Shock Wave Therapy นวัตกรรมบรรเทาอาการปวดและอักเสบเรื้อรัง

[rank_math_breadcrumb]

ผู้หญิงมีอาการปวดบ่า
สารบัญ

อาการปวดเรื้อรังเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและประสิทธิภาพการทำงานของหลายคน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องนั่งทำงานเป็นเวลานาน ปัจจุบันมีนวัตกรรมการรักษาที่มีประสิทธิภาพในการบรรเทาอาการปวดเรื้อรังที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย นั่นคือ การรักษาด้วยคลื่นกระแทก หรือ Shock Wave Therapy เทคโนโลยีที่ช่วยให้ผู้มีอาการปวดกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขอีกครั้งจากทีมแพทย์เฉพาะทาง

คลื่นกระแทก (Shock Wave Therapy) คืออะไร?

เครื่องคลื่นกระแทก หรือ เครื่อง Shock Wave คือนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ใช้คลื่นเสียงความเร็วสูงในการรักษาอาการปวดเรื้อรัง ช็อคเวฟ คือการรักษาที่ได้รับการยอมรับในวงการแพทย์ว่ามีประสิทธิภาพในการลดอาการปวดและฟื้นฟูเนื้อเยื่อที่เสื่อมสภาพ โดยเครื่องได้รับการรับรองความปลอดภัยจาก FDA สหรัฐอเมริกา

หลักการทำงานของคลื่นกระแทก

เครื่อง Shock Wave อาศัยหลักการของคลื่นกระแทกที่เกิดจากแรงอัดอากาศ คลื่นเหล่านี้เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงผ่านผิวหนังเข้าสู่เนื้อเยื่อที่มีปัญหา ในการรักษา แพทย์จะนำหัวเครื่องวางบนผิวหนังและส่งคลื่นกระแทกไปยังบริเวณที่มีอาการปวด โดยไม่ต้องใช้เข็มหรือผ่าตัด ทำให้เป็นวิธีรักษาที่ไม่รุกล้ำร่างกายมากเกินไป

กลไกการบรรเทาอาการปวด

เมื่อคลื่นกระแทกเข้าสู่เนื้อเยื่อ จะกระตุ้นให้เกิดการบาดเจ็บเล็กน้อยในบริเวณนั้น (Re-injury) ซึ่งจะทำให้ร่างกายเริ่มกระบวนการซ่อมแซมตนเอง (Re-healing) ทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น ลดการอักเสบ และกระตุ้นการหลั่งสารลดปวดตามธรรมชาติ ส่งผลให้ผู้ป่วยรู้สึกถึงอาการปวดที่ลดลงหลังการรักษา

ประเภทของการรักษาด้วยคลื่นกระแทก

เทคโนโลยี Shock Wave Therapy มีการพัฒนาและแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักตามลักษณะการส่งพลังงาน แต่ละประเภทมีข้อดีและความเหมาะสมกับอาการที่แตกต่างกัน

Radial Shock Wave

Radial Shock Wave Therapy เป็นเทคนิคที่คลื่นจะแผ่กระจายออกในลักษณะรัศมี ทำให้พลังงานกระจายและลดลงตามความลึกของเนื้อเยื่อ เหมาะสำหรับอาการปวดที่อยู่ไม่ลึกมากและกระจายในบริเวณกว้าง  

Focused Shock Wave

Focused Shock Wave Therapy เป็นเทคนิคที่ส่งคลื่นพลังงานแบบเจาะจงไปที่จุดเป้าหมายพัฒนาต่อยอดจาก Redial Shock Wave ทำให้สามารถเข้าถึงเนื้อเยื่อที่อยู่ลึกได้ดีกว่า เหมาะกับอาการที่เกิดจากปัญหาเฉพาะจุด เช่น เส้นเอ็นอักเสบเรื้อรัง รองช้ำ หรือหินปูนเกาะที่เส้นเอ็น ซึ่งต้องการพลังงานที่มุ่งเน้นกระแทกในจุดเจาะจงโดยปัจจุบัน มีเทคโนโลยีที่เรียกว่า Focused Shock Wave 3D Dynamic Focusing ที่สามารถกำหนดตำแหน่งที่เจาะจงได้อย่างละเอียดระดับมิลลิเมตรอีกด้วย    

ประโยชน์ของการรักษาด้วยคลื่นกระแทก

Shock Wave ดีไหม? คำถามนี้เป็นสิ่งที่ผู้มีอาการปวดเรื้อรังมักสงสัย จากการศึกษาและผลการรักษาที่ผ่านมา พบว่าการรักษาด้วยคลื่นกระแทกมีประโยชน์หลายประการสำหรับผู้มีอาการปวดเรื้อรัง

ผลต่อกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อ

คลื่นกระแทกสามารถเข้าถึงเนื้อเยื่อได้ลึกถึง 4-6 เซนติเมตร โดยไม่ทำอันตรายต่อผิวหนังช่วยสลายหินปูนในเส้นเอ็น ลดการอักเสบ กระตุ้นการซ่อมแซม และกระตุ้นการไหลเวียนเลือด ส่งผลให้ผู้ป่วยรู้สึกผ่อนคลายและปวดน้อยลงทันทีหลังการรักษา

การกระตุ้นการซ่อมแซมตามธรรมชาติ

ข้อดีอีกประการของการทำ Shock Wave คือการกระตุ้นให้ร่างกายซ่อมแซมตัวเองตามธรรมชาติ โดยจะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน หลอดเลือดใหม่ และการฟื้นฟูเซลล์ที่เสื่อมสภาพ ทำให้เกิดการรักษาที่ยั่งยืนมากกว่าการใช้ยาแก้ปวดเพียงอย่างเดียว

ผู้หญิงมีอาการปวดบ่า

Shock Wave Therapy รักษาอาการใดได้บ้าง?

จากความสามารถในการเข้าถึงเนื้อเยื่อลึกและกระตุ้นการซ่อมแซม ทำให้ Shock Wave สามารถนำมารักษาอาการปวดเรื้อรังได้หลากหลาย โดยเฉพาะอาการที่เกี่ยวข้องกับระบบกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น ทั้งนี้ การรักษาเหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุมากกว่า 18 ปี และไม่อยู่ในภาวะตั้งครรภ์ ไม่มีปัญหาเลือดแข็งตัวผิดปกติ และไม่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ

อาการเส้นเอ็นอักเสบ

อาการเส้นเอ็นอักเสบพบได้บ่อยในผู้ที่ทำงานซ้ำๆ เช่น เอ็นข้อศอกอักเสบ (Tennis Elbow) เอ็นหัวไหล่อักเสบ หรือเอ็นฝ่าเท้าอักเสบ (รองช้ำ) Shock Wave Therapy ช่วยลดการอักเสบและกระตุ้นการซ่อมแซมเส้นเอ็นที่เสียหาย ทำให้อาการปวดบรรเทาลงโดยไม่ต้องผ่าตัด

อาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง

ผู้ที่มีอาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรังจากการใช้งานผิดท่าหรือความเครียดสะสม จะพบว่ากล้ามเนื้อมีการตึงตัวและเกิดจุดกดเจ็บ (Trigger Points) การรักษาด้วย Shock Wave จะช่วยคลายกล้ามเนื้อที่เกร็งและลดอาการปวดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อาการ Office Syndrome

คนทำงานออฟฟิศที่ต้องนั่งหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานมักประสบปัญหาออฟฟิศซินโดรม  (Myofascial Pain Syndrome) มีอาการปวดคอ บ่า ไหล่ หลัง และข้อมือ Shock Wave Therapy สามารถช่วยบรรเทาอาการปวดเหล่านี้โดยลดความตึงของกล้ามเนื้อและเพิ่มการไหลเวียนเลือด ทำให้รู้สึกผ่อนคลายและสามารถกลับไปทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปัญหาเฉพาะที่พบบ่อยในคนทำงาน

นอกจากนี้ Shock Wave Therapy ยังช่วยบรรเทาปัญหาเฉพาะที่พบบ่อยในคนทำงาน เช่น นิ้วล็อค (Trigger Finger) พังผืดกดทับเส้นประสาทข้อมือ (Carpal Tunnel Syndrome) หรือข้อไหล่ติด (Frozen Shoulder) ซึ่งล้วนเป็นอาการที่ส่งผลกระทบต่อการทำงานและคุณภาพชีวิต

ใครบ้างที่เหมาะและไม่เหมาะกับการรักษาด้วย Shock Wave Therapy 

การรักษาด้วย Shock Wave Therapy เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการปวดเรื้อรังที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยวิธีทั่วไป โดยเฉพาะพนักงานออฟฟิศที่มีอาการ Office Syndrome นักกีฬาที่มีการบาดเจ็บของเส้นเอ็น หรือผู้สูงอายุที่มีปัญหาข้อเสื่อม

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคนที่เหมาะสมกับการรักษาวิธีนี้ ผู้ที่ไม่ควรรับการรักษาด้วย Shock Wave ได้แก่ เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี สตรีมีครรภ์ ผู้ป่วยมะเร็ง ผู้ที่มีภาวะเลือดแข็งตัวผิดปกติ ผู้ที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ และผู้ที่ได้รับการฉีดยาสเตียรอยด์มาภายใน 6 สัปดาห์ นอกจากนี้ ยังไม่ควรทำการรักษาบนบริเวณที่มีการติดเชื้อ เป็นแผลเปิด หรือมีเนื้องอก

การเตรียมตัวและกระบวนการรักษาด้วย Shock Wave Therapy

ก่อนเข้ารับการรักษาด้วย Shock Wave Therapy ควรพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่จำเป็นต้องอดอาหาร และควรแจ้งประวัติการรักษาและยาที่ใช้ประจำให้แพทย์ทราบ การสวมใส่เสื้อผ้าที่สบายจะช่วยให้แพทย์เข้าถึงบริเวณที่ต้องการรักษาได้สะดวก

กระบวนการรักษาเริ่มจากการตรวจประเมินโดยแพทย์เฉพาะทาง จากนั้นแพทย์จะใช้หัวเครื่อง Shock Wave วางบนผิวหนังบริเวณที่มีปัญหา และส่งคลื่นกระแทกเข้าไปในเนื้อเยื่อ โดยแต่ละครั้งจะใช้เวลาประมาณ 5-15 นาทีต่อจุด ขึ้นอยู่กับขนาดของบริเวณที่รักษา ระหว่างการรักษา ผู้ป่วยอาจรู้สึกเจ็บหรือไม่สบายเล็กน้อย ซึ่งถือเป็นปกติและแพทย์จะปรับความเข้มของคลื่นให้เหมาะสมกับความทนของผู้ป่วย

การดูแลตัวเองและผลลัพธ์หลังการทำ Shockwave

หลังจากได้รับการรักษาด้วย Shock Wave Therapy อาจมีอาการปวดระบมเล็กน้อยในบริเวณที่รักษา ซึ่งสามารถบรรเทาได้ด้วยการประคบเย็นประมาณ 15-20 นาที และการยืดกล้ามเนื้อเบาๆ ควรหลีกเลี่ยงการนวดบริเวณที่ได้รับการรักษาและพักการใช้งานหนักประมาณ 1-2 วัน

ผลลัพธ์จากการรักษาจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ผู้ที่มีอาการไม่มากอาจรู้สึกดีขึ้นทันทีหลังการรักษาครั้งแรก ส่วนผู้ที่มีอาการรุนแรงอาจต้องรับการรักษาหลายครั้งจึงจะเห็นผลชัดเจน โดยทั่วไปแนะนำให้ทำการรักษา 3-5 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 1-2 สัปดาห์ เพื่อให้ร่างกายได้ซ่อมแซมตัวเองอย่างเต็มที่

ผลข้างเคียงที่อาจพบได้หลังการรักษา ได้แก่ อาการปวดระบม บวมหรือแดงเล็กน้อย และในบางรายอาจพบจุดเลือดออกหรือรอยฟกช้ำเล็กน้อย ซึ่งถือเป็นปกติและมักหายไปเองภายใน 5-10 วัน หากมีอาการผิดปกตินานกว่านี้หรือรุนแรงผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์

โปรแกรม Focused Shock Wave Therapy ที่เปียงราคาเท่าไหร่

ที่เปียง รีแฮบบิลิเทชัน คลินิก (PYONG Rehabilitation Clinic) เรามีโปรแกรมการรักษาด้วย Focused Shock Wave Therapy ที่ออกแบบเฉพาะสำหรับแต่ละบุคคล โดยเริ่มต้นจากการประเมินอาการโดยแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู (Rehabilitation Medicine)

ราคาการรักษา เพียงครั้งละ 3,200 บาท 1 คอร์สมี 5 ครั้ง ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการปวดเรื้อรังและต้องการการรักษาอย่างต่อเนื่องเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด การรักษาแต่ละครั้งจะห่างกันประมาณ 1-2 สัปดาห์ เพื่อให้ร่างกายได้ซ่อมแซมตัวเองอย่างเต็มที่

นอกจากนี้ ทางคลินิกยังมีบริการตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasound Diagnosis) เพื่อประเมินสภาพเนื้อเยื่อก่อนการรักษา ทำให้การรักษามีความแม่นยำและเหมาะสมกับอาการของผู้ป่วยมากที่สุด

สรุป

Shock Wave Therapy หรือการรักษาด้วยคลื่นกระแทก เป็นนวัตกรรมทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพในการบรรเทาอาการปวดเรื้อรัง โดยเฉพาะในกลุ่มคนทำงานออฟฟิศที่มักเผชิญกับปัญหา Office Syndrome และการบาดเจ็บจากการใช้งานซ้ำๆ

การทำ Shock Wave คือการช่วยกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมตามธรรมชาติของร่างกาย โดยไม่ต้องใช้ยาหรือการผ่าตัด ทำให้เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและได้ผลดีในระยะยาว ที่ PYONG Rehabilitation Clinic รีแฮบบิลิเทชัน คลินิก เรามีทีมแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู (Rehabilitation Medicine) ที่พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด เพื่อให้คุณกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพโดยปราศจากอาการปวดเรื้อรังที่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน

📞  ติดต่อสอบถามหรือจองคิวนัดหมาย: 097-468-7990

💬  Line Official: @pyongrehab

ทีมแพทย์จาก PYONG REHABILITATION

นายแพทย์กันตพงศ์ ทองรงค์

อาจารย์นายแพทย์กันตพงศ์ ทองรงค์ (แพทย์เปียง หรือหมอเปียง) เป็นแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟู (Rehabilitation Medicine) ผู้มีความสนใจในการดูแลรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยที่มีปัญหาการเคลื่อนไหว อาการปวด การบาดเจ็บจากกีฬา และความผิดปกติของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ

ปัจจุบันดำรงตำแหน่งอาจารย์  คณะแพทยศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง และแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟูประจำ ณ โรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร

Discover more from PYONG Rehabilitation Clinic & Penthouse

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading