ออฟฟิศซินโดรม โรคใกล้ตัวต้องรีบรักษา

[rank_math_breadcrumb]

แนะนำวิธีรักษาออฟฟิศซินโดรม พร้อมเรียนรู้อาการ วิธีป้องกัน และการรักษาด้วยตนเอง พร้อมแนวทางการรักษาทางการแพทย์ล่าสุด เพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว
วิธีรักษาออฟฟิศซินโดรม
สารบัญ

เมื่อก้าวเข้าสู่วัยทำงาน สิ่งที่หนีไม่พ้นคืออาการปวดหลัง ที่ชาวมนุษย์เงินเดือนแทบทุกคนต้องเจอ อาการออฟฟิศซินโดรมส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก ทั้งประสิทธิภาพในการทำงานที่ลดลง และความเครียดที่เพิ่มขึ้น การรู้จักวิธีรักษาออฟฟิศซินโดรมและป้องกันจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดอาการปวดหลัง

โรคออฟฟิศซินโดรมคืออะไร 

ออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) โรคฮิตของคนทำงานออฟฟิศ เป็นกลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรังที่พบจุดกดเจ็บในกล้ามเนื้อ (Trigger Point, Taut Band) หรือพังผืดในชั้นกล้ามเนื้อ (Myofascial Pain Syndrome) รวมถึงอาการปวดหรือชาจากอาการอักเสบจากเนื้อเยื่อและเอ็น ซึ่งทำให้มีอาการปวดร้าวไปตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ขึ้นอยู่กับมัดของแต่ละกล้ามเนื้อนั้น ๆ มักพบได้บ่อยในคนทำงานออฟฟิศที่ต้องนั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานในท่าทางที่ไม่เหมาะสม โดยไม่ได้ขยับปรับเปลี่ยนท่าทาง ทำให้กล้ามเนื้อเกิดอาการตึง และอักเสบ นอกจากนี้ยังสามารถเกิดได้จากสภาพแวดล้อมการทำงานที่ไม่เหมาะสมด้วย  

สาเหตุของการเกิดออฟฟิศซินโดรม

ออฟฟิศซินโดรมเกิดจากหลายปัจจัยที่สัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมและพฤติกรรมการทำงานในสำนักงาน โดยสาเหตุหลักมาจากการนั่งในท่าเดิมเป็นเวลานาน โดยเฉพาะท่านั่งที่ไม่ถูกสุขลักษณะ เช่น ก้มคอมากเกินไปเพื่อมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ นั่งหลังค่อม หรือบิดตัวเพื่อใช้อุปกรณ์ทำงาน การใช้กล้ามเนื้อซ้ำๆ เป็นเวลานาน เช่น การพิมพ์งาน คลิกเมาส์ หรือการจับโทรศัพท์ไว้ระหว่างไหล่กับใบหู ทำให้เกิดความตึงตัวของกล้ามเนื้อในชั้นกล้ามเนื้อ

ปัจจัยที่ทำให้เกิดออฟฟิศซินโดรม

  • การนั่งท่าเดิมเป็นเวลานาน
  • ท่านั่งทำงานที่ไม่ถูกสุขลักษณะ
  • การใช้กล้ามเนื้อซ้ำๆ ต่อเนื่อง
  • อุปกรณ์สำนักงานที่ไม่เหมาะสมกับสรีระ
  • ความเครียดและแรงกดดันจากการทำงาน
  • ขาดการพักเปลี่ยนอิริยาบถที่เหมาะสม

ออฟฟิศซินโดรมอาการมีอะไรบ้าง

ออฟฟิศซินโดรมอาการมีอะไรบ้าง

อาการของออฟฟิศซินโดรมที่น่ากังวล

  • ปวดคอ บ่า ไหล่ และหลังส่วนบน
  • ปวดหลังส่วนล่าง
  • ปวดข้อมือและนิ้วมือ
  • ชาปลายนิ้วมือ
  • ปวดศีรษะ ตึงที่ขมับ
  • มีอาการผิดปกติทางสายตา เช่น ตาแห้ง ตาพร่า
  • อ่อนเพลีย เมื่อยล้า ไม่มีสมาธิในการทำงาน

ปรับพฤติกรรมแนวทางรักษาออฟฟิศซินโดรมด้วยตัวเอง

อาการออฟฟิศซินโดรมนั้นมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน ดังนั้นหากเรามีพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เหมาะสมจะช่วยแก้อาการออฟฟิศซินโดรมที่เกิดขึ้นได้ การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตจึงเป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยแก้ปัญหาและบรรเทาอาการออฟฟิศซินโดรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การนั่งให้ถูกหลักการวิทยาศาสตร์

การนั่งทำงานบนโต๊ะออฟฟิศในแบบที่ไม่เหมาะสมเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของออฟฟิศซินโดรม ทำให้เกิดอาการปวดคอ บ่า ไหล่ หลัง ส่งผลต่อ Productivity และคุณภาพชีวิตโดยตรง จึงควรที่จะหมั่นเช็คตัวเองอย่างสม่ำเสมอว่าท่านั่งที่นั่งอยู่นั้นถูกต้องหรือไม่

ออกกำลังกายเป็นประจำ

ออกกำลังกายเป็นประจำ

การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเป็นหนึ่งในแนวทางการรักษาออฟฟิศซินโดรม โดยเฉพาะการออกกำลังกายที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและเพิ่มความยืดหยุ่น ซึ่งเป็นการป้องกันและบรรเทาอาการออฟฟิศซินโดรมได้อย่างดี สำหรับกิจกรรมที่แนะนำ เช่น โยคะ ว่ายน้ำ หรือเดินเร็ว ควรออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน 3-5 วันต่อสัปดาห์ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงและลดความตึงของกล้ามเนื้อ

จัดที่นั่งทำงานให้เหมาะสม

จัดที่นั่งทำงานให้เหมาะสม

การจัดท่านั่งและสภาพแวดล้อมในการทำงานให้ถูกต้องตามหลักการยศาสตร์ (Ergonomics) เป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันออฟฟิศซินโดรม โดยการปรับระดับโต๊ะและเก้าอี้ให้เหมาะสมกับสรีระ หลักพื้นฐานเลยคือการวางจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในระดับสายตา ใช้แป้นพิมพ์และเมาส์ที่ออกแบบมาเพื่อลดความตึงเครียดของข้อมือ การจัดที่นั่งทำงานอย่างเหมาะสม เพื่อช่วยลดแรงกดทับบนกล้ามเนื้อและกระดูกสันหลัง ทำให้ลดความเสี่ยงของการเกิดอาการปวดเมื่อยได้ สำหรับหลักการนั่งทำงานที่ถูกต้องตามหลักการยศาสตร์มีขั้นตอนดังนี้

1. ศีรษะตรง ไม่ควรยื่นไปข้างหน้า หรือก้มเงยมากเกินไป หน้าจอและสายตาควรจะอยู่ที่ระดับเดียวกัน เพื่อลดอาการปวดคอ และปวดหลังบนได้

2. หลังพิงหนัก ตั้งตรง ไม่ก้มหรือแอ่นไปด้านหน้าหรือด้านหลัง 

3. แขนและมือวางระนาบไปกับโต๊ะและที่พักแขน ไหล่ไม่ยก เพื่อป้องกันการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ

4. นั่งบนเก้าอี้เต็มก้น เพื่อให้น้ำหนักของศีรษะ แผ่นหลัง และกระดูกสันหลังถ่ายลงมาที่สะโพกและก้นสองข้างเท่า ๆ กัน

5. เข่าควรทำมุม 90 -100 องศา ข้อพับห่างจากเก้าอี้เล็กน้อย เพื่อให้เลือดไหลเวียได้อย่างนสะดวก

Checklist การประเมินสภาพแวดล้อมการทำงานตามหลักการยศาสตร์

𝗘𝗥𝗚𝗢𝗡𝗢𝗠𝗜𝗖 𝗖𝗛𝗘𝗖𝗞𝗟𝗜𝗦𝗧

ไม่อยู่ท่าเดิมนาน ๆ 

การนั่งท่าเดิมนาน ๆ โดยไม่เปลี่ยนอิริยาบถจะทำให้เกิดการกดทับ ส่งผลให้เกิดอาการปวด ดังนั้นเราควรเปลี่ยนท่าทางทุก ๆ 30 นาที เช่น ลุกขึ้นยืน เดินไปมา หรือยืดเส้นยืดสายเล็กน้อย การเคลื่อนไหวร่างกายบ่อย ๆ จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและลดความตึงของกล้ามเนื้อ

เดินยืดเส้นยืดสายระหว่างวัน

เดินยืดเส้นยืดสายระหว่างวัน

การเดินยืดเส้นยืดสายระหว่างวันเป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยบรรเทาอาการออฟฟิศซินโดรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ การยืดเส้นช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ลดความตึงของกล้ามเนื้อ และเพิ่มความยืดหยุ่น สำหรับใครที่ต้องนั่งทำงานตลอดทั้งวัน ควรหาเวลายืดเส้นยืดสายทุก 1-2 ชั่วโมง โดยเฉพาะบริเวณคอ บ่า ไหล่ และหลัง การทำเช่นนี้ไม่เพียงแต่ช่วยบรรเทาอาการปวด แต่ยังช่วยให้รู้สึกสดชื่นและมีสมาธิในการทำงานมากขึ้น

วิธีรักษาออฟฟิศซินโดรม

หลายคนมักสงสัยว่า “ออฟฟิศซินโดรมรักษาหายไหม” ซึ่งการรักษาออฟฟิศซินโดรมที่มีประสิทธิภาพควรเป็นแบบผสมผสานที่แก้ไขทั้งอาการปวดและสาเหตุที่แท้จริง วิธีการรักษาโดยทั่วไปประกอบด้วยหลายแนวทาง เริ่มจากการรักษาทางกายภาพบำบัด ซึ่งอาจรวมถึงการนวดบำบัด การยืดกล้ามเนื้อ และการบริหารเพื่อเสริมความแข็งแรง การใช้ความร้อนหรือความเย็นประคบบริเวณที่ปวดก็สามารถช่วยบรรเทาอาการได้ในระยะสั้น การฝังเข็มและการปรับกระดูกเป็นอีกทางเลือกที่หลายคนเลือกใช้ ในกรณีที่มีอาการอักเสบรุนแรง แพทย์อาจพิจารณาให้ยาแก้ปวดหรือยาต้านการอักเสบในระยะสั้น บางกรณีอาจมีการฉีดยาสเตียรอยด์เพื่อลดการอักเสบเฉพาะจุด ซึ่งวิธีรักษาที่ได้ผลดีจะเป็นวิธีการที่รักษาโดยเวชศาสตร์ฟื้นฟู จาก PYONG Rehabilitation Clinic เปียง รีแฮบบิลิเทชัน คลินิก

เวชศาสตร์ฟื้นฟูแพทย์แผนปัจจุบันรักษาออฟฟิศซินโดรม

เวชศาสตร์ฟื้นฟูแพทย์แผนปัจจุบันรักษาออฟฟิศซินโดรม

อาการออฟฟิศซินโดรมนั้นต้องใช้เวลาในการดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้อาการปวดค่อย ๆ ดีขึ้น การแก้ปัญหาด้วยเวชศาสตร์ฟื้นฟู (Rehabilitation Medicine)  จะช่วยให้อาการดีขึ้นได้เร็วยิ่งขึ้น โดยควรทำควบคู่ไปกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการดูแลตนเอง จะยิ่งช่วยให้การดีขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ วิธีการรักษาทางเวชศาสตร์ฟื้นฟูที่นิยมใช้ในการรักษาออฟฟิศซินโดรม มีดังนี้

การฝังเข็มตะวันตก หรือการปักเข็ม (Dry Needling) 

การปักเข็มหรือการฝังเข็มตะวันตก (Dry Needling) เป็นวิธีการรักษาที่ใช้เข็มขนาดเล็กปักลงไปในบริเวณจุดกดเจ็บหรือพังผืดในชั้นกล้ามเนื้อของร่างกาย โดยมีจุดประสงค์เพื่อลดการตึงตัวของกล้ามเนื้อ กระตุ้นให้เกิดการไหลเวียนของเลือด ให้ไปเลี้ยงบริเวณที่มีอาการปวดมากขึ้น ช่วยบรรเทาอาการปวดและลดการอักเสบได้อย่างมีประสิทธิภาพ วิธีนี้มีประสิทธิภาพสูงในการรักษาอาการปวดเรื้อรังจากออฟฟิศซินโดรม โดยเฉพาะอาการปวดคอ บ่า ไหล่ และหลัง โดยปกติหัตถการนี้ต้องถูกรักษาโดยแพทย์ที่ได้รับการฝึกฝนมาโดยตรง อย่างแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟูเป็นต้น

ใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากระตุ้น

การใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากระตุ้น ผ่านเครื่อง PMS หรือที่เรียกว่า Peripheral Magnetic Stimulation เป็นเทคโนโลยีที่ใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความถี่ต่ำในการกระตุ้นเส้นประสาทโดยตรง วิธีนี้ช่วยลดอาการปวด เพิ่มการไหลเวียนของเลือด และกระตุ้นการซ่อมแซมของเนื้อเยื่อและเส้นประสาท เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการปวดเรื้อรังจากออฟฟิศซินโดรม การรักษาด้วย PMS ไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดและไม่มีผลข้างเคียง ทำให้เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยสำหรับผู้ป่วย

ใช้แสงเลเซอร์กำลังสูง

การรักษาด้วยแสงเลเซอร์กำลังสูง (High-Intensity Laser Therapy : HILT) เป็นวิธีการรักษาที่ใช้แสงเลเซอร์พลังงานสูงในการกระตุ้นการทำงานของเซลล์และเนื้อเยื่อ ช่วยลดการอักเสบ บรรเทาอาการปวด และกระตุ้นการซ่อมแซมของเนื้อเยื่อที่เสียหาย วิธีนี้มีประสิทธิภาพในการรักษาอาการปวดจากออฟฟิศซินโดรม โดยเฉพาะในกรณีที่มีการอักเสบของกล้ามเนื้อและเอ็น การรักษาด้วยเลเซอร์กำลังสูงได้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะกลุ่มอาการที่เป็นมาในเวลาไม่นาน

การใช้คลื่นกระแทก

การบำบัดด้วยคลื่นกระแทก หรือ Shock Wave Therapy เป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ใช้คลื่นเสียงพลังงานสูงในการรักษาอาการปวดเรื้อรังของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น โดยเฉพาะที่เกิดจากออฟฟิศซินโดรม คลื่นกระแทกจะเข้าไปทำลายเนื้อเยื่อที่เป็นพังผืดหรือจุดกดเจ็บในกล้ามเนื้อ และกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมของร่างกาย ทำให้เกิดการสร้างหลอดเลือดใหม่และเพิ่มการไหลเวียนเลือดในบริเวณที่มีปัญหา

สรุป

เวชศาสตร์ฟื้นฟู (Rehabilitation Medicine) คือศาสตร์ทางการแพทย์ที่มุ่งฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายด้วยวิธีการทันสมัยที่หลากหลาย ดูแลผู้ป่วยครบวงจรตั้งแต่วินิจฉัย รักษา และป้องกันการเกิดซ้ำ โดยเฉพาะกับผู้ป่วยออฟฟิศซินโดรม เวชศาสตร์ฟื้นฟูมีประสิทธิภาพในการบำบัดอาการปวดเรื้อรังจากการทำงาน ด้วยวิธีการเช่น การฝังเข็ม การใช้คลื่นบำบัด และการรักษาด้วยเลเซอร์ ซึ่งช่วยคลายกล้ามเนื้อที่ตึงตัว ลดการอักเสบ และฟื้นฟูการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อที่บาดเจ็บจากการใช้งานซ้ำๆ แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูยังสามารถวางแผนการป้องกันและให้คำแนะนำเฉพาะบุคคลในการปรับท่าทาง จัดสภาพแวดล้อมการทำงาน และบริหารร่างกายที่เหมาะสม ช่วยให้ผู้ป่วยกลับไปทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่เจ็บปวด สำหรับบริการเวชศาสตร์ฟื้นฟู สามารถปรึกษาที่ PYONG Rehabilitation Clinic ชั้น L เกษรวิลเลจ หรือติดต่อได้ที่

📞  ติดต่อสอบถามหรือจองคิวนัดหมาย: 097-468-7990

💬  Line Official: @pyongrehab

ทีมแพทย์จาก PYONG REHABILITATION

นายแพทย์กันตพงศ์ ทองรงค์

อาจารย์นายแพทย์กันตพงศ์ ทองรงค์ (แพทย์เปียง หรือหมอเปียง) เป็นแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟู (Rehabilitation Medicine) ผู้มีความสนใจในการดูแลรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยที่มีปัญหาการเคลื่อนไหว อาการปวด การบาดเจ็บจากกีฬา และความผิดปกติของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ

ปัจจุบันดำรงตำแหน่งอาจารย์  คณะแพทยศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง และแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟูประจำ ณ โรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร

Discover more from PYONG Rehabilitation Clinic & Penthouse

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading