Bruce Willis และ การต่อสู้กับ FTD
Bruce Willis นักแสดงฮอลลีวูดชื่อดังเจ้าของฉายา “คนอึด” ที่แฟนหนังรู้จักกันดี ปัจจุบันกำลังต่อสู้อยู่กับอาการป่วยอย่าง FTD (Frontotemporal Dementia) หรือ “ภาวะสมองเสื่อมส่วนหน้า” ซึ่งเป็นอีกโรคที่พบได้น้อย และยากต่อการวินิจฉัย
จากช่วงเริ่มแรก Bruce Willis ถูกวินิจฉัยว่าเป็น Aphasia (ภาวะสูญเสียการใช้ภาษา) ก่อนที่แพทย์จะยืนยันการวินิจฉัยอย่างชัดเจนว่าเป็น FTD นั่นจึงเป็นตัวอย่างที่ทำให้เห็นว่า โรคนี้วินิจฉัยได้ยากในระยะแรก และมักเริ่มต้นจากปัญหาด้านการสื่อสารหรือพฤติกรรม มากกว่าความจำ
FTD (Frontotemporal Dementia) หรือ "ภาวะสมองเสื่อมส่วนหน้า" คืออะไร?
FTD เป็นโรคสมองเสื่อมชนิดหนึ่งที่พบได้น้อยกว่าอัลไซเมอร์ และมักเกิดขึ้นในช่วงอายุ 40-60 ปี เกิดจากการเสื่อมและฝ่อลงของเซลล์ประสาท บริเวณสมองส่วนหน้า (Frontal Lobes) ซึ่งควบคุมพฤติกรรม บุคลิกภาพ การตัดสินใจ และสมองส่วนขมับ (Temporal Lobes) ที่ควบคุมความเข้าใจและการใช้ภาษา
ความแตกต่างของ FTD กับ อัลไซเมอร์ คือระยะเริ่มต้นของอาการ โดยอัลไซเมอร์มักเริ่มจาก “ความจำ” แต่ FTD มักเริ่มจาก 1 ใน 2 ด้าน ได้แก่
- พฤติกรรม (Behavioral Variant) : เป็นอาการที่พบบ่อยที่สุด ผู้ป่วยอาจมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป เช่น เฉยเมย (Apathy) ไม่สนใจคนรอบข้าง หรือในทางตรงกันข้าม คือมีพฤติกรรมก้าวร้าว ขาดความยับยั้งชั่งใจ ทำสิ่งที่ไม่เหมาะสมในที่สาธารณะ
- ภาษา (Language Variant): หรือที่เรียกว่า PPA (Primary Progressive Aphasia) ผู้ป่วยจะเริ่มมีปัญหานึกคำพูดไม่ออก พูดติดขัด หรือไม่เข้าใจความหมายของคำศัพท์
การรักษาและรับมือกับสมองส่วนหน้า
FTD เป็นโรคที่อาการจะแย่ลงเรื่อย ๆ (Progressive) ในระยะแรกอาจมีเพียงการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย แต่อาการจะชัดเจนขึ้นจนกระทบการทำงาน การเข้าสังคม และในระยะท้าย ผู้ป่วยอาจมีปัญหาการเคลื่อนไหวคล้ายโรคพาร์กินสัน และต้องการการดูแล 24 ชั่วโมง
ปัจจุบัน FTD ยังไม่มียารักษาให้หายขาด การดูแลจึงมุ่งเน้นไปที่การประคับประคองอาการและรักษาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและผู้ดูแล
ในด้านการดูแลการใช้ชีวิต การสร้างกิจวัตรประจำวันที่ชัดเจนและสม่ำเสมอจะช่วยลดความสับสนและสร้างความมั่นคงทางจิตใจให้ผู้ป่วย ควบคู่ไปกับการสื่อสารที่ต้องปรับเปลี่ยน โดยพูดช้าๆ ชัดๆ ใช้ประโยคง่ายๆ และให้เวลาผู้ป่วยในการนึกคำ นอกจากนี้ สภาพแวดล้อมภายในบ้านต้องปลอดภัย ลดสิ่งกีดขวาง และลดสิ่งกระตุ้นที่อาจทำให้ผู้ป่วยสับสนหรือก้าวร้าว
สำหรับวิธีรับมือเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรม สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำความเข้าใจ ผู้ดูแลต้องย้ำเตือนตัวเองเสมอว่า พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมนั้น “เป็นอาการของโรค” ไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของผู้ป่วย ดังนั้น การโต้เถียงหรือใช้เหตุผลมักไม่ได้ผล วิธีที่ดีกว่าคือการใช้ “การเบี่ยงเบนความสนใจ” (Redirection) โดยชวนไปทำกิจกรรมอื่นแทนการตำหนิ
สุดท้ายนี้ สิ่งที่ต้องระวังอย่างยิ่งคือ Caregiver Burnout หรือภาวะหมดไฟของผู้ดูแล การดูแลผู้ป่วย FTD มีความเครียดสูงมาก ทำให้ผู้ดูแลเสี่ยงต่อภาวะนี้อย่างยิ่ง ผู้ดูแลจึงอย่าแบกรับไว้คนเดียว ต้องกล้าขอความช่วยเหลือจากคนในครอบครัว เพื่อน หรือกลุ่มผู้ให้คำปรึกษา และที่สำคัญคือต้องหาเวลาพักให้ตัวเอง เพื่อฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจ เพราะ “คุณต้องดูแลตัวเองให้ดีก่อน ถึงจะมีแรงไปดูแลคนที่คุณรักได้”
FTD (Frontotemporal Dementia) หรือ “ภาวะสมองเสื่อมส่วนหน้า” ถือเป็นโรคที่สร้างความท้าทายทั้งกับตัวผู้ป่วยเอง และผู้ดูแล ซึ่งต้องเข้าใจวิธีการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมาก
ที่ PYONG Rehabilitation Clinic เรามีบริการด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูระบบประสาท (Neurorehabilitation) โดยทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญ ที่สามารถให้คำปรึกษาและช่วยวางแผนการดูแลแบบบูรณาการ เพื่อบรรเทาอาการผู้ป่วย และช่วยลดภาระของผู้ดูแล
- ประเมินและฟื้นฟูการสื่อสาร: วางแผนรับมือภาวะ Aphasia (สูญเสียการใช้ภาษา) และปัญหาด้านพฤติกรรม ด้วยนักแก้ไขการพูด (Speech Therapist)
- ให้คำแนะนำผู้ดูแล (Caregiver Support): สอนเทคนิคการสื่อสารที่ถูกต้อง วิธีรับมือการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรม และการจัดสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย (ป้องกัน Caregiver Burnout)
- ดูแลแบบองค์รวม: เน้นการฟื้นฟูระบบประสาท (Neurorehabilitation) เพื่อประคองอาการ และชะลอความเสื่อมถอย รวมถึงดูแลปัญหาการเคลื่อนไหว (ภาวะแข็งเกร็ง) ที่อาจเกิดขึ้นในระยะท้าย
LINE @pyongrehab
Clinic 097-468-7990
Penthouse 088-589-0935



You must be logged in to post a comment.