาวะนิ้วหัวแม่เท้าเอียง เป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในผู้หญิงและผู้สูงอายุ ปัญหานิ้วหัวแม่เท้าเอียงไม่ได้ส่งผลต่อความสวยงามของรูปเท้าเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันและอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ด้วย หากไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม บทความนี้ PYONG Rehabilitation Clinic จะชวนทุกคนไปดูกันว่าวิธีรักษานิ้วเท้าเอียงทำได้ด้วยวิธีใดบ้าง

ภาวะนิ้วหัวแม่เท้าเอียง (Hallux Valgus)

ภาวะนิ้วหัวแม่เท้าเอียง หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า Hallux valgus คือ ภาวะที่นิ้วหัวแม่เท้าเอียงเข้าหานิ้วอื่น ทำให้กระดูกโคนนิ้วหัวแม่เท้าด้านในปูดนูนออกมาอย่างชัดเจน ส่งผลให้เท้าผิดรูป และอาจทำให้เกิดอาการปวดเท้า โดยเฉพาะวลาที่ต้องใส่รองเท้าส้นสูง หรือรองเท้าหัวแคบก็จะมีอาการปวดมากขึ้น นอกจากนี้ผู้ที่มีปัญหานิ้วหัวแม่เท้าเอียงยังเดินลำบาก ซึ่งภาวะนี้มักพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย

สาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะนิ้วหัวแม่เท้าเอียง

สาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะนิ้วหัวแม่เท้าเอียง

ภาวะนิ้วหัวแม่เท้าเอียงไม่ได้เกิดจากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่ง แต่เป็นผลมาจากหลายปัจจัยร่วมกัน ปัจจัยแรกที่ทำให้มีภาวะนิ้วหัวแม่เท้าเอียงคือ พันธุกรรม ที่อาจทำให้บางคนมีโครงสร้างเท้าที่เอื้อต่อการเกิดภาวะนิ้วหัวแม่เท้าเอียงได้ตั้งแต่กำเนิด นอกจากนี้ ภาวะเท้าแบนก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการกระจายน้ำหนักที่ไม่สมดุล ส่งผลให้นิ้วหัวแม่เท้าค่อย ๆ เอียงเข้าด้านใน จนเบียดนิ้วอื่น ๆ 

ที่สำคัญการใช้รองเท้าที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะรองเท้าที่มีหัวแคบหรือส้นสูงก็สามารถทำห้อาการแย่ลงได้ แม้จะไม่ใช่สาเหตุหลักของการเกิดภาวะนิ้วหัวแม่เท้าเอียง แต่ก็เป็นปัจจัยที่เร่งให้อาการรุนแรงขึ้นได้ นอกจากนี้ การบาดเจ็บที่เท้า โดยเฉพาะในนักกีฬาหรือผู้ที่ประสบอุบัติเหตุ ก็อาจทำให้เกิดภาวะนี้ได้เช่นกัน

อาการของภาวะนิ้วหัวแม่เท้าเอียง

เมื่อเกิดภาวะนิ้วหัวแม่เท้าเอียง ผู้ป่วยจะสังเกตเห็นความผิดปกติและอาการต่าง ๆ ได้อย่างชัดเจน โดยอาการที่พบได้บ่อยมี ดังนี้

  • โคนนิ้วหัวแม่เท้าด้านในปูดนูนออกมาอย่างเห็นได้ชัด มักมีอาการบวม แดง และปวด
  • นิ้วหัวแม่เท้าเอียงเข้าหานิ้วอื่นมากขึ้นเรื่อย ๆ 
  • ผิวหนังบริเวณโคนนิ้วหัวแม่เท้าหนาตัวขึ้น เนื่องจากการเสียดสีกับรองเท้าบ่อย ๆ
  • มีอาการปวด เมื่อสวมรองเท้า โดยเฉพาะรองเท้าที่มีหัวแคบ หรือรองเท้าส้นสูง
  • ผู้ที่มีภาวะนิ้วหัวแม่เท้าเอียงรุนแรง อาจพบว่านิ้วหัวแม่เท้าเกยทับนิ้วชี้

อาการแทรกซ้อนเมื่อมีภาวะนิ้วหัวแม่เท้าเอียง

เมื่อมีภาวะนิ้วหัวแม่เท้าเอียงแล้วไม่ทำการรักษา แต่กลับปล่อยทิ้งไว้ อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตตามมาได้

1. ถุงน้ำอักเสบ

เมื่อมีภาวะนิ้วหัวแม่เท้าเอียง ถุงน้ำที่ทำหน้าที่รองรับแรงกระแทกและหล่อลื่นข้อต่อบริเวณโคนนิ้วหัวแม่เท้าอาจเกิดการอักเสบได้ ซึ่งทำให้เกิดอาการปวด บวม และแดง โดยเฉพาะเมื่อสวมรองเท้าที่กดทับบริเวณดังกล่าว การอักเสบนี้อาจเรื้อรังและทำให้การเดินลำบากมากขึ้น

2. นิ้วเท้าหงิกผิดปกติ

เมื่อมีภาวะนิ้วหัวแม่เท้าเอียงที่รุนแรง นิ้วหัวแม่เท้าจะเกยทับกับนิ้วอื่น ๆ จนส่งผลให้นิ้วเท้าข้างเคียงผิดรูปไปด้วย โดยเฉพาะนิ้วชี้เท้าที่อาจถูกดันให้โค้งงอขึ้น เกิดเป็นภาวะนิ้วเท้าหงิก ซึ่งจะทำให้เกิดจุดกดทับเพิ่มขึ้น และส่งผลต่อการทรงตัวขณะเดิน

3. ปวดผ่าเท้า

การที่นิ้วหัวแม่เท้าเอียงทำให้การกระจายน้ำหนักขณะเดินไม่สมดุล มีความผิดปกติ ส่งผลให้เกิดแรงกดที่ฝ่าเท้ามากเกินไป โดยเฉพาะบริเวณหัวกระดูกฝ่าเท้า ทำให้เกิดอาการปวดเรื้อรังที่ส่งผลต่อการเดินและการทำกิจกรรมต่าง ๆ

4. ตาปลา

การที่เกิดภาวะนิ้วหัวแม่เท้าเอียงจะทำให้กระดูกบริเวณด้านในเท้าปูด บวมออกมา ซึ่งบริเวณนั้นจะเกิดการเสียดสีกับรองเท้าบ่อย ๆ จนหนาตัวขึ้นจนและกลายเป็นตาปลาในที่สุด ซึ่งอาจพบได้ทั้งที่ฝ่าเท้าและด้านข้างของนิ้วเท้า ทำให้เกิดความเจ็บปวดเพิ่มเติมและอาจติดเชื้อได้หากไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม

วิธีรักษานิ้วเท้าเอียง

วิธีรักษานิ้วเท้าเอียง

วิธีการรักษานิ้วเท้าเอียงจำเป็นต้องได้รับการประเมินจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับความรุนแรงของโรคและสภาพร่างกายของผู้ป่วยแต่ละราย

รักษาด้วยเวชศาสตร์ฟื้นฟู

วิธีการรักษานิ้วเท้าเอียงด้วยเวชศาสตร์ฟื้นฟูเป็นทางเลือกแรกสำหรับผู้ที่มีอาการไม่รุนแรง โดยมุ่งเน้นการบรรเทาอาการปวด ฟื้นฟูการทำงานของกล้ามเนื้อ และข้อต่อเพื่อป้องกันไม่ให้อาการแย่ลง ซึ่งการบรรเทาอาการปวดจะมีทั้ง

นอกจากวิธีการรักษานิ้วเท้าเอียงด้วยการบรรเทาอาการปวดแล้ว คุณหมอยังอาจแนะนำการประคบเย็น การทำกายภาพบำบัด และการใช้อุปกรณ์พยุงนิ้วเท้า ควบคู่ไปกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการสวมรองเท้าด้วย

การรักษาแบบประคับประคอง

วิธีการรักษานิ้วเท้าเอียงแบบประคับประคองมีหลายวิธี เช่น การใช้แผ่นรองเท้าเฉพาะบุคคล (Customized Insole) การสวมอุปกรณ์พยุงนิ้วเท้า ได้แก่ ซิลิโคนแยกนิ้วเท้า (Toe Spreader), ซิลิโคนหุ้มโคนนิ้วโป้ง (ฺBunion Shield) หรือ เฝือกดัดนิ้วโป้ง (Hallux Valgus Night Splint) และการเลือกรองเท้าที่เหมาะสม ซึ่งมีหน้ารองเท้าสูงและกว้าง และมีความหนาและมั่นคงกระจายน้ำหนักได้ดี วิธีการรักษานิ้วเท้าเอียงเหล่านี้ช่วยลดอาการปวดและชะลอการดำเนินของโรค แม้จะไม่ได้แก้ไขความผิดรูปที่เกิดขึ้น แต่ช่วยประคับประคองอาการไม่ให้อาการแย่ลง และยังช่วยให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากขึ้น

การผ่าตัด

ในกรณีที่มีอาการรุนแรง หรือได้ลองรักษาแบบประคับประคองแล้วไม่ได้ผล และเริ่มส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การมีอาการอักเสบรุนแรง หรือ ติดเชื้อ ฯลฯ แพทย์อาจพิจารณาการผ่าตัดเพื่อแก้ไขความผิดรูปของกระดูก โดยมีหลายเทคนิคขึ้นอยู่กับลักษณะและความรุนแรงของภาวะนิ้วหัวแม่เท้าเอียง การฟื้นตัวหลังผ่าตัดใช้เวลาประมาณ 4-6 สัปดาห์

สรุป

ภาวะนิ้วหัวแม่เท้าเอียง (Hallux valgus) คือ ภาวะที่นิ้วหัวแม่เท้าเอียงชิดนิ้วชี้ จนส่งผลให้เท้าผิดรูป เป็นปัญหาสุขภาพที่ไม่ได้เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่ส่งผลให้เกิดอาการปวด เดินลำบากมากขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพการใช้ชีวิต สำหรับแนวทางวิธีการรักษานิ้วเท้าเอียงคุณหมอจะพิจารณาจากอาการแล้วเลือกรูปแบบการรักษาที่มีความเหมาะสมมากที่สุด พร้อมกับการปรับพฤติกรรมบางอย่าง โดยเฉพาะการเลือกรองเท้าที่มีขนาดพอดี ไม่คับหรือหลวมจนเกินไป และหลีกเลี่ยงการใส่รองเท้าส้นสูงเป็นเวลานาน ๆ 

สำหรับใครที่มีปัญหาปวดเท้าจากปัญหานิ้วหัวแม่เท้าเอียงสามารถเข้ามาปรึกษาคุณหมอเปียงได้ที่ PYONG Rehabilitation Clinic เปียง รีแฮบบิลิเทชัน คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรม สาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟู ที่พร้อมรักษาอาการปวดในทุก ๆ ระยะ โดยการใช้เทคโนโลยีและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 097-468-7990 หรือแอดไลน์ @pyongrehab

ทีมแพทย์จาก PYONG REHABILITATION

นายแพทย์กันตพงศ์ ทองรงค์

อาจารย์นายแพทย์กันตพงศ์ ทองรงค์ (แพทย์เปียง หรือหมอเปียง) เป็นแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟู (Rehabilitation Medicine) ผู้มีความสนใจในการดูแลรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยที่มีปัญหาการเคลื่อนไหว อาการปวด การบาดเจ็บจากกีฬา และความผิดปกติของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ

ปัจจุบันดำรงตำแหน่งอาจารย์  คณะแพทยศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง และแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟูประจำ ณ โรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร

Discover more from PYONG Rehabilitation Clinic & Penthouse

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading

WhatsApp

Messenger

Line

Call

Email

Map

รับคำปรึกษา หรือ นัดพบแพทย์

ยินดีดูแลให้คำปรึกษาทุกวัน เวลา 10.00 – 20.00 น.

 L Floor, Gaysorn Village

รักษาอาการปวดด้วยเทคนิค
เฉพาะทางเวชศาสตร์ฟื้นฟู

จันทร์ – ศุกร์ 16.30 – 20.00 น.

เสาร์ – อาทิตย์ 10.00 – 20.00 น.

11th Floor, Gaysorn Tower

ฟื้นฟูผู้ป่วยและผู้สูงอายุโรคระบบประสาทและสมอง

ทุกวัน 10.00 – 20.00 น.

Pain Management
Advanced Injection
Screening

Muscles and Sport

Brain Stimulation

Robotics and Motion