Brain Wave Analysis and Training ที่ PYONG Rehabilitation Penthouse
การวิเคราะห์และฝึกคลื่นสมอง (Brainwave Analysis and Training) เป็นแนวทางการฟื้นฟูสมองที่ผสมผสานเทคโนโลยีและการแพทย์เข้าด้วยกัน โดยเฉพาะที่ PYONG Rehabilitation Penthouse (เกษรทาวเวอร์ ชั้น 11, BTS ชิดลม) เราเลือกใช้เครื่องมือ BrainWave Analysis and training รุ่นล่าสุด เพื่อช่วยให้ผู้ที่มีปัญหาด้านการรับรู้ ความจำ สมาธิ หรือผู้สูงอายุที่ต้องการป้องกันภาวะสมองเสื่อม ได้รับการฟื้นฟูอย่างปลอดภัยและตรงตามความต้องการ
บริการนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแลสมองเชิงป้องกัน ฟื้นฟูหลังโรคหลอดเลือดสมอง หรือเสริมทักษะการจดจ่อและการรับรู้ โดยมีแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูและทีมสหวิชาชีพดูแลใกล้ชิด
การวิเคราะห์และฝึกคลื่นสมองคืออะไร?
การวิเคราะห์และฝึกคลื่นสมอง คือกระบวนการตรวจจับและประเมินการทำงานของคลื่นสมองผ่านอุปกรณ์ตรวจจับสัญญาณ จากนั้นนำข้อมูลไปใช้เพื่อการฝึกและกระตุ้นสมองอย่างเหมาะสม จุดประสงค์คือช่วยให้สมองเกิดความสมดุลระหว่างภาวะตื่นตัวและการผ่อนคลาย ทำให้ผู้เข้ารับบริการมีสมาธิและการรับรู้ที่ดีขึ้น
โดยทั่วไปการฝึกจะใช้ร่วมกับกิจกรรมเสริม เช่น VR ฝึกสมาธิ เกมฝึกจดจ่อ หรือดนตรีบำบัด ซึ่งเป็นวิธีที่ไม่เจ็บตัวและปลอดภัย
ทำไมควรเลือกการฝึกคลื่นสมองที่ PYONG Rehabilitation
ที่ PYONG Rehabilitation Penthouse เราเน้นการดูแลแบบแพทย์นำทีม (Physician-led care) ทุกขั้นตอนมีการประเมินโดยแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู ก่อนจะออกแบบแผนฟื้นฟูเฉพาะบุคคล
ข้อแตกต่างสำคัญ คือ เราเลือกใช้เทคโนโลยี Brain Wave Analysis and Training รุ่นล่าสุด ที่มีคุณสมบัติอันได้แก่
สามารถตรวจจับคลื่นสมองได้ละเอียด ทั้ง6 คลื่นสมอง อันได้แก่
- 1)คลื่นGamma ทีมีอิทธิพลในช่วงที่วิตกกังวล
- 2)คลื่น High Beta ที่มีอิทธิพลในช่วงที่ตึงเครียด
- 3)คลื่น Middle Beta ที่มีอิทธิพลในช่วงที่มีการคิดโดยใช้ตรรกะ
- 4)คลื่น Low Beta ที่มีอิทธิพลเมื่อมีการรับรู้สิ่งรอบตัว
- 5)คลื่น Alpha ที่มีอิทธิพลเมื่อผ่อนคลายหรือระหว่างการทำสมาธิ
- 6)คลื่น Theta ที่มีอิทธิพลขณะหลับซึ่งหากมีมากเกินไปอาจเป็นตัวบ่งชี้ภาวะซึมเศร้าและอ่อนล้า
เพื่อประเมินคะแนนความเครียดของสมองและร่างกาย รวมถึงคะแนนการจัดการภาระของสมองและคะแนนคุณภาพของการพักผ่อน
- สามารถใช้วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกและติดตามบันทึกผลความเปลี่ยนแปลงของสมองได้อย่างแม่นยำ
Brain Training Systemของเรา มีโปรแกรมการฝึกมากกว่า 7 โหมดที่รวบรวมรูปแบบการฝึกกว่า 100 รูปแบบ
ได้แก่
- โหมดฝึกสมาธิเพื่อผ่อนคลายสมองโดยใช้เสียงบรรยากาศธรรมชาติ (Neurofeedback Meditation)
- โหมดโปรแกรมฝึกสมาธิและการจดจ่อ (MBSR Meditation)
- โหมดการผ่อนคลายสมองด้วยทฤษฎีสี (Coloring Therapy)
- โหมดการฝึกเพื่อผ่อนคลายร่างกายและสมอง(Gymnastics)
- โหมดเกมเพื่อการจดจ่อ(Concentration)
- โหมดเกมเพื่อฝึกสมองซีกซ้ายและขวา (Brain)
- โหมดการฝึกหายใจ(Breathing)
เมื่อเปรียบเทียบกับวิธีอื่น เช่น โปรแกรมฝึกสมองทั่วไปที่ไม่มีการวัดผลจากคลื่นสมอง หรือการทำกิจกรรมฝึกเพียงด้านเดียว การทำ ฺBrain Analysis and Training ที่ PYONG ทำให้เราสามารถ “เห็น” การตอบสนองของสมองจริง และปรับการฝึกได้แม่นยำยิ่งขึ้น
📞 ติดต่อสอบถามหรือจองคิวนัดหมาย: 0885890935
💬 Line Official: @pyongrehab
กระบวนการทำงานของการฝึกคลื่นสมอง
- ประเมินสมอง – แพทย์ใช้เครื่องมือ Brain Analysis ตรวจจับคลื่นสมองในภาวะต่าง ๆ
- วิเคราะห์ข้อมูล – นำข้อมูลเข้าสู่ระบบ Brain Analysis and Training system เพื่อสร้างโปรไฟล์การทำงานสมอง
- ออกแบบการฝึก – แพทย์และนักกิจกรรมบำบัดจะเลือกโปรแกรมฝึกสมองเฉพาะบุคคลจากโหมดการฝึกทั้ง 7 โหมด 100 รูปแบบให้เหมาะสมกับเป้าหมายการรักษาของคนไข้
- ลงมือฝึก – ผู้ป่วยเข้าร่วมกิจกรรม โดยแพทย์และทีมฟื้นฟูติดตามอย่างใกล้ชิด
- ติดตามผล – ประเมินซ้ำเป็นระยะ เพื่อปรับแผนการฝึกให้เหมาะสม
ในแต่ละเซสชัน ผู้เข้ารับบริการอาจรู้สึกผ่อนคลาย จดจ่อ หรือมีความท้าทายในการฝึกเล็กน้อย แต่ไม่เจ็บหรือเป็นอันตราย
ภาวะที่เหมาะกับการฝึกคลื่นสมอง
- ภาวะสมาธิสั้น หรือขาดสมาธิ
- ปัญหาความจำระยะสั้น/ระยะยาว
- ภาวะสมองเสื่อมระยะแรก
- การฟื้นฟูหลังโรคหลอดเลือดสมอง
- ภาวะวิตกกังวล นอนไม่หลับ
- ความเครียดจากการทำงาน
- ภาวะซึมเศร้าระดับเบา
- ผู้สูงอายุที่ต้องการชะลอการเสื่อมของสมอง
- ผู้ที่ต้องการเสริมสมาธิและการจดจ่อ
- บุคคลทั่วไปที่ต้องการพัฒนาสมองเชิงป้องกัน
งานวิจัยสนับสนุนการฝึกคลื่นสมอง
งานวิจัยหลายฉบับชี้ให้เห็นว่า การใช้การฝึกคลื่นสมองร่วมกับกิจกรรมเสริม อาจช่วยเพิ่มการทำงานของสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับความจำ สมาธิ และการควบคุมอารมณ์ เช่น
- การฝึกคลื่นสมองแบบ Neurofeedback พบว่าสามารถช่วยเสริมสมาธิในเด็กและผู้ใหญ่บางกลุ่ม
- การกระตุ้นสมองผ่านเกมมีรายงานว่าส่งผลดีต่อความจำและการรับรู้ของผู้สูงอายุ
- งานวิจัยด้านดนตรีบำบัดชี้ว่าดนตรีสามารถกระตุ้นวงจรสมองที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์และการเรียนรู้
ถึงแม้ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล แต่ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนว่าแนวทางดังกล่าวมีศักยภาพในการช่วยสนับสนุนสุขภาพสมอง
📞 ติดต่อสอบถามหรือจองคิวนัดหมาย: 0885890935
💬 Line Official: @pyongrehab
ควรฝึกบ่อยแค่ไหน?
โดยทั่วไป แนะนำให้เริ่มฝึก สัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง และทำต่อเนื่องอย่างน้อย 4–6 สัปดาห์ เพื่อให้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม แพทย์จะเป็นผู้วางแผนความถี่และรูปแบบที่เหมาะกับแต่ละคน
ควรคาดหวังผลลัพธ์เมื่อไร?
- ระยะสั้น: หลายคนรู้สึกผ่อนคลายขึ้นหลังการฝึกครั้งแรก หรือมีสมาธิมากขึ้นภายใน 1–2 สัปดาห์
- ระยะยาว: การพัฒนาด้านความจำ การรับรู้ และสมาธิ มักเห็นชัดขึ้นเมื่อฝึกต่อเนื่อง 1–2 เดือน
ความปลอดภัยและข้อควรระวัง
การฝึกคลื่นสมองด้วย Omnifit ถือว่าเป็นเทคโนโลยีที่ไม่รุกราน ไม่เจ็บตัว และมีความปลอดภัยสูง อย่างไรก็ตาม ทีมแพทย์ที่ PYONG Rehabilitation จะทำการประเมินก่อนเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าเหมาะสมกับผู้เข้ารับบริการแต่ละราย
📞 ติดต่อสอบถามหรือจองคิวนัดหมาย: 0885890935
💬 Line Official: @pyongrehab
ค่าใช้จ่าย
ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นที่ 4,600 บาท โดยราคาที่แน่นอนขึ้นอยู่กับจำนวนครั้งและรูปแบบการฝึก แพทย์จะทำการประเมินและแนะนำแพ็กเกจที่เหมาะสมที่สุดให้
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- การฝึกคลื่นสมองเหมาะกับใคร?
เหมาะกับทั้งผู้สูงอายุ ผู้ที่ฟื้นฟูหลังสโตรก หรือผู้ที่ต้องการพัฒนาสมาธิและความจำ - เจ็บไหม?
ไม่เจ็บ เป็นการตรวจและฝึกที่ไม่รุกราน - ต้องฝึกกี่ครั้งถึงจะเห็นผล?
ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล โดยทั่วไป 4–6 สัปดาห์จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลง - มีผลข้างเคียงหรือไม่?
โดยทั่วไปไม่มีผลข้างเคียงรุนแรง แต่แพทย์จะประเมินความเหมาะสมก่อนเสมอ - ต่างจากการฝึกสมองทั่วไปอย่างไร?
Omnifit ใช้การวัดคลื่นสมองจริง ทำให้ปรับการฝึกได้แม่นยำและเฉพาะบุคคลมากกว่า
การเลือกสถานที่รักษาอาการปวดและโรคทางสมองจากคลินิกที่ดูแลโดยทีมแพทย์เฉพาะทางที่มีความเชี่ยวชาญอย่าง PYONG Rehabilitation Clinic และ PYONG Rehabilitation Penthouse จะช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสฟื้นตัวและกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้อย่างรวดเร็ว สำหรับใครที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่
You must be logged in to post a comment.