ค่าบริการ
ทั้งนี้ แผนการรักษาที่เหมาะสมจะถูกพิจารณาโดยแพทย์หลังการประเมิน เพื่อให้สอดคล้องกับผู้รับบริการและเป้าหมายการรักษา
กระตุ้นสมองด้วยไฟฟ้ากระแสตรง⎮tDCS ที่ เปียง รีแฮบบิลิเทชั่น
หัวข้อเนื้อหา
tDCS (Transcranial Direct Current Stimulation) คือเทคโนโลยีการส่งไฟฟ้ากระแสตรงอย่างอ่อนผ่านอิเล็กโทรดบนหนังศีรษะ เพื่อ “กระตุ้น/ลดทอน” การทำงานของสมอง จุดประสงค์เพื่อปรับสภาพแวดล้อมของเซลล์ประสาทให้สมองสามารถ “เรียนรู้ได้ง่ายขึ้น” จึงมักใช้ ร่วมกับการทำกายภาพ การฝึกคิด ฝึกภาษา หรือโปรแกรมฟื้นฟูอื่น เหมาะกับผู้ที่ต้องการเสริมการฟื้นตัวหลังสโตรก ผู้มีปัญหาอารมณ์และการนอน หรือผู้มีอาการปวดจากระบบประสาทบางชนิด
ที่ PYONG Rehabilitation Penthouse (เกษรทาวเวอร์ ชั้น 11 ใกล้ BTS ชิดลม) การรักษาทุกขั้นตอนดูแลโดยแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู พร้อมทีมสหวิชาชีพ และอยู่ในแผนฟื้นฟูส่วนบุคคลตามเป้าหมายของแต่ละท่าน
tDCS คืออะไร
tDCS เป็นเทคโนโลยีการกระตุ้นด้วยไฟฟ้าสำหรับความผิดปกติของสมอง (Neuromodulation) ใช้กระแสไฟฟ้าคงที่ระดับ 1-2 มิลลิแอมป์ ผ่านอิเล็กโทรดที่วางบนศีรษะ จุดเด่นคือ ความปลอดภัยสูง มีผลข้างเคียงน้อย เช่น คัน ระคายผิวหนังใต้แผ่นอิเล็กโทรด หรืออาการจากระบบประสาท หลังทำtDCS สามารถใช้ชีวิตตามปกติได้
การออกฤทธิ์ของ tDCS ไม่ได้ “บังคับ” การทำงานของสมองทันที แต่จะปรับเกณฑ์การยิงสัญญาณของเซลล์ประสาท ให้ตอบสนองต่อการฝึกและการฟื้นฟูได้ดีขึ้น จึงนิยมใช้เป็น “การฟื้นฟูเสริม” ควบคู่กับการกายภาพบำบัด การฟื้นฟูการพูด การคิดอ่าน-จดจำ หรือโปรแกรมฟื้นฟูจิตใจ/การนอน ทั้งนี้ tDCS แตกต่างจาก TMS (Transcranial Magnetic Stimulation) ที่ใช้สนามแม่เหล็กแรงสูง— PYONG Rehabilitation ใช้ทั้งสองเทคโนโลยีตามความเหมาะสมของแต่ละภาวะสมอง โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมิน เลือกตำแหน่งกระตุ้น และดูแลความปลอดภัยตลอดกระบวนการ
tDCSมีความปลอดภัยเมื่อใช้ตามมาตรฐานและระวังข้อห้ามเฉพาะรายบุคคล. (PMC)

ทำไมจึงควรทำ tDCS ที่ PYONG Rehabilitation
- เครื่อง tDCS ที่ PYONG Rehabilitation เลือกใช้เป็น tDCS รุ่นที่ได้มาตรฐานระดับสากลรองรับโดยสหภาพยุโรป มีแอพพลิเคชั่นที่ช่วยติดตามบันทึกผลข้อมูล มีขั้วอิเล็กโทรดตั้งแต่ 2-16 ช่องทาง (เมื่อเทียบกับ tDCS ทั่วไปที่มีขั้วอิเล็กโทรด 2 ช่องทาง ) เพิ่มความแม่นยำในการฟื้นฟูสูงสุด และได้รับรางวัลการวิจัยจาก Translation Research Award
- แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูร่วมกับนักกายภาพบำบัดกำกับดูแลทุกขั้นตอน ตั้งแต่ขั้นตอนประเมิน วางตำแหน่งอิเล็กโทรด กำหนดแผนการรักษา ไปจนถึงการติดตามผล
- แผนเฉพาะบุคคลแบบบูรณาการ จับคู่ tDCS กับกายภาพบำบัด กิจกรรมบำบัด การฝึกภาษา/การคิด และโปรแกรมบำบัดจิตใจ/บำบัดการนอนที่ตรงเป้าหมาย
- เทคโนโลยีครบวงจร เมื่อแพทย์ประเมินว่าเหมาะสม สามารถใช้ tDCS ควบคู่กับ TMS หรือเทคนิคอื่นร่วมกันตามเป้าหมายของผู้ป่วย
- ทำเลสะดวกใจกลางกรุงเทพฯ ที่ PYONG Rehabilitation Penthouse – อาคารเกษรทาวเวอร์ ชั้น 11 (BTS ชิดลม) พร้อมสิ่งแวดล้อมที่เหมาะต่อการฝึกอย่างต่อเนื่อง
- มาตรฐานความปลอดภัยและการสื่อสารชัดเจน ประเมินและอธิบายความคาดหวังอย่างเป็นธรรม ไม่อวดอ้างผลลัพธ์
tDCS ทำงานอย่างไร
หลักการคือ การปรับศักย์ไฟฟ้าของเยื่อหุ้มเซลล์ประสาท ในบริเวณที่วางอิเล็กโทรด โดยจะมีประเภทของการปรับศักย์ไฟฟ้าสองประเภทได้แก่
- Anodal tDCS ช่วยทำให้เซลล์ประสาท “ไวต่อการยิงสัญญาณขึ้น”
- Cathodal tDCS ช่วย “ลดความไวต่อการยิงสัญญาณ ” ของเซลล์ประสาทลงเล็กน้อย
ผลรวมคือการเอื้อให้เกิด ความยืดหยุ่นของสมอง (neuroplasticity) ขณะเราฝึกทักษะหรือการทำกายภาพบำบัด ส่งผลให้การเรียนรู้ของสมองมีประสิทธิภาพขึ้น
ขั้นตอนการให้บริการ (Step-by-step):
- ซักประวัติ ตรวจร่างกาย/ระบบประสาทและสมอง และกำหนดเป้าหมายการฟื้นฟูโดยแพทย์
- วางตำแหน่งอิเล็กโทรดตามเป้าหมาย (เช่น บริเวณมอเตอร์คอร์เทกซ์/พรีฟรอนทอล)
- ปรับค่ากระแส (โดยทั่วไป 1–2 มิลลิแอมป์)และเวลา (20–30 นาที/ครั้ง)
- ระหว่างการกระตุ้น อาการที่สามารถพบได้ คือรู้สึกอุ่นรู้สึก ยิบๆ คันเล็กน้อยใต้แผ่นอิเล็กโทรด
- ทำtDCS ควบคู่กับการฝึก (เดิน มือแขน ภาษา การคิด หรือโปรแกรมจิตใจ/การนอน)
- ประเมินผลทุกสัปดาห์และปรับตำแหน่ง/พารามิเตอร์ตามความก้าวหน้าของการฝึก
แนวทางทั่วไปของพารามิเตอร์คือ (1–2 มิลลิแอมป์, 20–30 นาที ต่อครั้ง หลายครั้งต่อสัปดาห์) ใช้แพร่หลายในการศึกษาทางคลินิก. (PMC, Frontiers)
อาการ/ภาวะที่เหมาะกับ tDCS
- ฟื้นฟูการเคลื่อนไหวหลังภาวะสโตรก (แขน มือ เดิน)
- ปัญหาการพูด/ภาษา หรือความคิดความจำหลังโรคหลอดเลือดสมอง
- อารมณ์ผิดปกติ เช่น ภาวะซึมเศร้า/วิตกกังวล (ใช้เสริมการรักษาหลัก)
- ปวดเรื้อรังจากระบบประสาท (เช่น ปวดหลังเรื้อรัง, ไมเกรนบางชนิด)
- ภาวะนอนไม่หลับ/นอนหลับคุณภาพไม่ดี
- ภาวะลมชักที่ดื้อการรักษา (บางกรณีภายใต้การดูแลเฉพาะทาง)
- Long COVID ที่มีอ่อนล้า/สมาธิลดลง (คัดกรองรายบุคคล)
- ภาวะการเรียนรู้/ความสนใจบกพร่องบางชนิดในผู้ใหญ่ (ประเมินเป็นรายเคส)
- อาการเกร็งกล้ามเนื้อ/ความอ่อนแรงจากโรคระบบประสาท (ใช้เสริมการฝึก)
- ภายหลังบาดเจ็บสมอง/ไขสันหลัง (ต้องประเมินตำแหน่งและความเสี่ยงอย่างใกล้ชิด)

หลักฐานเชิงวิชาการเกี่ยวกับ tDCS
- ภาวะหลังสโตรก: หลายงานวิจัยและรีวิวอัปเดตชี้ว่า tDCS อาจช่วยเพิ่มการฟื้นตัวของการเคลื่อนไหว โดยเฉพาะเมื่อใช้ร่วมกับกายภาพ/หุ่นยนต์ฟื้นฟู และโปรแกรมที่มุ่งซ้อมซ้ำอย่างเป็นระบบ แม้ผลลัพธ์มีความแปรผันระหว่างงานวิจัย แต่ทิศทางการวิจัยรวมสนับสนุนบทบาทของ tDCS ในฐานะ “เครื่องมือเสริม” ที่ปลอดภัย. (PMC, Lippincott Journals, PubMed)
- อารมณ์และสุขภาพจิต: Meta Analysis ล่าสุดรายงานว่า tDCS มีผลเชิงบวกระดับหนึ่งต่อภาวะซึมเศร้า โดยมักใช้กับบริเวณ prefrontal และควรอยู่ภายใต้แผนการรักษาครอบคลุม ไม่ใช่ทดแทนการบำบัดมาตรฐานทั้งหมด. (PMC, ScienceDirect)
- ปวดเรื้อรัง: หลักฐานรวมระดับรีวิวชี้ว่า tDCS อาจลดความปวดในระยะสั้น ในบางกลุ่ม เช่น ปวดศีรษะเรื้อรัง ทั้งนี้ผลขึ้นกับตำแหน่งที่กระตุ้น ความถี่ และชนิดอาการปวด. (PubMed, Brieflands)
บทสรุป: tDCS มี ศักยภาพเป็นอุปกรณ์เสริม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของโปรแกรมฟื้นฟู มากกว่าการใช้งานเดี่ยว ๆ และควรปรับการใช้งานตามบริบททางการรักษาของผู้รับการรักษาแต่ละราย
ควรทำ tDCS บ่อยแค่ไหน
แนวปฏิบัติทั่วไปในงานวิจัยคือ สัปดาห์ละ 3–5 ครั้ง ติดต่อกัน 2–4 สัปดาห์ (ประมาณ 10–20 ครั้ง) แต่จำนวนครั้งจริงขึ้นกับ เป้าหมาย ภาวะโรค และการตอบสนอง ของแต่ละคน ในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง เรามักจับคู่ tDCS กับ โปรแกรมฟื้นฟูเข้มข้น (เช่น ฝึกมือ ฝึกเดิน หรือฝึกภาษา) เพื่อใช้ประโยชน์จากการเรียนรู้ของสมอง ในบางรายอาจได้ประโยชน์หากทำควบคู่กับ คอร์สฟื้นฟู ทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้การวางแผนโดยแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู และมีการประเมินผลรายสัปดาห์เพื่อปรับแนวทางการรักษาให้เหมาะสมที่สุด. (PMC)
คาดหวังผลลัพธ์เมื่อใด
- ระยะสั้น (ครั้งแรก–สัปดาห์แรก): ผู้รับบริการจำนวนหนึ่งรายงานว่ารู้สึกผ่อนคลาย สมาธิดีขึ้นเล็กน้อย หรือสามารถฝึกทักษะได้ “ลื่นไหล” ขึ้นระหว่างเซสชั่นการฝึก อาการข้างเคียงที่พบบ่อยคือ คัน/ยิบ ๆ ใต้แผ่นอิเล็กโทรด หรือ ปวดศีรษะเล็กน้อย ซึ่งมักหายไปเองภายในไม่กี่ชั่วโมง
- ระยะยาว (4–6 สัปดาห์ขึ้นไป): เมื่อใช้ต่อเนื่องคู่กับโปรแกรมฝึกที่เหมาะสม ผู้ป่วยบางส่วน อาจเห็นพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหว ภาษา อารมณ์ การนอน หรือระดับความปวด อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ ผลลัพธ์มีความแตกต่างระหว่างบุคคล และขึ้นกับสาเหตุ ความรุนแรง โรคร่วม และความสม่ำเสมอของการฝึก/การดูแลอย่างต่อเนื่อง. (PMC, ScienceDirect)
ข้อห้ามและข้อควรระวังในการทำหัตถการ
tDCSเป็นเครื่องมือการรักษาที่มีความปลอดภัยเมื่อทำตามมาตรฐานโดยผู้เชี่ยวชาญ อาการไม่พึงประสงค์ที่พบได้โดยมากคือ คัน/ยิบ ระคายผิวหนัง แดงใต้แผ่นอิเล็กโทรด ง่วงหรือปวดศีรษะเล็กน้อย ซึ่งมักเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว
ข้อห้าม/ควรหลีกเลี่ยงหรือใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษในการทำหัตถการ ได้แก่
- อุปกรณ์ไฟฟ้าฝังในกะโหลก/หูชั้นใน (เช่น cochlear implant, ตัวกระตุ้นสมองส่วนลึก) หรือ วัสดุโลหะในกะโหลก บริเวณใกล้ตำแหน่งกระตุ้น
- แผล/การอักเสบของผิวหนังบริเวณติดอิเล็กโทรด
- ชัก/ลมชักที่ควบคุมไม่ได้ (พิจารณาเป็นรายกรณีโดยแพทย์เฉพาะทาง)
- ตั้งครรภ์ (ข้อมูลความปลอดภัยจำกัด—พิจารณาเฉพาะกรณีจำเป็น)
- เด็กและวัยรุ่นควรอยู่ภายใต้โปรโตคอลเฉพาะและความยินยอมอย่างรอบคอบ
ก่อนทำทุกครั้ง แพทย์จะซักประวัติ ตรวจร่างกาย และคัดกรองความเสี่ยง เพื่อความปลอดภัยสูงสุด. (PMC, ScienceDirect)

ทำไมควรทำ tDCS ที่ PYONG Rehabilitation
- แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูกำกับดูแลทุกขั้นตอน ตั้งแต่ขั้นตอนประเมิน วางตำแหน่งอิเล็กโทรด กำหนดแผนการรักษา ไปจนถึงการติดตามผล
- แผนเฉพาะบุคคลแบบบูรณาการ จับคู่ tDCS กับกายภาพบำบัด กิจกรรมบำบัด การฝึกภาษา/การคิด และโปรแกรมบำบัดจิตใจ/บำบัดการนอนที่ตรงเป้าหมาย
- เทคโนโลยีครบวงจร เมื่อแพทย์ประเมินว่าเหมาะสม สามารถใช้ tDCS ควบคู่กับ TMS หรือเทคนิคอื่นร่วมกันตามเป้าหมายของผู้ป่วย
- ทำเลสะดวกใจกลางกรุงเทพฯ ที่ PYONG Rehabilitation Penthouse – อาคารเกษรทาวเวอร์ ชั้น 11 (BTS ชิดลม) พร้อมสิ่งแวดล้อมที่เหมาะต่อการฝึกอย่างต่อเนื่อง
- มาตรฐานความปลอดภัยและการสื่อสารชัดเจน ประเมินและอธิบายความคาดหวังอย่างเป็นธรรม ไม่อวดอ้างผลลัพธ์
ค่าใช้จ่าย
ค่าบริการ tDCS อยู่ที่ประมาณ 5,000–7,000 บาท/ครั้ง (THB) โดยราคาจะแตกต่างตามแพ็กเกจ ระยะโปรแกรม และการจับคู่กับการฟื้นฟูอื่น ๆ สำหรับผู้ที่เข้าโปรแกรมการฟื้นฟูแบบเข้มข้น อาจรวมเซสชั่น tDCS ไว้ในแผนแล้ว ทั้งนี้ การเลือกแผนการรักษาที่เหมาะสมต้องผ่านการประเมินโดยแพทย์ก่อน เพื่อกำหนดจำนวนครั้งและเป้าหมายการรักษาที่เหมาะสม
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
1) tDCS ต่างจาก TMS อย่างไร?
tDCS ใช้กระแสตรงอย่างอ่อนผ่านผิวหนังเพื่อ “ปรับความไว” ของเซลล์ประสาท ส่วน TMS ใช้สนามแม่เหล็กแรงสูงกระตุ้นให้เกิดศักย์ไฟฟ้าในสมองโดยตรง การเลือกใช้จะขึ้นอยู่กับเป้าหมายและข้อจำกัดด้านความปลอดภัยของแต่ละรายบุคคล
2) ระหว่างทำจะรู้สึกอย่างไร?
โดยมากจะรู้สึกอุ่น คัน หรือยิบ ๆ ใต้แผ่นอิเล็กโทรดในช่วงแรก และหายไปในไม่กี่นาที ไม่จำเป็นต้องงดน้ำงดอาหาร และสามารถทำกิจวัตรต่อได้ตามปกติ
3) ทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล?
ทั่วไป 10–20 ครั้ง ภายใน 2–4 สัปดาห์ โดยแพทย์จะปรับตามการตอบสนองและเป้าหมายการฟื้นฟู ผลลัพธ์จะแตกต่างกันในแต่ละบุคคล
4) ใครที่ควรเลี่ยง tDCS?
ผู้มีอุปกรณ์ไฟฟ้าฝังในกะโหลก/หูชั้นใน มีโลหะในกะโหลกบริเวณใกล้ตำแหน่งกระตุ้น ผิวหนังอักเสบตรงจุดติดอิเล็กโทรด หรือผู้ที่ชักควบคุมไม่ได้ (ต้องประเมินเฉพาะรายบุคคล)
5) tDCS ใช้เดี่ยว ๆ ได้ไหม?
โดยหลักฐานปัจจุบัน tDCS เหมาะเป็น “การฟื้นฟูเสริม” ควบคู่กับการฝึกหรือการรักษาหลัก เพื่อใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการเรียนรู้ของสมอง
การเลือกสถานที่รักษาอาการปวดและโรคทางสมองจากคลินิกที่ดูแลโดยทีมแพทย์เฉพาะทางที่มีความเชี่ยวชาญอย่าง PYONG Rehabilitation Clinic และ PYONG Rehabilitation Penthouse จะช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสฟื้นตัวและกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้อย่างรวดเร็ว สำหรับใครที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่
Other Neurohabilitation Technologies