[rank_math_breadcrumb]

โรคพังผืดทับเส้นประสาท คืออะไร? รู้ทันทุกสาเหตุ อาการ และวิธีรักษา

ทำความรู้จัก _พังผืด_ และ _โรคพังผืดทับเส้นประสาท
สารบัญ

ในยุคที่เทคโนโลジีเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวัน การทำงานกับคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานกลายเป็นเรื่องปกติของคนทำงานออฟฟิศ ทำให้โรคพังผืดทับเส้นประสาทหรือ Carpal Tunnel Syndrome กลายเป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยขึ้น หากคุณเป็นหนึ่งในคนที่รู้สึกชาปลายนิ้วหรือปวดข้อมือบ่อยๆ บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจปัญหานี้ได้ดีขึ้น

ทำความรู้จัก _พังผืด_ และ _โรคพังผืดทับเส้นประสาท

ทำความรู้จัก “พังผืด” และ “โรคพังผืดทับเส้นประสาท”

ก่อนที่เราจะไปเจาะลึกเรื่องโรคพังผืดทับเส้นประสาท เรามาทำความเข้าใจกับโครงสร้างที่เรียกว่า “พังผืด” กันก่อน เพราะความเข้าใจในจุดนี้จะช่วยให้เราเข้าใจสาเหตุและวิธีการรักษาได้ดีขึ้น

พังผืด คืออะไร? เกี่ยวข้องกับร่างกายของเราอย่างไร

พังผืด (Fascia) คือเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่ห่อหุ้มกล้ามเนื้อ อวัยวะต่างๆ และโครงสร้างภายในร่างกาย มีลักษณะเป็นแผ่นบางๆ ที่มีความยืดหยุ่นและแข็งแรง พังผืดมีหน้าที่สำคัญในการรักษารูปร่างของอวัยวะ ช่วยให้กล้ามเนื้อเคลื่อนไหวได้อย่างราบรื่น และช่วยส่งผ่านแรงจากกล้ามเนื้อหนึ่งไปยังอีกกล้ามเนื้อหนึ่ง เมื่อพังผืดมีปัญหา เช่น การอักเสบ หรือการหนาตัวผิดปกติ ก็จะส่งผลกระทบต่อการทำงานของอวัยวะและกล้ามเนื้อที่อยู่ใต้การห่อหุ้มนั้นๆ

โรคพังผืดทับเส้นประสาทที่ข้อมือ (Carpal Tunnel Syndrome) คืออะไร?

โรคพังผืดทับเส้นประสาทที่ข้อมือเป็นภาวะที่เส้นประสาทหลักของมือ (Median Nerve) ถูกกดทับบริเวณข้อมือ ในบริเวณนี้มีอุโมงค์เล็กๆ ที่เรียกว่า Carpal Tunnel ซึ่งเป็นช่องทางที่เส้นประสาทและเส้นเอ็นต้องผ่าน เมื่อพังผืดในบริเวณนี้หนาตัวขึ้นหรือเกิดการอักเสบ จะทำให้อุโมงค์นี้แคบลง ส่งผลให้เส้นประสาทถูกกดทับ และเกิดอาการต่างๆ ตามมา สถานการณ์นี้เปรียบเสมือนท่อน้ำที่ถูกบีบจากภายนอก ทำให้น้ำไหลผ่านได้น้อยลง

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของโรคพังผืดทับเส้นประสาท

การเข้าใจสาเหตุของโรคพังผืดทับเส้นประสาทจะช่วยให้เราป้องกันและดูแลตนเองได้ดีขึ้น โดยสาเหตุหลักมาจากการใช้มือและข้อมือในท่าทางผิดปกติหรือการใช้งานซ้ำๆ เป็นเวลานาน ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ ดังนี้

ปัจจัยจากการทำงาน:

  • การทำงานกับคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานโดยไม่มีการพักผ่อน
  • การใช้เมาส์หรือพิมพ์งานในท่าทางที่ข้อมือต้องงอหรือเอียงเป็นเวลานาน
  • การทำงานที่ต้องใช้แรงกับมือซ้ำๆ เช่น การใช้เครื่องมือสั่นสะเทือน
  • การทำงานประกอบชิ้นส่วนหรือการขับรถเป็นเวลานาน
  • การทำงานโดยการใช้งานมือและข้อมือในท่าทางไม่ถูกต้องเป็นเวลานาน กลุ่มนี้มีโอกาสเสี่ยงเป็นออฟฟิศซินโดรม ร่วมด้วย

ปัจจัยด้านร่างกาย:

  • เพศหญิงมีความเสี่ยงสูงกว่าเพศชาย เนื่องจากขนาดของอุโมงค์ข้อมือที่เล็กกว่า
  • ผู้ที่มีโรคเบาหวาน โรคไทรอยด์ โรคไตเรื้อรัง หรือโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์
  • ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์หรือวัยหมดประจำเดือน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนที่ทำให้เนื้อเยื่อบวมได้ง่าย
อาการของโรคพังผืดทับเส้นประสาท สังเกตได้อย่างไร

อาการของโรคพังผืดทับเส้นประสาท สังเกตได้อย่างไร?

การรู้จักอาการของโรคพังผืดทับเส้นประสาทจะช่วยให้เราสามารถตรวจจับปัญหาได้ในระยะเริ่มต้น ซึ่งจะทำให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น อาการของโรคนี้มักจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นตามระยะเวลา

อาการระยะเริ่มต้น 

ในระยะแรก ผู้ป่วยจะรู้สึกชาปลายนิ้วโป้ง นิ้วชี้ นิ้วกลาง และครึ่งหนึ่งของนิ้วนาง โดยเฉพาะในช่วงกลางคืนหรือตอนเช้า อาการปวดแปลบหรือเสียวซ่าเหมือนไฟฟ้าช็อต มักจะดีขึ้นเมื่อเขย่ามือ หลายคนต้องตื่นมาเขย่ามือกลางคืนเพื่อบรรเทาอาการชา

อาการเมื่อรุนแรงขึ้น

เมื่อโรครุนแรงขึ้น อาการชาจะเป็นตลอดเวลา การใช้นิ้วโป้งไม่คล่องแคล่ว การจับของเล็กๆ เช่น เหรียญ หรือติดกระดุมเสื้อทำได้ยาก ในระยะรุนแรง กล้ามเนื้อบริเวณโคนนิ้วโป้งจะลีบ ทำให้ฝ่ามือแบนลงและมีปัญหาในกิจกรรมประจำวัน

วิธีทดสอบอาการเบื้องต้นด้วยตัวเอง (Phalen’s Test)

การทดสอบ Phalen’s Test เป็นวิธีง่ายๆ ที่สามารถทำได้ด้วยตัวเองเพื่อประเมินความเป็นไปได้ของโรคพังผืดทับเส้นประสาท โดยให้นำหลังมือทั้งสองข้างมาชิดกัน แล้วกดให้ข้อมือโค้งลงมากที่สุด ค้างไว้เป็นเวลา 1 นาที

หากในระหว่างการทดสอบรู้สึกชา เสียวซ่า หรือปวดแปลบบริเวณนิ้วโป้ง นิ้วชี้ นิ้วกลาง และครึ่งหนึ่งของนิ้วนาง ถือว่าผลการทดสอบเป็นบวก ซึ่งแสดงว่าอาจมีปัญหาเรื่องเส้นประสาทถูกกดทับบริเวณข้อมือ อย่างไรก็ตาม การทดสอบนี้เป็นเพียงการประเมินเบื้องต้นเท่านั้น หากมีอาการควรปรึกษาแพทย์เพื่อการตรวจและวินิจฉัยที่แม่นยำ

แนวทางการรักษาโรคพังผืดทับเส้นประสาท

ปัจจุบันมีแนวทางการรักษาโรคพังผืดทับเส้นประสาทหลากหลายวิธี โดยวิธีรักษาเส้นประสาทแต่ละแบบจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการและระยะเวลาที่เป็นโรค แพทย์จะเริ่มจากวิธีรักษาเส้นประสาทที่ไม่รุกรานก่อน และค่อยๆ เพิ่มความเข้มข้นของการรักษาตามความจำเป็น

การฉีดน้ำเลาะพังผืด (Hydrodissection) ไม่ต้องผ่าตัด

การฉีดน้ำเลาะพังผืด หรือ Hydrodissection เป็นเทคนิคการรักษาที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูง โดยใช้การฉีดน้ำเกลือหรือน้ำยาพิเศษเข้าไปเลาะแยกเนื้อเยื่อที่เกาะติดกันบริเวณที่เส้นประสาทถูกกดทับ วิธีนี้ช่วยให้เส้นประสาทมีพื้นที่ในการเคลื่อนไหวมากขึ้น และลดแรงกดทับ

ขั้นตอนการรักษาจะใช้การตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasound) เพื่อช่วยนำทางในการฉีดให้แม่นยำ การรักษาแบบนี้มีข้อดีคือไม่ต้องผ่าตัด ลดความเสี่ยงและเวลาในการฟื้นตัว ผู้ป่วยสามารถกลับไปทำกิจกรรมประจำวันได้เร็ว และมีอัตราความสำเร็จในการรักษาค่อนข้างสูง

ที่ PYONG Rehabilitation Clinic เรามีการรักษาด้วยเทคนิค Hydrodissection โดยแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู พร้อมกับการใช้เทคโนโลยีการตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงเพื่อเพิ่มความแม่นยำในการรักษา

วิธีป้องกันและดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากโรค

การป้องกันโรคพังผืดทับเส้นประสาทเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะการป้องกันง่ายกว่าการรักษา และสามารถทำได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันเล็กน้อย

สำหรับคนทำงานออฟฟิศ:

  • จัดโต๊ะทำงานให้เหมาะสม โดยให้ข้อมืออยู่ในแนวตรงไม่ต้องงอหรือเอียง
  • ใช้ที่รองข้อมือขณะพิมพ์หรือใช้เมาส์
  • หยุดพักทุก 30-60 นาทีเพื่อยืดเส้นยืดสาย
  • ออกแบบท่าการทำงานที่ไม่ให้ข้อมือต้องรับน้ำหนักมากเกินไป

การออกกำลังกายและดูแลตนเอง:

  • ออกกำลังกายเบาๆ เฉพาะข้อมือและนิ้วมือเป็นประจำ
  • การหมุนข้อมือ การยืดนิ้วมือ และการบีบลูกบอลเล็กๆ
  • สวมสายรัดข้อมือเมื่อต้องทำกิจกรรมที่ใช้มือมาก
  • เพิ่มความยืดหยุ่นและลดความตึงของเส้นเอ็นอย่างสม่ำเสมอ

สรุป

โรคพังผืดทับเส้นประสาทเป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะในกลุ่มคนทำงานออฟฟิศที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน หากสังเกตอาการชาปลายนิ้ว ปวดข้อมือ หรือรู้สึกอ่อนแรงในการใช้มือ ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ เพราะยิ่งปล่อยนานอาการจะรุนแรงมากขึ้น การรักษาในปัจจุบันมีหลายวิธี ตั้งแต่การใช้ยา การทำกายภาพบำบัด ไปจนถึงเทคนิคใหม่อย่างการฉีดน้ำเลาะพังผืดที่ไม่ต้องผ่าตัด

การดูแลตนเองโดยการปรับท่าทางการทำงาน การพักผ่อนสม่ำเสมอ และการออกกำลังกายเฉพาะข้อมือเป็นวิธีการป้องกันที่ดีที่สุด หากมีอาการควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อการวินิจฉัยและรักษาที่เหมาะสม ที่ PYONG Rehabilitation Clinic เรามีแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูพร้อมให้บริการรักษาด้วยเทคนิคทันสมัย เพราะการรักษาในระยะเริ่มต้นจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าและป้องกันภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว

📞 ติดต่อสอบถามหรือจองคิวนัดหมาย: 097-468-7990

💬  Line Official: @pyongrehab

ทีมแพทย์จาก PYONG REHABILITATION

นายแพทย์กันตพงศ์ ทองรงค์

อาจารย์นายแพทย์กันตพงศ์ ทองรงค์ (แพทย์เปียง หรือหมอเปียง) เป็นแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟู (Rehabilitation Medicine) ผู้มีความสนใจในการดูแลรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยที่มีปัญหาการเคลื่อนไหว อาการปวด การบาดเจ็บจากกีฬา และความผิดปกติของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ

ปัจจุบันดำรงตำแหน่งอาจารย์  คณะแพทยศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง และแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟูประจำ ณ โรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร

ความรู้สุขภาพ
Lannalynn Thipkwan

ท่าแนะนำสำหรับนั่งในรถ

การใช้เวลาบนรถนานๆ อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพไม่ต่างจากการนั่งทำงาน แต่เราสามารถลดความเสี่ยงและอาการปวดเมื่อยได้ด้วยการ “ปรับ 5 จุดสำคัญ” ทั้งระยะห่างเบาะ ความเอียงพนักพิง (100-110 องศา) ความสูงหมอนรองศีรษะ ระดับเบาะนั่ง และองศาพวงมาลัยให้สัมพันธ์กันเพื่อลดการเกร็งกล้ามเนื้อ ที่สำคัญต้องควบคู่ไปกับการปรับกระจกมองข้างให้ทัศนวิสัยชัดเจน และควรจอดพักเพื่อยืดเส้นยืดสายเป็นระยะเพื่อถนอมร่างกายให้พร้อมลุยทุกเส้นทาง

อ่านต่อ »

Discover more from PYONG Rehabilitation Clinic & Penthouse

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading

WhatsApp

Messenger

Line

Call

Email

Map

รับคำปรึกษา หรือ นัดพบแพทย์

ยินดีดูแลให้คำปรึกษาทุกวัน เวลา 10.00 – 20.00 น.

 L Floor, Gaysorn Village

รักษาอาการปวดด้วยเทคนิค
เฉพาะทางเวชศาสตร์ฟื้นฟู

จันทร์ – ศุกร์ 16.30 – 20.00 น.

เสาร์ – อาทิตย์ 10.00 – 20.00 น.

11th Floor, Gaysorn Tower

ฟื้นฟูผู้ป่วยและผู้สูงอายุโรคระบบประสาทและสมอง

ทุกวัน 10.00 – 20.00 น.

Pain Management
Advanced Injection
Screening

Muscles and Sport

Brain Stimulation

Robotics and Motion