[rank_math_breadcrumb]

ทำไมกระดูกหักง่าย? อาจเป็นสัญญาณจากกระดูกเปราะ​

สารบัญ

ทำไมกระดูกหักง่าย? อาจเป็นสัญญาณจากกระดูกเปราะ

ทำไมกระดูกหักง่าย?

กระดูกหักง่ายอาจเป็นสัญญาณของโรคกระดูกเปราะ การหกล้มหรือกระแทกเพียงเล็กน้อย แล้ว “กระดูกหัก” อย่างง่ายดาย คงไม่ใช่เรื่องปกติแต่อาจเป็นสัญญาณเตือนของอาการกระดูกเปราะ หรือ โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis) ซึ่งเป็นภัยเงียบที่พบบ่อยแต่หลายคนไม่รู้ตัว จนกระดูกหักเสียก่อน โดยปกติมักพบมากในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย โรคนี้ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นในวัยกลางคนและผู้สูงอายุ แต่ก็สามารถพบได้ในวัยหนุ่มสาวเช่นกัน

โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis) คืออะไร?

โรคกระดูกพรุน หรือ Osteoporosis เป็นโรคที่ความหนาแน่นของเนื้อกระดูกน้อยลงจากการสะสมกระดูกน้อยเกินไปในขณะที่กำลังเจริญเติบโต  หรือมีการสูญเสียมวลกระดูกอย่างมากหลังจากเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว ทำให้กระดูกเปราะบางไม่สามารถรับน้ำหนักได้ และอาจเกิดการแตกหักตามมา 

ปัจจัย และ อาการของโรคกระดูกพรุน

ฮอร์โมน พันธุกรรม การใช้ยาบางชนิด โรคประจำตัว และการดำเนินชีวิตที่มีผลต่อการเกิดภาวะกระดูกพรุนได้เร็วขึ้น ซึ่งผู้ที่มีภาวะกระดูกพรุนจะมีอาการปวดเอว ปวดหลัง หรือมีอาการปวดกระดูกเรื้อรัง สามารถวินิจฉัยได้จากการตรวจความหนาแน่นของกระดูก BMD และตรวจประวัติ หากมีอาการปวดหลังเนื่องจาก การทรุดตัวของกระดูกสันหลัง มีประวัติกระดูกหัก และมีปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ อาจมีแนวโน้มเป็นโรคกระดูกพรุนค่อนข้างสูง

การรักษาโรคกระดูกพรุน

การรักษาโรคกระดูกพรุนจะเน้นการปรับพฤติกรรมเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงโรคกระดูกพรุน โดยกระตุ้นและส่งเสริมให้รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง ควบคู่ไปกับการรับประทานวิตามินดี เพื่อช่วยให้การดูดซึมแคลเซียมดีขึ้น การรับประทานยา และควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ที่สำคัญคือการออกกำลังกายเป็นประจำควบคู่ไปด้วย อย่างไรก็ตาม หากมีอาการดังที่กล่าวไปข้างต้น ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด เพื่อการรักษา และป้องกันการเกิดปัญหาที่จะตามมา

ทีมแพทย์จาก PYONG REHABILITATION

นายแพทย์กันตพงศ์ ทองรงค์

อาจารย์นายแพทย์กันตพงศ์ ทองรงค์ (แพทย์เปียง หรือหมอเปียง) เป็นแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟู (Rehabilitation Medicine) ผู้มีความสนใจในการดูแลรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยที่มีปัญหาการเคลื่อนไหว อาการปวด การบาดเจ็บจากกีฬา และความผิดปกติของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ

ปัจจุบันดำรงตำแหน่งอาจารย์  คณะแพทยศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง และแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟูประจำ ณ โรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร

ความรู้สุขภาพ
Lannalynn Thipkwan

ท่าแนะนำสำหรับนั่งในรถ

การใช้เวลาบนรถนานๆ อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพไม่ต่างจากการนั่งทำงาน แต่เราสามารถลดความเสี่ยงและอาการปวดเมื่อยได้ด้วยการ “ปรับ 5 จุดสำคัญ” ทั้งระยะห่างเบาะ ความเอียงพนักพิง (100-110 องศา) ความสูงหมอนรองศีรษะ ระดับเบาะนั่ง และองศาพวงมาลัยให้สัมพันธ์กันเพื่อลดการเกร็งกล้ามเนื้อ ที่สำคัญต้องควบคู่ไปกับการปรับกระจกมองข้างให้ทัศนวิสัยชัดเจน และควรจอดพักเพื่อยืดเส้นยืดสายเป็นระยะเพื่อถนอมร่างกายให้พร้อมลุยทุกเส้นทาง

อ่านต่อ »

Discover more from PYONG Rehabilitation Clinic & Penthouse

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading

WhatsApp

Messenger

Line

Call

Email

Map

รับคำปรึกษา หรือ นัดพบแพทย์

ยินดีดูแลให้คำปรึกษาทุกวัน เวลา 10.00 – 20.00 น.

 L Floor, Gaysorn Village

รักษาอาการปวดด้วยเทคนิค
เฉพาะทางเวชศาสตร์ฟื้นฟู

จันทร์ – ศุกร์ 16.30 – 20.00 น.

เสาร์ – อาทิตย์ 10.00 – 20.00 น.

11th Floor, Gaysorn Tower

ฟื้นฟูผู้ป่วยและผู้สูงอายุโรคระบบประสาทและสมอง

ทุกวัน 10.00 – 20.00 น.

Pain Management
Advanced Injection
Screening

Muscles and Sport

Brain Stimulation

Robotics and Motion